BB3100
เรอัล มาดริด - เบนฟิก้า

วินิซิอุสซัดนาที 80! เรอัล มาดริดแซงเชือดเบนฟิก้า 2-1 ลิ่วรอบ 16 ทีมด้วยสกอร์รวม 3-1

เรอัล มาดริดโดนเบนฟิก้าบุกมานำก่อนตั้งแต่นาที 14 แต่คัมแบ็กแซงชนะ 2-1 ที่ซานติอาโก เบร์นาเบว จากประตูของ โอเรเลียง ชูอาเมนี นาที 16 และ วินิซิอุส จูเนียร์ นาที 80 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยสกอร์รวม 3-1 (นัดแรกบุกชนะ 1-0) ในเกมคืนวันที่ 26 ก.พ. 2026 เวลา 03:00 น. (เวลาไทย)

เลือกหัวข้ออ่านทันที

เรอัล มาดริด 2-1 เบนฟิก้า | สรุปผลบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 26 ก.พ. 2026 (03:00) รวม 3-1

ข้อมูลการแข่งขัน

  • รายการแข่งขัน: ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2025/26 รอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์ (นัดที่สอง)
  • วันเวลาแข่งขัน: 26 ก.พ. 2026 เวลา 03:00 น. (เวลาไทย) / 25 ก.พ. 2026 (ท้องถิ่นยุโรป)
  • สนาม: ซานติอาโก เบร์นาเบว
  • ผู้ชมในสนาม: 76,745 คน
  • ผลการแข่งขัน: เรอัล มาดริด 2-1 เบนฟิก้า
  • ผลสองนัด: เรอัล มาดริด ชนะสกอร์รวม 3-1 (นัดแรก เบนฟิก้า 0-1 เรอัล มาดริด)

รายละเอียดการแข่งขัน

ครึ่งแรก: เปิดหน้าแลกเดือด—ยิงกัน 3 นาที 2 ประตู

  • นาที 14 (0-1): เบนฟิก้าเงยหน้าสวนกลับแล้วจบสกอร์ได้ก่อนจาก ราฟา ทำให้บรรยากาศในสนามตึงทันที เพราะสกอร์รวมเริ่มถูกบีบให้ไล่กันสนุก
  • นาที 16 (1-1): เรอัล มาดริดตอบโต้ไวแบบ “ไม่ปล่อยให้เกมไหล” เมื่อ โอเรเลียง ชูอาเมนี ยิงตีเสมอได้ทันควัน ลดความได้เปรียบของทีมเยือนกลับไปอยู่ที่มาดริดอีกครั้ง
  • หลังจากนั้นเกมเข้าสู่โหมด “คุมความเสี่ยง” มากขึ้น มาดริดครองบอลและพยายามปักหลัก ส่วนเบนฟิก้าเลือกจังหวะบุกแบบเป็นช่วงๆ เพื่อไม่เปิดพื้นที่ให้โดนสวน

ครึ่งหลัง: เกมยื้อยาว—จนวินิซิอุสปิดบัญชีนาที 80

  • ครึ่งหลังภาพรวมยังสูสีในเชิงจังหวะและโอกาส โดยสถิติการยิงเข้ากรอบของทั้งสองทีม “เท่ากัน” สะท้อนว่ามีจังหวะให้ลุ้นทั้งคู่ ไม่ใช่การไหลไปทางเดียว
  • นาที 80 (2-1): จังหวะชี้ขาดมาถึงเมื่อ วินิซิอุส จูเนียร์ จบสกอร์ให้มาดริดแซงนำ 2-1 และกลายเป็นประตูที่ส่งทีมเข้ารอบแบบ “ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม” เพราะทำให้ระยะห่างในสกอร์รวมกว้างขึ้นทันที
  • ช่วงท้ายเกมเบนฟิก้าพยายามเร่งเพื่อทวงประตูคืน แต่เรอัล มาดริดประคองเกมด้วยการครองบอลและจัดระเบียบเกมรับ จบเกม 2-1 ได้ตามเป้า

สถิติสำคัญ (ตัวเลขเกม)

  • ครองบอล: เรอัล มาดริด 55.8% | เบนฟิก้า 44.2%
  • ยิงทั้งหมด: เรอัล มาดริด 14 | เบนฟิก้า 12
  • ยิงเข้ากรอบ: เรอัล มาดริด 4 | เบนฟิก้า 4
  • เตะมุม: เรอัล มาดริด 4 | เบนฟิก้า 7
  • ใบเหลือง: เรอัล มาดริด 2 | เบนฟิก้า 2
  • เซฟ: เรอัล มาดริด 4 | เบนฟิก้า 2

บทวิเคราะห์บอลหลังเกม

เรอัล มาดริด: จุดแข็งคือ “ตอบสนองเร็ว” และ “ปิดเกมให้เด็ด”

  • การตีเสมอได้ทันทีหลังโดนนำ (นาที 16) คือหัวใจของเกมนี้ เพราะไม่ปล่อยให้ความได้เปรียบทางจิตวิทยาไหลไปอยู่กับเบนฟิก้านานเกินไป
  • ครึ่งหลังมาดริดไม่ได้เร่งแบบบ้าคลั่ง แต่รอ “จังหวะที่ใช่” แล้วลงโทษด้วยประตูของวินิซิอุส ซึ่งถูกยกให้เป็นประตูที่ตอกฝาโลงของสกอร์รวม

เบนฟิก้า: เปิดเกมดี แต่ความต่อเนื่องไม่พอในช่วงตัดสิน

  • เบนฟิก้าทำได้ตามแผนช่วงแรก—ยิงนำและทำให้เกมกลับมาตึง แต่การเสียประตูคืนเร็วเกินไปทำให้ต้องเริ่มใหม่แทบทั้งหมด
  • แม้จะมีตัวเลขเตะมุมมากกว่าและยิงเข้ากรอบเท่ากัน แต่สุดท้ายขาด “ประตูที่สอง” ที่จำเป็นต่อการไล่สกอร์รวม

ดาวเด่นของเกม

  • วินิซิอุส จูเนียร์ (เรอัล มาดริด): ประตูชัยนาที 80 คือคำตอบสุดท้ายของเกม และเป็นจังหวะที่เปลี่ยนความกดดันทั้งหมดเป็นความได้เปรียบ
  • โอเรเลียง ชูอาเมนี (เรอัล มาดริด): ประตูตีเสมอทันควันช่วยรีเซ็ตเกม และทำให้มาดริดกลับมาคุมสถานการณ์ได้เร็ว
  • ราฟา (เบนฟิก้า): ยิงนำให้ทีมเยือนและทำให้เกมเดือดตั้งแต่นาที 14

สรุปสถานการณ์หลังเกม

  • เรอัล มาดริดผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยสกอร์รวม 3-1 และไปรอการจับสลากรอบถัดไป
  • เบนฟิก้าตกรอบเพลย์ออฟ แม้จะยิงนำได้ในเกมนี้ แต่ไม่สามารถรักษาความได้เปรียบและเพิ่มประตูไล่บี้สกอร์รวมได้

โปรแกรมถัดไป

  • เรอัล มาดริด: รอการจับสลากรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

สมัครสมาชิก BB3100 เพื่อติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ เว็บพนันออนไลน์ คาสิโน พนันฟุตบอล หวย สล็อต พร้อมให้บริการเกี่ยวกับ ข่าวสารกีฬา สรุปผลฟุตบอล และความบันเทิงอีกมากมาย

Share the Post: