ผลบอล เปแอสเช 1-1 นิวคาสเซิ่ล | วิทีญญ่า-วิลล็อคคนละเม็ด, เดมเบเล่พลาดจุดโทษ ส่งสองทีมไปเพลย์ออฟ UCL 29 ม.ค. 2026
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เปิดเกมกดดันทันที ได้จุดโทษตั้งแต่ต้นแต่ อุสมาน เดมเบเล่ ยิงไม่ผ่าน นิค โป๊ป ก่อน วิทีญญ่า ซัดนอกกรอบให้ PSG นำ 1-0 นาที 8 ทว่า นิวคาสเซิ่ลไม่ยอมง่าย ๆ โจ วิลล็อค โขกตีเสมอ 45+2 จบ 1-1 ทั้งสองทีมมี 14 แต้มเท่ากัน จบลีกเฟสอันดับ 11-12 หลุดโควตาเข้ารอบ 16 ทีมอัตโนมัติ ต้องไปเตะ “น็อกเอาต์เพลย์ออฟ” ต่อ
ข้อมูลการแข่งขัน
- รายการ: ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2025/26 – ลีกเฟส (นัดที่ 8 / นัดสุดท้ายของลีกเฟส)
- วัน-เวลาแข่งขัน: 29 มกราคม 2026 เวลา 03:00 น. (เวลาไทย) / 28 มกราคม 2026 (เวลาเจ้าถิ่น)
- สนาม: ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ (Parc des Princes), ปารีส
- ผู้ชม: 47,637 คน
สกอร์และผู้ทำประตู
- PSG 1-0 วิทีญญ่า (Vitinha) นาที 8
- 1-1 นิวคาสเซิ่ล โจ วิลล็อค (Joe Willock) นาที 45+2
หมายเหตุสำคัญ: เดมเบเล่ยิงจุดโทษไม่เข้า (ถูก นิค โป๊ป เซฟ) ตั้งแต่ช่วงต้นเกม
11 ตัวจริงและแผนการเล่น
เปแอสเช (PSG) – 4-3-3
ซาโฟนอฟ; นูโน เมนเดส, ปาโช่, มาร์กินญอส, ฮาคิมี่; วิตินญ่า, วาร์เรน ซาอีร์-เอเมอรี่, เซนนี มายูลู; บาร์โคล่า, เดมเบเล่, ควารัตสเคเลีย
นิวคาสเซิ่ล – 3-4-2-1
นิค โป๊ป; แดน เบิร์น, สเวน บ็อตมัน, มาลิค เธียว; ลูอิส ฮอลล์, ซานโดร โตนาลี่, จาค็อบ แรมซีย์, ลูอิส ไมลีย์; แอนโธนี อีแลงก้า, นิค โวลเทมาเดอ; โจ วิลล็อค
ไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญ (ละเอียด)
นาที 1–10: เกมเดือดตั้งแต่วินาทีแรก + จุดโทษที่เปลี่ยนอารมณ์เกม
- เปิดมาไม่ทันไร เกมมีจังหวะ VAR ตรวจแฮนด์บอล ก่อนผู้ตัดสินชี้จุดโทษให้ PSG
- เดมเบเล่รับหน้าที่สังหาร แต่ นิค โป๊ป พุ่งปัดเซฟได้ ทำให้ “โมเมนตัม” ที่ควรเป็นของเจ้าบ้านสะดุดตั้งแต่ต้น
- อย่างไรก็ตาม PSG ยังคุมเกมต่อเนื่อง และมาได้ประตูในนาที 8 จาก วิทีญญ่า—รับบอลบริเวณหน้ากรอบก่อนขยับหาช่องแล้วยิงเสียบมุมอย่างเด็ดขาด ขึ้นนำ 1-0
นาที 11–45: PSG ครองบอลหนัก แต่ “นิวคาสเซิ่ลยื้ออยู่” แล้วสวนคืนก่อนพักครึ่ง
- หลังนำเร็ว PSG ยังเดินหน้ากดดันต่อ มีจังหวะยิง/กึ่งยิงกึ่งผ่านหลายครั้งตามสไตล์เกมรุก 4-3-3 ที่เน้นเปิดพื้นที่ริมเส้นให้บาร์โคล่า–เดมเบเล่
- เกมของนิวคาสเซิ่ลในช่วงนี้ชัดเจน: แพ็กเกมรับให้แน่น แล้วรอโอกาสจากลูกนิ่งและทรานซิชัน (เปลี่ยนจากรับเป็นรุกเร็ว)
- จุดเสียหายของ PSG เพิ่มขึ้นเมื่อ ควารัตสเคเลียมีอาการเจ็บและต้องออกจากสนามช่วงต้นเกม ทำให้จังหวะลากกินตัว/ดวลริมเส้นลดลง
- ก่อนหมดครึ่งแรก นิวคาสเซิ่ลได้ฟรีคิก โตนาลี่เปิดเข้าเขตโทษ บอลถูกช่วยเปลี่ยนทางและถูก “สะกิดต่อ” จนมาถึง โจ วิลล็อค โขกจ่อ ๆ ตีเสมอ 1-1 นาที 45+2
ครึ่งหลัง: นิวคาสเซิ่ลกล้าขึ้น—PSG ครองบอลเหมือนเดิมแต่จบไม่คม
- นิวคาสเซิ่ลกลับมาครึ่งหลังด้วยความมั่นใจมากกว่าเดิม มีช่วงที่ขึ้นเกมได้ต่อเนื่อง และเคยมีจังหวะส่งบอลเข้าประตูอีกครั้งแต่ถูกจับล้ำหน้า (จังหวะนี้ทำให้ PSG ต้องระวังหลังบ้านมากขึ้น)
- PSG ยังคงรูปเกมเดิม: ครองบอลสูง หมุนหาช่องยิงจากครึ่งพื้นที่ (half-space) และนอกกรอบ แต่ความเฉียบคมหน้าประตูไม่มา—รวมถึงจังหวะเดมเบเล่ที่มีโอกาสในเขตโทษแต่จบไม่ลง
- ช่วงท้ายเกม นิวคาสเซิ่ลมีจังหวะสวนกลับอันตรายหลายครั้ง โดยเฉพาะตอนมีตัวสำรองเกมรุกลงมา ทำให้เกมเปิดและมีโอกาส “แอบฉกชัย” อยู่เหมือนกัน แต่สุดท้ายสกอร์ไม่ขยับ
สถิติสำคัญ (อ้างอิงจากข้อมูลการแข่งขัน)
| สถิติ | PSG | นิวคาสเซิ่ล |
|---|---|---|
| ครองบอล | 67.1% | 32.9% |
| ยิงทั้งหมด | 25 | 10 |
| ยิงเข้ากรอบ | 7 | 4 |
| เตะมุม | 5 | 1 |
| ใบเหลือง | 0 | 1 |
| เซฟ | 3 | 6 |
บทวิเคราะห์บอลหลังเกม (เชิงแท็กติก + จุดชี้ขาด)
1) จุดเปลี่ยนเกม: “โทษพลาดตั้งแต่ต้น” ทำให้ PSG ต้องไล่คุมเกมแบบกดดันตัวเอง
การได้จุดโทษเร็วปกติคือโอกาสทองในการ “ปิดเกมเร็ว” แต่เมื่อ เดมเบเล่ยิงไม่เข้า เกมจึงกลายเป็นการครองบอลบุกหนักโดยที่ต้องระวังสวนกลับตลอดเวลา และสุดท้ายการนำ 1-0 ไม่เคยทำให้ PSG สบายจริง ๆ
2) นิวคาสเซิ่ลยืน 3-4-2-1 รับลึกแต่ไม่ถอยจนหาย—รอจังหวะลูกนิ่งแล้วเอาคืนได้
โครงสร้างหลังสามของทีมเยือนช่วยรับมือการลาก/เติมเกมริมเส้นของ PSG ได้ดีขึ้น และการมีวิงแบ็กช่วยปิดพื้นที่ครอส ทำให้ PSG ต้องพึ่งการยิงไกลและบอลทะลุช่องมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่วันที่จบสกอร์คมพอ
3) อิมแพ็กต์สำคัญ: การเจ็บของควารัตสเคเลีย + ความเหนียวของโป๊ป
เมื่อ ควารัตสเคเลียออก PSG เสียมิติการดึงตัวประกบและการเลี้ยงทะลุฝั่งซ้าย ขณะที่ นิค โป๊ป กลายเป็นตัวคุมอารมณ์เกมของนิวคาสเซิ่ล—เริ่มจากเซฟจุดโทษ และตามด้วยการป้องกันจังหวะยิงเข้ากรอบอีกหลายครั้ง
ดาวเด่นประจำเกม
- นิค โป๊ป (นิวคาสเซิ่ล): เซฟจุดโทษเดมเบเล่ตั้งแต่ต้นเกม และช่วยทีมประคองผลเสมอด้วยจำนวนเซฟรวม 6 ครั้ง
- วิทีญญ่า (PSG): ยิงประตูขึ้นนำแบบคุณภาพสูง และเป็นศูนย์กลางการคุมจังหวะในแดนกลาง
- โจ วิลล็อค (นิวคาสเซิ่ล): โขกตีเสมอนาที 45+2 ซึ่ง “เปลี่ยนเกมและเปลี่ยนสถานการณ์ตารางสด” ในตอนนั้นทันที
สถานการณ์หลังเกมในตาราง UCL (League Phase)
- ทั้งสองทีมจบด้วยสถิติ 8 นัด: ชนะ 4 เสมอ 2 แพ้ 2 มี 14 คะแนน
- PSG จบอันดับ 11 / นิวคาสเซิ่ลจบอันดับ 12 ทำให้ หลุดท็อป 8 (ไม่ได้เข้ารอบ 16 ทีมอัตโนมัติ) ต้องไปเตะ รอบน็อกเอาต์เพลย์ออฟ
เส้นทางรอบต่อไป: เพลย์ออฟน็อกเอาต์ (Knockout phase play-offs)
- จากอันดับที่จบลีกเฟส ทำให้คู่แข่งที่เป็นไปได้ของสายนี้ถูกจับให้อยู่กลุ่มเดียวกัน และมีรายงานว่า PSG / นิวคาสเซิ่ล มีโอกาสเจอ โมนาโก หรือ คาราบัค ในรอบเพลย์ออฟ
- วันจับสลากรอบเพลย์ออฟ: ศุกร์ที่ 30 มกราคม 2026 เวลา 12:00 น. (CET)
- วันแข่งขันเพลย์ออฟ:
- นัดแรก: 17/18 กุมภาพันธ์ 2026
- นัดสอง: 24/25 กุมภาพันธ์ 2026
โปรแกรมถัดไป (หลังจบเกมนี้)
- PSG: มีคิวกลับไปเล่นลีกเอิง โดยโปรแกรมที่ระบุไว้คือ เยือน สตราสบูร์ก วันที่ 1 ก.พ. 2026
- นิวคาสเซิ่ล: กลับไปลุยพรีเมียร์ลีก เยือน ลิเวอร์พูล วันที่ 31 ม.ค. 2026






