เปแอสเช 2-2 โมนาโก | สรุปผลบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 26 ก.พ. 2026 (03:00) สกอร์รวม 5-4
ข้อมูลการแข่งขัน
- รายการแข่งขัน: ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2025/26 รอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์ (นัดที่สอง)
- วันเวลาแข่งขัน: 26 ก.พ. 2026 เวลา 03:00 น. (เวลาไทย) (ตามเวลาแข่งขันในยุโรปคือ 25 ก.พ. 2026)
- สนาม: ปาร์ก เดส์ แปรงซ์, กรุงปารีส
- ผู้ชมในสนาม: 47,511 คน
- ผลการแข่งขัน: เปแอสเช 2-2 โมนาโก
- ผลสองนัด: เปแอสเชผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 5-4
รายละเอียดการแข่งขัน (ไทม์ไลน์สำคัญแบบละเอียด)
ครึ่งแรก: โมนาโกยืนเกมได้ดี ก่อนฉกประตูนำ “ก่อนพักครึ่ง”
- ภาพรวมก่อนมีประตู เกมของเปแอสเชมีช่วงที่ดู “เกร็งๆ” และโมนาโกเริ่มคุมจังหวะได้มากขึ้นเรื่อยๆ ตามรายงานการแข่งขัน
- นาที 45 (0-1): โมนาโกขึ้นนำจากการสลับแกนเกมไปอีกฝั่ง ก่อน ไกโอ เอ็นรีเก จ่ายให้ คูลิบาลี และไหลต่อให้ อักลิอูช แปด้วยขวา บอลไปชนเสาซ้ายก่อนเด้งเข้า ทำให้สกอร์รวมขณะนั้นกลับมา “เท่ากัน” ที่ 3-3
ครึ่งหลัง: จุดเปลี่ยนคือ “ใบแดง” แล้วเปแอสเชกดสองหมัดรวดใน 6 นาที
- นาที 58: เกมเปลี่ยนแบบฉับพลันเมื่อ คูลิบาลี โดนใบแดงจากใบเหลืองที่สอง หลังไปทำฟาวล์ใส่ ควารัตสเคเลีย ริมเส้น ทำให้โมนาโกเหลือ 10 คน
- นาที 60 (1-1): เปแอสเชใช้ฟรีคิกจากจังหวะใบแดงนั้น “ฉวยทันที” มีการเล่นเร็วแล้วบอลมาทางขวา ก่อน เดซีเร ดูเอ เปิดเข้ากลางให้ มาร์กินญอส สะกิด/แหย่บอลจ่อๆ ตีเสมอ 1-1
- นาที 66 (2-1): เปแอสเชพลิกแซงนำเมื่อ ฮาคิมี ยิงจากนอกกรอบราว 20 เมตร ผู้รักษาประตู ฟิลิปป์ โคห์น ปัดไม่พ้น บอลเข้าทาง ควารัตสเคเลีย ซ้ำระยะใกล้เข้าไป กลายเป็นประตูที่ทำให้เปแอสเช “ขึ้นนำทั้งเกมและสกอร์รวม”
ช่วงท้ายเกม: โมนาโกไม่ยอมแพ้—ตีเสมอทดเจ็บ แต่ไม่ทันเวลา
- หลังโดนนำ 2-1 และเหลือ 10 คน โมนาโกต้องเล่นแบบประคองตัวและรอจังหวะสวน ขณะที่เปแอสเชครองเกมมากขึ้นชัดเจน (ตัวเลขครองบอลเกมนี้สูงมาก)
- นาที 90+1 (2-2): โมนาโกตีเสมอช่วงทดเวลา จากจังหวะบุกทางซ้ายก่อนบอลถูกสกัดลอย/เด้งมาเข้าทาง จอร์แดน เทเซ ยิงเข้าไป ทำให้จบเกม 2-2 แต่ยังตกรอบเพราะสกอร์รวมตามหลัง 1 ลูก
สถิติสำคัญ
- ครองบอล: เปแอสเช 72.6% | โมนาโก 27.4%
- ยิงทั้งหมด: เปแอสเช 21 | โมนาโก 10
- ยิงเข้ากรอบ: เปแอสเช 6 | โมนาโก 4
- เตะมุม: เปแอสเช 8 | โมนาโก 4
- ใบเหลือง: เปแอสเช 1 | โมนาโก 3
- ใบแดง: โมนาโก 1 (คูลิบาลี)
- เซฟ: เปแอสเช 2 | โมนาโก 4
บทวิเคราะห์บอลหลังเกม
เปแอสเช: ได้ประโยชน์เต็มๆ จาก “วินัยเกมรุกหลังใบแดง”
- ก่อนใบแดง เกมของเปแอสเชถูกอธิบายว่า “ดูไม่นิ่ง” และโมนาโกเริ่มคุมเกมได้
- แต่หลังคู่แข่งเหลือ 10 คน เปแอสเชเร่งจังหวะและเปลี่ยนโอกาสจากลูกนิ่งเป็นประตูตีเสมอแบบทันที ก่อนตามด้วยประตูแซงในเวลาไม่นาน ทำให้เกมกลับมาอยู่ในการควบคุมของเจ้าบ้าน
- แม้เสียประตูท้ายเกมจนจบเสมอ แต่ “เป้าหมายใหญ่” คือการผ่านเข้ารอบทำได้สำเร็จด้วยสกอร์รวม 5-4
โมนาโก: เล่นดี 58 นาทีแรก แต่ความพลาดเดียว “ราคาสูงเกินจ่าย”
- โมนาโกขึ้นนำและทำให้สกอร์รวมกลับมาเท่ากัน จนเริ่มได้ความมั่นใจว่าเกมกำลังไหลเข้าหาตัวเอง
- อย่างไรก็ตาม ใบแดงของคูลิบาลีคือจุดแตกหัก เพราะตามมาด้วยการเสียประตูจากฟรีคิกทันที และเสียประตูแซงในอีก 6 นาที—เป็นช่วงที่ตัดสินการตกรอบอย่างแท้จริง
- การตีเสมอทดเจ็บช่วยให้จบเกม “ไม่แพ้” แต่ภาพรวมสองนัดยังไม่พอ เพราะสุดท้ายสกอร์รวมแพ้ 4-5
ดาวเด่นของเกม
- ควิชา ควารัตสเคเลีย (เปแอสเช): ยิงประตูสำคัญนาที 66 และเป็นคนที่ถูกทำฟาวล์จนเกิดใบแดง—ส่งผลต่อทั้งทิศทางเกม
- มาร์กินญอส (เปแอสเช): ประตูตีเสมอจากลูกฟรีคิกเป็นชนวนให้ทีมเร่งเครื่องกลับมาแซง
- มามาดู คูลิบาลี (โมนาโก): ใบแดงจากเหลืองที่สองทำให้เกมพลิกแบบทันที เป็นเหตุการณ์ที่ถูกชี้ว่า “แพงที่สุดของโมนาโก” ในเกมนี้
สรุปสถานการณ์หลังเกม
- เปแอสเชผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยสกอร์รวม 5-4 และจะไปรอผลจับสลากเพื่อพบผู้ชนะระหว่าง บาร์เซโลนา หรือ เชลซี ตามเงื่อนไขการจับสลากที่รายงานระบุ
- โมนาโกตกรอบเพลย์ออฟ แม้เกมนี้เสมอได้ แต่เสียหายจากการเล่น 10 คนและเสียสองประตูในช่วงสั้นๆ หลังใบแดง
โปรแกรมถัดไป
-
เปแอสเช: รอการจับสลากรอบ 16 ทีมสุดท้าย (ระบุว่าจะพบ “บาร์เซโลนา หรือ เชลซี”)






