ผลบอล สเปอร์ส 2-0 ดอร์ทมุนด์ | สรุปผลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 21 ม.ค. 2026 โรเมโร่-โซลันกี้ยิง ดอร์ทมุนด์โดนแดง
ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ งัดฟอร์มโหดในเวทียุโรป เปิดบ้านชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 2-0 ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (ลีกเฟส) เกมเตะคืนวันที่ 20 มกราคม 2026 ที่ลอนดอน หรือ 21 ม.ค. 03:00 น. เวลาไทย ได้ประตูจาก คริสเตียน โรเมโร่ นาที 14 และ โดมินิก โซลันกี้ นาที 37 โดยเกมเปลี่ยนสำคัญคือ ดาเนียล สเวนส์สัน ของดอร์ทมุนด์โดนใบแดงนาที 26 หลัง VAR อัปเกรดจากใบเหลือง ทำให้สเปอร์สคุมเกมจนจบและเก็บคลีนชีตในบ้านต่อเนื่องใน UCL ซีซันนี้
ข้อมูลการแข่งขัน
- รายการ: ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2025/26 (League Phase / ลีกเฟส)
- วันเวลาแข่งขัน:
- เวลาอังกฤษ: อังคารที่ 20 ม.ค. 2026 (คิกออฟ 20:00 น. โดยประมาณ)
- เวลาไทย: พุธที่ 21 ม.ค. 2026 | 03:00 น. (ตามที่คุณระบุ)
- สนาม: Tottenham Hotspur Stadium, ลอนดอน
- ผู้ตัดสิน: Glenn Nyberg (สวีเดน)
- ผู้ชม: 52,713 คน
- สภาพอากาศ: ฝนตกหนัก ลมปานกลาง อุณหภูมิราว 9°C
สกอร์และผู้ทำประตู
ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 2-0 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
- 1-0 คริสเตียน โรเมโร่ น.14
- 2-0 โดมินิก โซลันกี้ น.37
แอสซิสต์ทั้ง 2 ประตูมาจากฝั่งขวาที่ “โอโดแบร์” มีส่วนสำคัญในการปั้นเกมรุก (ตามรายงานทางการและรายละเอียดประตู)
11 ตัวจริง (พร้อมแผนการเล่น)
สเปอร์ส (4-2-3-1)
วิคาริโอ; เปโดร ปอร์โร, โรเมโร่ (C), ดันโซ, อูโดกี้; อาร์ชี เกรย์, ลูคัส เบิร์กวัลล์; โอโดแบร์, ชาบี ซิมอนส์, เดอแยด สเปนซ์; โซลันกี้
ดอร์ทมุนด์ (3-4-2-1)
โคเบล; อันตอน, ชล็อตเตอร์เบ็ค, เบนเซไบนี่; ยัน คูโต้, เบลลิงแฮม, เอ็นเมชา, สเวนส์สัน; บรันท์, อเดเยมี่; กีราสซี่
ไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญ (เล่าแบบละเอียดตามจังหวะเกม)
ครึ่งแรก: สเปอร์ส “เริ่มแรง–กดสูง–เข้าทำเป็นชุด” ก่อนปิดงานตั้งแต่ 45 นาทีแรก
- น.6: โอโดแบร์หลุดทางขวา เปิดเรียดเกือบถึงชาบี ซิมอนส์ แต่แนวรับดอร์ทมุนด์สกัดออกเป็นเตะมุม—สัญญาณชัดว่าคืนนี้สเปอร์สเน้นเจาะฝั่งขวา
- น.14 (1-0): สเปอร์สได้เตะมุม บอลถูกโหม่งเคลียร์มาเข้าทางโอโดแบร์ ก่อนบอลถูกเล่นกลับเข้าเขตโทษและ โรเมโร่ “สอดยิงระยะเผาขน” ส่งเจ้าบ้านขึ้นนำ
- น.18: โอโดแบร์ยังปั่นป่วนต่อเนื่อง ครอสหา Xavi อีกครั้ง—สเปอร์สได้เล่นต่อเนื่องจนแฟน ๆ ลุกขึ้นเฮหลายระลอก
- น.26 (ใบแดง ดอร์ทมุนด์): จุดเปลี่ยนของเกม
- ดาเนียล สเวนส์สัน เข้าปะทะสูงใส่โอโดแบร์ เดิมผู้ตัดสินให้ใบเหลือง
- แต่ VAR เรียกดูจอข้างสนาม ก่อนอัปเกรดเป็น ใบแดงโดยตรง ทำให้ดอร์ทมุนด์ต้องเล่น 10 คนยาว ๆ
- หลังได้เปรียบตัวผู้เล่น สเปอร์สคุมบอลและ “เลือกจังหวะเร่ง” ได้ง่ายขึ้น มีโอกาสจากสเปนซ์วอลเลย์ข้ามคาน และจังหวะต่อบอลด้านขวาหลายครั้ง
- น.37 (2-0): สเปอร์สหนีห่างจากการต่อบอลฝั่งขวา ปอร์โร + โอโดแบร์ ทำงานร่วมกัน ก่อนโอโดแบร์ตัดเข้ากลาง/หักกลับให้ โซลันกี้ จบสกอร์เข้าไป (เป็น ประตูแรกของโซลันกี้ในฤดูกาล และเป็นเกมที่เขาได้ออกสตาร์ตครั้งสำคัญ)
- น.42: โอโดแบร์ยิงจากหน้าเขตโทษให้โคเบลออกแรงเซฟ เป็นหนึ่งในจังหวะที่ตอกย้ำว่า “สเปอร์สคุมเกมครบวงจร”
จบครึ่งแรก: สเปอร์สนำ 2-0 และตามรายงานสื่ออังกฤษ ดอร์ทมุนด์ “แทบไม่มีโอกาสยิง” ใน 45 นาทีแรก จนเกมรุกดูเงียบผิดปกติ
ครึ่งหลัง: ดอร์ทมุนด์ปรับเกมแต่ยังไม่พอ—สเปอร์สมีลุ้น 3-0 หลายครั้ง
- พักครึ่ง ดอร์ทมุนด์เปลี่ยน 2 คน:
- บรันท์ ออก – ไรเยอร์สัน เข้า (น.46)
- กีราสซี่ ออก – เอ็มเร่ ชาน เข้า (น.46)
หนึ่งในตัวสำรองอย่างไรเยอร์สันมีช็อตฟรีคิกระยะไกลเฉียดเสา เป็นจังหวะที่ใกล้เคียงสุดของทีมเยือนช่วงต้นครึ่งหลัง
- สเปอร์สไม่ได้ “บ้าแลก” เพราะนำสองลูกและคู่แข่งเหลือ 10 คน จึงคุมเกมให้ดอร์ทมุนด์ครองบอลหน้าแนวรับได้ แต่ไม่เปิดพื้นที่อันตราย
- น.63: สเปอร์สจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเพราะ ลูคัส เบิร์กวัลล์ เจ็บ ส่ง จุนไอ บายฟิลด์ ดาวรุ่งวัย 17 ปีลงสนาม (เดบิวต์ใน UCL)
- น.64: ดอร์ทมุนด์เปลี่ยนเพิ่ม 2 ราย
- เอ็นเมชา ออก – ชุควูเอเมก้า เข้า
- อเดเยมี่ ออก – ฟาบิโอ ซิลวา เข้า
- น.70: สเปอร์สเปลี่ยนกองหน้า โซลันกี้ ออก – โคโล มูอานี เข้า และช่วงท้ายเกมสเปอร์สยังมีโอกาสหนีห่าง
- น.76: ดอร์ทมุนด์เปลี่ยน คูโต้ ออก – ไบเออร์ เข้า
- น.78: จังหวะที่ “น่าเป็น 3-0” — ชาบี ซิมอนส์แทงให้ โคโล มูอานีหลุดเดี่ยว แต่ โคเบล เซฟไว้ได้แบบยืนตำแหน่งนิ่ง ๆ
- ช่วงทดเจ็บ: ดอร์ทมุนด์มีลุ้นจากลูกโหม่ง โดย ชล็อตเตอร์เบ็ค โขกให้วิคาริโอปัดข้ามคาน ช่วยให้สเปอร์สรักษาคลีนชีตจนจบ
สถิติสำคัญหลังเกม
| รายการ | สเปอร์ส | ดอร์ทมุนด์ |
|---|---|---|
| ครองบอล | 53.5% | 46.5% |
| ยิงทั้งหมด | 16 | 6 |
| ยิงเข้ากรอบ | 5 | 1 |
| เตะมุม | 4 | 2 |
| ใบเหลือง | 1 | 1 |
| เซฟ | 1 | 3 |
สรุปจากตัวเลข: แม้เปอร์เซ็นต์ครองบอลไม่ได้ทิ้งขาด แต่ “คุณภาพโอกาส” ชัดเจน—ดอร์ทมุนด์ยิงเข้ากรอบแค่ 1 ครั้ง และเสียแดงเร็ว ทำให้รูปเกมแทบไม่เกิดช่วงบีบกดสเปอร์สจริง ๆ
ใบเหลือง-ใบแดง
- ใบเหลือง: สเปอร์ส – อาร์ชี เกรย์ / ดอร์ทมุนด์ – ไรเยอร์สัน
- ใบแดง: ดอร์ทมุนด์ – สเวนส์สัน (ปะทะรุนแรง/เข้าบอลสูง หลัง VAR)
บทวิเคราะห์บอลหลังเกม (เจาะลึกแบบเน้นแท็กติกและจุดเปลี่ยน)
1) “ฝั่งขวา” คือแหล่งผลิตประตูของสเปอร์ส
เกมนี้ภาพชัดมากว่า ปอร์โร–โอโดแบร์ เป็นคอมโบหลักในการพังแนวรับ
- ประตู 1-0 มาจากบอลเก็บตก/รีไซเคิลแล้วโอโดแบร์ส่งบอลกลับเข้าเขตโทษให้โรเมโร่จบ
- ประตู 2-0 มาจากการประสานงานปอร์โรกับโอโดแบร์ก่อนหักให้โซลันกี้ยิง
สเปอร์สจึงไม่ได้ชนะจาก “ความบังเอิญ” แต่ชนะจากแผนการเล่นที่ต่อเนื่องและจังหวะการโจมตีที่ชัด
2) ใบแดงนาที 26 ทำให้เกมเข้าทาง “คุมความเสี่ยง” ของเจ้าบ้าน
หลังสเวนส์สันโดนแดง สเปอร์สไม่จำเป็นต้องเร่งทุกจังหวะ—เลือกคุมตำแหน่ง, ปิดโซนกลาง และรอจังหวะสวนกลับ/ฉวยโอกาสจากพื้นที่ว่าง
ผลคือครึ่งหลังแม้ดอร์ทมุนด์พยายามปรับแผน แต่สเปอร์สยังสร้างโอกาสจะแจ้งกว่า และเกือบได้เพิ่มจากมูอานีหลุดเดี่ยว
3) “คลีนชีตในบ้าน” คืออาวุธลับของสเปอร์สใน UCL ซีซันนี้
สื่อหลายแห่งชี้ตรงกันว่า สเปอร์สเล่น UCL ในบ้านได้ “เนี้ยบ” มาก—ชนะต่อเนื่องและไม่เสียประตูในเกมเหย้าหลายแมตช์
ดาวเด่นของเกม (Standout Players)
- เดอแยด สเปนซ์ (สเปอร์ส): ได้การยกให้เป็น “แมน ออฟ เดอะ แมตช์” จากสื่อถ่ายทอดในอังกฤษ จากความอันตรายทางริมเส้นและความขยันตลอด 90 นาที
- วิลสัน โอโดแบร์ (สเปอร์ส): ตัวปั้นเกมหลัก มีส่วนกับทั้ง 2 ประตู และเป็นคนที่โดนทำฟาวล์จนเกิดใบแดง เปลี่ยนโมเมนตัมทั้งเกม
- คริสเตียน โรเมโร่ (สเปอร์ส): กัปตันทีมยิงประตูแรก สร้างความมั่นใจให้ทั้งทีมตั้งแต่ต้นเกม
- เกรกอร์ โคเบล (ดอร์ทมุนด์): แม้ทีมแพ้ แต่มีหลายเซฟสำคัญ โดยเฉพาะลูกหลุดเดี่ยวของโคโล มูอานี ช่วยไม่ให้สกอร์ไหล
สถานการณ์ในตาราง (ลีกเฟส) หลังเกม
- สเปอร์สชนะนัดนี้ทำให้มี 14 คะแนนจาก 7 นัด และขยับเข้าโซนลุ้น “เข้ารอบแบบไม่ต้องเพลย์ออฟ” (กลุ่มท็อป 8)
- ดอร์ทมุนด์มี 11 คะแนนจาก 7 นัด สถานการณ์เสี่ยงต้องไปเพลย์ออฟ หากนัดสุดท้ายไม่ดีพอ
- รายงานทางการของสเปอร์สระบุว่า ชัยชนะนัดนี้ การันตีอย่างน้อยท็อป 24 (ได้สิทธิ์เพลย์ออฟแน่นอน) และ “มีโอกาสสูง” หากชนะนัดสุดท้ายจะทะลุเข้ารอบน็อกเอาต์ทันที
โปรแกรมถัดไป (ที่เกี่ยวข้องกับบริบทหลังเกม)
- สเปอร์ส: มีเกมลีกพบเบิร์นลีย์ช่วงสุดสัปดาห์ และเกม UCL นัดถัดไปคือไปเยือน ไอน์ทรัค แฟรงก์เฟิร์ต ซึ่งหากชนะมีโอกาสปิดจ็อบเข้าท็อป 8
- ดอร์ทมุนด์: นัดสุดท้ายในลีกเฟสต้องเจองานหนักกับ อินเตอร์ มิลาน เพื่อตัดสินชะตาเส้นทางเข้ารอบ






