BB3100
เอฟเวอร์ตัน - แมนยูไนเต็ด

ตัวสำรองเปลี่ยนเกม! แมนยูไนเต็ดบุกเชือดเอฟเวอร์ตัน 1-0 จาก “เชสโก้” ขึ้นท็อปโฟร์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดบุกเก็บ 3 แต้มสำคัญเหนือเอฟเวอร์ตัน 1-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก คืนวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2026 (เวลาไทย 03:00 น.) จากประตูชัยของ เบนยามิน เชสโก้ นาที 71 หลังลงมาเป็นตัวสำรอง โดยเป็นเกมที่รูปแบบไม่สวยมากนัก แต่ทีมเยือนเล่นเกมรับได้เหนียวแน่นและได้ เซนเน่ ลัมเมินส์ เซฟหลายครั้ง ช่วยพาทีมขยับขึ้นอันดับ 4 ของตาราง.

เลือกหัวข้ออ่านทันที

เอฟเวอร์ตัน 0-1 แมนยูไนเต็ด | สรุปผลบอลพรีเมียร์ลีก 24 ก.พ. 2026 เวลา 03:00

ข้อมูลการแข่งขัน

  • รายการแข่งขัน: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26
  • วันเวลาแข่งขัน: 24 ก.พ. 2026 เวลา 03:00 น. (เวลาไทย) / 7:00 น. ตามเวลาที่แสดงในหน้ารายงานอีเอสพีเอ็น (โซนเอเชีย-ออสเตรเลีย)
  • สนาม: ฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดียม, ลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ
  • ผู้ชมในสนาม: 52,326 คน
  • ผู้ตัดสิน: ดาร์เรน อิงแลนด์
  • ผลการแข่งขัน: เอฟเวอร์ตัน 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ผู้ทำประตู: เบนยามิน เชสโก้ นาที 71)

รายละเอียดการแข่งขัน (แบบเล่าเกมละเอียด)

ครึ่งแรก: เกมอึดอัด แต่มีจังหวะสำคัญตั้งแต่ต้น

  • รูปเกมโดยรวมค่อนข้าง “สูสีและติดๆ ขัดๆ” ตามรายงานหลังเกม ไม่ใช่เกมที่เปิดหน้าแลกกันต่อเนื่องมากนัก และคุณภาพจังหวะสุดท้ายมีไม่เยอะ.
  • แมนยูไนเต็ดเกือบได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่ช่วงต้น เมื่อมีจังหวะยิงของ อาหมัด ดิยัลโล่ แต่ถูก เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ เคลียร์บนเส้นเอาไว้ได้แบบหวุดหวิด กลายเป็นหนึ่งในจังหวะสำคัญของเกม.
  • เอฟเวอร์ตันพยายามตอบโต้และเริ่มหาจังหวะจบได้บ้าง แต่ยังเจาะแนวรับทีมเยือนไม่เข้า ทำให้สกอร์ยังคง 0-0 เมื่อจบครึ่งแรก.

ครึ่งหลัง: แมนยูไนเต็ดฉวยโอกาสจากสวนกลับเดียวที่คมที่สุด

  • เอฟเวอร์ตันมีช่วงกดดันเกมได้ดีขึ้น และพยายามใช้ลูกตั้งเตะ/ลูกเปิดบีบให้แนวรับแมนยูไนเต็ดทำงานหนัก โดยเฉพาะเมื่อดูจากจำนวนเตะมุมที่เจ้าบ้านได้สูงถึง 10 ครั้งทั้งเกม.
  • อย่างไรก็ตาม แมนยูไนเต็ดเป็นฝ่ายได้ “จังหวะคุณภาพที่สุด” ในเกมนี้จากการสวนกลับเร็ว นาที 71: มาเตอุส คุนญ่า เปิดเกมด้วยบอลจ่ายยาวสวยงาม ก่อนบอลไปถึง ไบรอัน เอ็มเบวโม่ ที่จ่ายต่อให้ เบนยามิน เชสโก้ ยิงจังหวะแรกเข้าไปอย่างเด็ดขาด เป็นประตู 0-1.
  • หลังเสียประตู เอฟเวอร์ตันพยายามเร่งเครื่องกลับมา มีจังหวะลุ้นจาก แฮร์ริสัน อาร์มสตรอง และลูกยิงไกลของ ไมเคิล คีน แต่ เซนเน่ ลัมเมินส์ ผู้รักษาประตูแมนยูไนเต็ดเซฟช่วยทีมไว้ได้.
  • ช่วงท้ายเกม แมนยูไนเต็ดเน้นความรัดกุมและปิดพื้นที่ในแดนตัวเอง ก่อนประคองสกอร์จนจบเกม 90+6 นาที คว้าชัย 1-0 ออกไป.

สถิติสำคัญ

  • ครองบอล: เอฟเวอร์ตัน 47.8% | แมนยูไนเต็ด 52.2%
  • ยิงเข้ากรอบ: เอฟเวอร์ตัน 4 | แมนยูไนเต็ด 3
  • ยิงทั้งหมด: เอฟเวอร์ตัน 12 | แมนยูไนเต็ด 11
  • เตะมุม: เอฟเวอร์ตัน 10 | แมนยูไนเต็ด 1
  • ใบเหลือง: เอฟเวอร์ตัน 2 | แมนยูไนเต็ด 3
  • เซฟ: เอฟเวอร์ตัน 1 | แมนยูไนเต็ด 4

อ่านเกมจากตัวเลข: เอฟเวอร์ตันได้เตะมุมมากกว่าแบบชัดเจนและยิงเข้ากรอบมากกว่าเล็กน้อย แต่แมนยูไนเต็ดเฉียบคมกว่าในจังหวะสวนกลับที่ตัดสินผลการแข่งขัน.


บทวิเคราะห์บอลหลังเกม

เอฟเวอร์ตัน: มีแรงกดดัน แต่ขาด “จังหวะสุดท้าย”

  • เอฟเวอร์ตันไม่ได้เป็นรองแบบชัดเจน ทั้งจำนวนยิง, ยิงเข้ากรอบ และลูกเตะมุมสะท้อนว่าพวกเขาพาเกมไปถึงพื้นที่สุดท้ายได้พอสมควร.
  • ปัญหาคือคุณภาพการจบสกอร์ในช่วงชี้ขาดยังไม่ดีพอ และเมื่อโดนลงโทษจากเกมสวนกลับหนึ่งครั้ง ก็ไล่ไม่ทันจนเสียแต้มในบ้านอีกนัด.
  • เดวิด มอยส์ ให้สัมภาษณ์ว่าไม่พอใจกับสกอร์ พร้อมยอมรับว่าทีมพยายามมากแต่ขาดคุณภาพในจังหวะสุดท้ายที่จะตีเสมอให้ได้.

แมนยูไนเต็ด: เกมไม่สวย แต่ “วินัย + ประสิทธิภาพ” ชัดเจน

  • รายงานระบุชัดว่าเกมนี้ไม่ใช่ฟอร์มที่ลื่นไหลของแมนยูไนเต็ด แต่ทีมยังเก็บชัยได้จากความเด็ดขาดในจังหวะสำคัญที่สุดของเกม.
  • จุดเด่นคือเกมรับและผู้รักษาประตู โดย ลัมเมินส์ มีเซฟสำคัญหลายครั้ง ขณะที่แนวรับยืนระยะได้ดีในช่วงโดนบุกหนัก.
  • ภายใต้การคุมทีมชั่วคราวของ ไมเคิล คาร์ริค แมนยูไนเต็ดยังไม่แพ้ใน 6 นัดแรก (ชนะ 5 เสมอ 1) และโมเมนตัมทีมดีขึ้นชัดเจน.

ดาวเด่นของเกม

  • เบนยามิน เชสโก้ (แมนยูไนเต็ด): ลงสำรองแล้วยิงประตูชัยนาที 71 และเป็นประตูตัดสินเกมอีกนัดติดต่อกัน.
  • เซนเน่ ลัมเมินส์ (แมนยูไนเต็ด): เซฟ 4 ครั้ง ช่วยรักษาคลีนชีตในเกมที่ทีมโดนกดดันหลายช่วง.
  • ไบรอัน เอ็มเบวโม่ (แมนยูไนเต็ด): แอสซิสต์ให้ประตูชัยจากจังหวะสวนกลับที่เฉียบคม.
  • เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ (เอฟเวอร์ตัน): เคลียร์บอลบนเส้นตั้งแต่ต้นเกม ป้องกันไม่ให้ทีมเสียประตูเร็ว.

สรุปสถานการณ์หลังเกม

  • แมนยูไนเต็ดมี 48 คะแนนจาก 27 นัด ขยับขึ้นอันดับ 4 และนำเชลซีกับลิเวอร์พูลอยู่ 3 คะแนนตามข้อมูลตารางในรายงาน.
  • เอฟเวอร์ตันมี 37 คะแนนจาก 27 นัด อยู่อันดับ 9 และไม่ชนะเกมเหย้า 7 นัดติดต่อกันในทุกรายการตามรายงานรอยเตอร์ส.

โปรแกรมถัดไป

  • แมนยูไนเต็ด: เปิดบ้านพบ คริสตัล พาเลซ (1 มี.ค. 2026) และบุกเยือน นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (4 มี.ค. 2026) ตามหน้าตารางอีเอสพีเอ็น.
  • เอฟเวอร์ตัน: มีคิวพบ เบิร์นลีย์ (4 มี.ค. 2026) และต่อด้วยเยือน อาร์เซน่อล (14/15 มี.ค. 2026 ขึ้นกับโซนเวลาที่แสดงในแต่ละหน้าตาราง).

สมัครสมาชิก BB3100 เพื่อติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ เว็บพนันออนไลน์ คาสิโน พนันฟุตบอล หวย สล็อต พร้อมให้บริการเกี่ยวกับ ข่าวสารกีฬา สรุปผลฟุตบอล และความบันเทิงอีกมากมาย

Share the Post: