ผลบอล แมนซิตี้ 2-0 วูล์ฟแฮมป์ตัน | สรุปผลบอลพรีเมียร์ลีก 24 ม.ค. 2026
แมนเชสเตอร์ ซิตี้กลับมาคว้าชัยในลีกเป็นครั้งแรกของปี 2026 เปิดบ้านชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 จากประตูของ โอมาร์ มาร์มูช (น.6) และ อองตวน เซเมนโย (น.45+2) เกมนี้มีจังหวะดราม่า VAR ไม่ให้จุดโทษแฮนด์บอล ขณะที่แนวรับได้ “มาร์ค เกฮี” ประเดิมสนามช่วยเก็บคลีนชีตสำคัญ
ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส
แข่งขัน: วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2026 (ตามเวลาสหราชอาณาจักร 15:00 น. / ตรงกับเวลาไทย 22:00 น.)
สนาม: เอทิฮัด สเตเดียม
ผู้ตัดสิน: ฟาไร ฮัลแลม (VAR: ดาร์เรน อิงแลนด์)
ผู้ทำประตู
- 1-0 โอมาร์ มาร์มูช น.6 (แอสซิสต์: มาเตอุส นูเนส)
- 2-0 อองตวน เซเมนโย น.45+2 (แอสซิสต์: แบร์นาร์โด้ ซิลวา)
ภาพรวมเกม (สรุปแบบเล่าเหตุการณ์ละเอียด)
แมนฯ ซิตี้ของเป๊ป กวาร์ดิโอลา “ปรับทัพแรง” โดยเริ่มเกมแบบไม่ส่ง เออร์ลิง ฮาลันด์ และ ฟิล โฟเด้น เป็นตัวจริง ก่อนจะได้ผลทันทีจากการเพรสซิ่งและการขึ้นเกมฝั่งขวา—จังหวะเปิดของ นูเนส ไปถึง มาร์มูช ที่สอดมายิงจ่อ ๆ ให้เจ้าถิ่นนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 6
หลังขึ้นนำ ซิตี้คุมจังหวะด้วยการครองบอลและปักเกมรุกต่อเนื่อง มาร์มูชเกือบมีเพิ่มช่วงครึ่งชั่วโมงแรกจากการตัดเข้าในแล้วยิงชน “เสา” อย่างน่าเสียดาย
ไฮไลต์สำคัญของเกมเกิดขึ้นเมื่อซิตี้ร้องเอาจุดโทษจากจังหวะแฮนด์บอลของ เยอร์สัน มอสเกร่า แต่หลัง VAR เช็ก ผู้ตัดสินมองว่าแขนอยู่ใน “ตำแหน่งธรรมชาติ” จึงไม่ให้จุดโทษ—เป็นจังหวะที่ถูกพูดถึงมากหลังเกม
ก่อนหมดครึ่งแรก ซิตี้ตอกย้ำความได้เปรียบจากความสามารถเฉพาะตัวของ เซเมนโย ที่คุมบอลแล้วปั่นเรียดเสียบมุมในช่วงทดเวลา 45+2 ทำให้สกอร์ขยับเป็น 2-0 และเป็นประตูลีกแรกของเขากับสโมสร
ครึ่งหลังวูล์ฟส์พยายาม “เขย่าเกม” ด้วยการปรับหมากและเปลี่ยนตัวเร็วตั้งแต่พักครึ่ง เกมของทีมเยือนดูมีชีวิตมากขึ้น ได้ลุ้นจากฟรีคิกของ ชูเอา โกเมส ที่บอลลอยชน “หลังคาตาข่าย” และโอกาสโหม่งของ ยอร์เกน สตรานด์ ลาร์เซน (ลงสำรอง) ที่หลุดกรอบไปแบบได้เสียว
อย่างไรก็ตาม ซิตี้ยังคุมพื้นที่อันตรายได้ดี มีจังหวะสวน/ต่อบอลเข้าทำจน เซเมนโย ได้ยิงแรงชนกรอบประตูอีกครั้ง ขณะที่วูล์ฟส์ก็เกือบตีไข่แตกจากโหม่งกระดอนของ มอสเกร่า ที่ไปชนคาน แต่สุดท้ายไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมซิตี้เก็บ 3 แต้มพร้อมคลีนชีตที่จำเป็นสุด ๆ ต่อการไล่ล่าทีมจ่าฝูง
รายชื่อ 11 ตัวจริง และการเปลี่ยนตัว
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (ระบบ 4-1-4-1)
ดอนนารุมมา; นูเนส, คูซานอฟ, เกฮี, โอไรลีย์; ร็อดรี; เซเมนโย, ไรน์เดอร์ส, แบร์นาร์โด้ (กัปตัน), แชร์กี; มาร์มูช
ตัวสำรองที่ถูกส่งลงสนาม
- โฟเด้น แทน ไรน์เดอร์ส น.61
- ฮาลันด์ แทน แชร์กี น.73
- โดกู แทน มาร์มูช น.74
วูล์ฟแฮมป์ตัน (ระบบ 3-5-2)
โชเซ ซา (กัปตัน); มอสเกร่า, ซานติอาโก้ บวยโน, เครย์ชี; ทชาชูอา, ชูเอา โกเมส, อันเดร, มาเตวส์ มาเน, อูโก บวยโน; อาเรียส, ฮวัง ฮี-ชาน
ตัวสำรองที่ถูกส่งลงสนาม
- สตรานด์ ลาร์เซน ลงแทน ทชาชูอา น.45
- โรดริโก โกเมส ลงแทน อาเรียส น.45
- อาร็อกอดาเร ลงแทน ฮวัง น.71
ใบเหลือง
- แมนฯ ซิตี้: นูเนส น.71
- วูล์ฟส์: อันเดร น.57, ชูเอา โกเมส น.67, มอสเกร่า น.88
สถิติสำคัญของเกม (Key Stats)
หมายเหตุ: ตัวเลขอาจปัดเศษเล็กน้อยตามแหล่งสถิติ
| หมวด | แมนฯ ซิตี้ | วูล์ฟส์ |
|---|---|---|
| ครองบอล | 64.3% | 35.7% |
| ยิงทั้งหมด | 11 | 11 |
| ยิงเข้ากรอบ | 4 | 1 |
| เตะมุม | 4 | 6 |
| ใบเหลือง | 1 | 3 |
| ล้ำหน้า | 0 | 6 |
| xG (คาดการณ์ประตู) | 0.92 | 0.59 |
| ผ่านบอลสำเร็จ (ครั้ง) | 575 | 275 |
| ความแม่นยำการจ่าย | 90.1% | 80.2% |
| ยิงชนเสา/คาน | 2 | 1 |
| สัมผัสบอลในกรอบคู่แข่ง | 25 | 16 |
| เซฟของผู้รักษาประตู | 1 | 2 |
ประเด็นแท็กติกที่ชี้เกม
1) ซิตี้ “เอาชนะเกมด้วยสปีด + ความคม” ในครึ่งแรก
ประตูแรกมาจากการขึ้นเกมที่ตรงและเร็ว ใช้การเติมของนูเนสแล้วโจมตีพื้นที่หลังวิงแบ็กวูล์ฟส์ทันที ส่วนประตูที่สองคือคุณภาพเฉพาะตัวของเซเมนโย—การจับ/แต่งหนึ่งจังหวะแล้วปั่นเรียดเข้ามุม เป็นประตูที่ “ปิดครึ่งแรก” จนแผนของทีมเยือนเสียรูป
2) จุดเปลี่ยนที่คนพูดถึง: VAR ไม่ให้จุดโทษแฮนด์บอล
จังหวะมอสเกร่าโดนบอลที่แขนแล้วซิตี้อุทธรณ์หนัก แต่การตัดสินยืนยันว่าแขนอยู่ในท่าธรรมชาติ ทำให้โมเมนตัมเกมยังอยู่กับซิตี้แต่ไม่ได้สกอร์เพิ่มทันที และเป็นหนึ่งในไฮไลต์ถกเถียงหลังเกม
3) ครึ่งหลังวูล์ฟส์ดีขึ้น แต่โอกาสคุณภาพยังไม่พอ
ทีมเยือนได้ลุ้นมากขึ้นจากลูกตั้งเตะและบอลยาว—ฟรีคิกของชูเอา โกเมส และการเข้าฮอสของสตรานด์ ลาร์เซน แต่ภาพรวม xG และจำนวนโอกาสจบสกอร์แบบ “จะ ๆ” ยังเป็นรอง
ดาวเด่นประจำเกม (Standout Players)
- โอมาร์ มาร์มูช (แมนฯ ซิตี้): ยิงปลดล็อกตั้งแต่นาที 6 สร้างความอันตรายต่อเนื่อง และเกือบมีเพิ่มจากจังหวะยิงชนเสา
- อองตวน เซเมนโย (แมนฯ ซิตี้): ทำประตูสำคัญก่อนหมดครึ่งแรก แถมมีจังหวะยิงชนกรอบอีกครั้ง—เป็นคนที่ทำให้เกมรุกซิตี้มีมิติและความดุดัน
- มาร์ค เกฮี (แมนฯ ซิตี้): เกมรับนิ่ง ช่วยเซ็ตระบบแนวรับให้ซิตี้กลับมาเก็บคลีนชีตในช่วงที่ทีมต้องการความมั่นใจ
- โชเซ ซา (วูล์ฟส์): แม้เสีย 2 ประตู แต่ยังมีหลายจังหวะที่ช่วยไม่ให้สกอร์ไหล โดยเฉพาะช่วงที่ซิตี้เร่งเครื่อง
สถานการณ์บนตารางคะแนนหลังเกม
ชัยชนะนัดนี้ทำให้แมนฯ ซิตี้ยังรั้ง อันดับ 2 และตามหลังจ่าฝูง อาร์เซนอล 4 คะแนน (ซิตี้ 46 แต้ม) ขณะที่วูล์ฟส์ยังจม อันดับสุดท้าย และตามโซนปลอดภัยห่างถึง 14 คะแนน
โปรแกรมนัดถัดไป (อัปเดตตามข้อมูลล่าสุด)
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้: มีคิวเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พบ กาลาตาซาราย วันที่ 28 มกราคม 2026 ที่เอทิฮัด สเตเดียม
- วูล์ฟแฮมป์ตัน: กลับไปเล่นพรีเมียร์ลีกในบ้าน พบ บอร์นมัธ วันที่ 31 มกราคม 2026 ที่โมลินิวซ์






