ผลบอล ซังต์.เพาลี 1-1 แอร์เบ ไลป์ซิก | คาร์สยิงจุดโทษทดเจ็บตีเสมอ ดิโอม็องเด้ซัดไกล | บุนเดสลีกา 28 ม.ค. 2026
ซังต์.เพาลีไล่ตีเสมอแอร์เบ ไลป์ซิก 1-1 ในศึกบุนเดสลีกา (นัดตกค้าง) ที่มิลเลิร์นทอร์-สตาดิโอน คืนวันที่ 28 ม.ค. 2026 เวลาไทย โดยไลป์ซิกขึ้นนำจากลูกยิงไกล 20 เมตรของ ยาน ดิโอม็องเด้ นาที 66 ก่อนที่ มาร์ไตน์ คาร์ส จะรับบทฮีโร่ยิงจุดโทษช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาที 90+3 แบ่งแต้มสำคัญให้ทีมเจ้าถิ่นที่กำลังหนีตกชั้น
ผลบอล บุนเดสลีกา เยอรมนี
- ซังต์.เพาลี 1-1 แอร์เบ ไลป์ซิก
แข่งขัน: บุนเดสลีกา ฤดูกาล 2025/26 แมตช์เดย์ 16 (นัดตกค้าง)
วันเวลาแข่งขัน: 28 มกราคม 2026 | 02:30 น. (เวลาไทย) (เตะจริง 27 ม.ค. 19:30 น. ตามเวลาอังกฤษ/ยุโรป)
สนาม: มิลเลิร์นทอร์-สตาดิโอน (Millerntor-Stadion), ฮัมบูร์ก
ผู้ชม: 29,147 คน
ผู้ตัดสิน: ฟลอเรียน เอ็กซ์เนอร์ | VAR: คาทริน ราฟาลสกี
เกร็ดก่อนเกม: นัดนี้เป็น “นัดจัดใหม่” หลังเคยถูกเลื่อนเพราะสภาพอากาศหนาวจัด/หิมะ-น้ำแข็งทำให้ความปลอดภัยสนามไม่พร้อม
สกอร์และผู้ทำประตู
- 0-1 ไลป์ซิก | ยาน ดิโอม็องเด้ นาที 66
- 1-1 ซังต์.เพาลี | มาร์ไตน์ คาร์ส (จุดโทษ) นาที 90+3
รูปเกมโดยรวม (ภาพใหญ่ก่อนลงรายละเอียด)
เกมนี้เป็นแมตช์ที่ “ตึง” และ “สูสี” กว่าที่ชื่อชั้นจะบอก: ไลป์ซิกครองบอลมากกว่าเล็กน้อย แต่ซังต์.เพาลีมีช่วงที่เพรสซิ่งดีและหาโอกาสจากเกมสวนกลับได้เรื่อย ๆ ก่อนบทสรุปจะไปตัดสินกันที่ 2 จังหวะคม ๆ คือ
- ลูกยิงไกลสุดสวยของดิโอม็องเด้ นาที 66
- จุดโทษทดเจ็บที่คาร์สสังหารไม่พลาด นาที 90+3
ไทม์ไลน์สำคัญแบบละเอียด (เล่าเป็นฉาก)
ครึ่งแรก: ระวังตัวสูง—โอกาสมีแต่ยังไม่แตกหัก
-
ทั้งสองทีมเล่นด้วยความรัดกุม จังหวะเข้าทำเน้น “ไม่พลาดก่อน” โดยเฉพาะไลป์ซิกที่พยายามคุมจังหวะกลางสนามด้วยคู่มิดฟิลด์และหาช่องยิงนอกกรอบเป็นระยะ
ครึ่งหลัง: เกมเปิดมากขึ้น และไลป์ซิกได้จาก “คุณภาพเฉพาะตัว”
- 66’ | 0-1 ไลป์ซิก: ดิโอม็องเด้กดเต็มข้อจากระยะราว 20 เมตร บอลพุ่งแรงเป็นประตูขึ้นนำ ชนิดที่เปลี่ยนโมเมนตัมทันที
- หลังโดนนำ ซังต์.เพาลีเริ่ม “กล้าดัน” มากขึ้นและทยอยส่งตัวสำรองลงมาเพื่อเพิ่มความสด/ความเร็วในพื้นที่สุดท้าย (จุดสำคัญคือคาร์สถูกส่งลงมาก่อนเป็นคนปิดบัญชี)
- 87’ ช็อตสำคัญ: ผู้รักษาประตูซังต์.เพาลี นิโคลา วาซิลจ์ มีเซฟสำคัญช่วงท้ายจากโอกาสของไลป์ซิก ช่วยให้ทีมยังมีลมหายใจลุ้นแต้ม
- 90+3’ | 1-1 ซังต์.เพาลี (จุดโทษ): ช่วงทดเวลาเกิดจังหวะฟาวล์ในเขตโทษนำไปสู่จุดโทษ ก่อนที่คาร์สจะยิงผ่านมือ ปีเตอร์ กูลัคชี ตีเสมอแบบปลุกมิลเลิร์นทอร์ให้เดือด
แผนการเล่น + รายชื่อ 11 ตัวจริง (พร้อมสำรอง/เปลี่ยนตัว)
ซังต์.เพาลี (ระบบ 3-4-2-1)
ตัวจริง:
นิโคลา วาซิลจ์; โทโมยะ อันโด, ฮอคเคอ วาห์ล, คารอล เม็ตส์; มานอลิส ซาเลียกาส, เจมส์ แซนด์ส, เอริก สมิธ (กัปตัน), อาร์คาดิอุส พิร์ก้า; ดาเนล ซินานี, โจเอล ฟูจิตะ; ริคกี้-เจด โจนส์
เปลี่ยนตัวสำคัญ:
- 67’ ส่ง มาร์ไตน์ คาร์ส ลงมาแทน ริคกี้-เจด โจนส์
- 76’ เปลี่ยน ซินานี ออก ส่ง มาธีอัส เปเรยร่า ลาเช่ ลง
- 77’ เปลี่ยน 2 จุด: แซนด์ส ออก ส่ง แจ็คสัน เออร์ไวน์ ลง / ฟูจิตะ ออก ส่ง มาธีอัส ราสมุสเซน ลง
- 87’ ซาเลียกาส ออก ส่ง อับดูลี เซซาย ลง
แอร์เบ ไลป์ซิก (ระบบ 4-2-1-3)
ตัวจริง:
ปีเตอร์ กูลัคชี; ริดเล่ บากู, วิลลี่ ออร์บาน, เอล ชาดายล์ บิตเชียบู, เดวิด เราม์ (กัปตัน); ซาเวอร์ ชลาเกอร์, นิโคลัส ไซวัลด์; คริสทอฟ เบาม์การ์ทเนอร์; ยาน ดิโอม็องเด้, โรมู่โล (คาร์โดโซ ดา ครูซ), อันโตนิโอ นูซา
ใบเหลือง: เบาม์การ์ทเนอร์ นาที 49
เปลี่ยนตัวสำคัญ:
- 64’ โรมู่โล ออก ส่ง ซี ฮาร์เดอร์ ลง
- 85’ เปลี่ยน 2 จุด: เบาม์การ์ทเนอร์ ออก ส่ง เอเซคีล บานซูซี ลง / นูซา ออก ส่ง ตีเดียม โกมิส ลง
- 90+4’ ดิโอม็องเด้ ออก ส่ง เบนยามิน เฮนริคส์ ลง
สถิติสำคัญหลังเกม (อ่านเกมจากตัวเลข)
- ครองบอล: ไลป์ซิก 53% | ซังต์.เพาลี 47%
- โอกาสยิง (Attempts): ไลป์ซิก 12 ครั้ง | ซังต์.เพาลี 6 ครั้ง
- ยิงเข้ากรอบ: ไลป์ซิก 5 | ซังต์.เพาลี 1
- เตะมุม: ไลป์ซิก 4 | ซังต์.เพาลี 3
- ฟาวล์: ไลป์ซิก 6 | ซังต์.เพาลี 8
สรุปจากสถิติ: ไลป์ซิกมี “ปริมาณโอกาส” และ “ความแม่น” เหนือกว่า แต่ซังต์.เพาลีเอาตัวรอดได้ด้วยวินัยเกมรับ + เซฟสำคัญของวาซิลจ์ และได้ “จังหวะชี้ขาด” ในช่วงทดเวลา
บทวิเคราะห์แท็กติก (ทำไมเกมถึงออกหน้าเสมอ)
1) ไลป์ซิกเจาะไม่ง่าย เพราะเพาลีตั้ง 3 เซ็นเตอร์ + วิงแบ็กช่วยปิดพื้นที่
ซังต์.เพาลีใช้ระบบ 3-4-2-1 ทำให้มีตัวคุมพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษเยอะ ปิดช่องแทงทะลุและบีบให้ไลป์ซิกต้องจบด้วยการยิงไกล/บอลด้านข้างเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่น่าแปลกที่ประตูนำของไลป์ซิกจะมาจาก “ลูกยิงไกลคุณภาพ” ของดิโอม็องเด้
2) การเปลี่ยนตัวของเพาลี “ตรงจุด” เพราะเพิ่มความสดและเพิ่มคนโจมตีพื้นที่เขตโทษ
การส่งคาร์สลงมา (67’) คือการเพิ่ม “ตัวจบสกอร์ธรรมชาติ” ในช่วงที่ทีมต้องเร่ง สอดคล้องกับภาพรวมที่เพาลีทยอยเปลี่ยนตัวเพิ่มความสดช่วง 15–20 นาทีท้าย และสุดท้ายคาร์สเป็นคนตัดสินเกมด้วยจุดโทษ
3) เกมนี้สะท้อนปัญหาคลาสสิกของทีมลุ้นท็อปโฟร์: คุมเกมได้แต่ “ปิดงานไม่ลง”
ไลป์ซิกนำ 0-1 อยู่ลึกถึงช่วงทดเวลา แถมมีโอกาสให้จบเกม (รวมถึงช็อตท้ายที่วาซิลจ์เซฟ) แต่ปิดไม่ลง และโดนลงโทษจากจังหวะเดียวในเขตโทษช่วงท้าย ทำให้ 2 แต้มหลุดมือแบบเจ็บ ๆ
ดาวเด่นของเกม (Standout Players)
มาร์ไตน์ คาร์ส (ซังต์.เพาลี)
-
ลงสำรองนาที 67 แต่ “เปลี่ยนชะตาเกม” ด้วยการยิงจุดโทษนาที 90+3 ภายใต้ความกดดันสูงสุด
ยาน ดิโอม็องเด้ (ไลป์ซิก)
-
ยิงประตูสุดคมจากระยะไกล 20 เมตร นำทีมขึ้นนำและเกือบพาทีมเก็บ 3 แต้ม
นิโคลา วาซิลจ์ (ซังต์.เพาลี)
-
เซฟสำคัญช่วงท้ายเกม โดยเฉพาะจังหวะนาที 87 ที่ช่วยกันไม่ให้สกอร์ไหล ก่อนทีมจะกลับมาตีเสมอได้
สถานการณ์บนตารางคะแนนหลังเกม (มีผลแค่ไหน)
- ไลป์ซิก: อยู่อันดับ 4 มี 36 คะแนน (ยังอยู่กลุ่มลุ้นโควตายุโรป/แชมเปี้ยนส์ลีก) และตามหลัง ฮอฟเฟนไฮม์ 3 แต้ม
- ซังต์.เพาลี: ยังอยู่โซนตกชั้นอันดับ 17 มี 14 คะแนน แต่แต้มนี้สำคัญมากในแง่ความมั่นใจและการไล่บี้ทีมเหนือโซนแดง
โปรแกรมถัดไป (Next Fixtures)
- ซังต์.เพาลี: ไปเยือน เอาก์สบวร์ก วันที่ 31 ม.ค. 2026
- แอร์เบ ไลป์ซิก: เปิดบ้านพบ ไมนซ์ 05 วันที่ 31 ม.ค. 2026
สรุปปิดท้ายแบบ “ภาพเดียว”
นี่คือเกมที่ไลป์ซิกทำได้ดีพอจะชนะ—ทั้งครองบอลและสร้างโอกาสได้มากกว่า แต่ซังต์.เพาลี “ไม่ตาย” เพราะเกมรับมีวินัย + โกล์ช่วยไว้ และเมื่อได้จังหวะชี้เป็นชี้ตายจากจุดโทษทดเจ็บ คาร์สก็สังหารไม่พลาด กลายเป็น 1 แต้มที่มีค่ามากต่อภารกิจหนีตกชั้นของเจ้าถิ่น และเป็น 2 แต้มที่หลุดมือแบบน่าเจ็บใจของทีมลุ้นท็อปโฟร์






