ผลบอล บอร์นมัธ 3-2 ลิเวอร์พูล | สรุปผลบอลพรีเมียร์ลีก 25 มกราคม 2026
บอร์นมัธออกนำ 2-0 ตั้งแต่ครึ่งแรกจาก เอวานิลซอน และ อเล็กซ์ ฆิเมเนซ ก่อนลิเวอร์พูลฮึดไล่กลับมาจาก เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และฟรีคิกของ โดมินิก โซบอสไล แต่ช่วงทดเจ็บนาที 90+5 อามีน อัดลี ซ้ำจ่อๆ ปิดบัญชีให้เจ้าถิ่นชนะสุดมัน 3-2 ที่ไวทาลิตี้ สเตเดียม ในพรีเมียร์ลีก คืนวันที่ 25 ม.ค. 2026
ข้อมูลการแข่งขัน
- รายการ: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26
- วันเวลาแข่งขัน:
- เวลาไทย (ICT): 00:30 น. วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2026
- เวลาอังกฤษ: 17:30 น. วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2026
- สนาม: ไวทาลิตี้ สเตเดียม (Vitality Stadium), บอร์นมัธ
- ผู้ชมในสนาม: 11,260 คน
- ผู้ตัดสิน: ไมเคิล ซอลส์บิวรี (Michael Salisbury)
- ระบบการเล่น: บอร์นมัธ 4-2-3-1 | ลิเวอร์พูล 4-2-2-2
รายชื่อผู้เล่นตัวจริง และแผนการเล่น
บอร์นมัธ (4-2-3-1)
- ตัวจริง:
จอร์เจ เปโตรวิช (GK), อาเดรียง ทรึฟแฟร์, มาร์กอส เซเนซี, เจมส์ ฮิลล์, อดัม สมิธ, ลูอิส คุก, อเล็กซ์ สก็อตต์, อามีน อัดลี, จูเนียร์ ครูปี, อเล็กซ์ ฆิเมเนซ, เอวานิลซอน - สำรอง (ที่ปรากฏในรายชื่อเกม): เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์, บาโฟเด ดิอากีเต, มัลคอม ดาคอสตา, เวลจ์โก มิโลซาฟล์เยวิช, เรมี รีส-ด็อตติน, โดมินิก ซาดี
ลิเวอร์พูล (4-2-2-2)
- ตัวจริง:
อลิสซอน เบ็คเกอร์ (GK), มิลอช เคอร์เคซ, เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, โจ โกเมซ, เยเรมี ฟริมปง, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, ไรอัน กราเฟนแบร์ก, ฟลอเรียน เวียร์ตซ์, โดมินิก โซบอสไล, โคดี กัคโป, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ - สำรอง (ที่ปรากฏในรายชื่อเกม): เทรย์ นีโอนี, คัลวิน แรมซีย์, จอร์จี มามาร์ดาชวิลี, เฟรดดี วูดแมน
ไทม์ไลน์สำคัญ: ประตู ใบเหลือง และการเปลี่ยนตัว (เรียงตามเวลา)
ครึ่งแรก
- นาที 26 | บอร์นมัธ 1-0 ลิเวอร์พูล: เอวานิลซอนยิงระยะเผาขนเข้าไปหลัง อเล็กซ์ สก็อตต์ตามเก็บบอลแล้วจ่ายจากสุดเส้น (จังหวะเริ่มจากความผิดพลาดในแนวรับลิเวอร์พูล)
- นาที 28-34 | ลิเวอร์พูลเสียหายซ้ำ: โจ โกเมซเจ็บจากจังหวะปะทะ และต้อง เปลี่ยน วาตารุ เอ็นโด ลงแทน (นาที 34) ทำให้ช่วงหนึ่งลิเวอร์พูลเล่นแบบเสียจังหวะอย่างชัดเจน
- นาที 33 | บอร์นมัธ 2-0 ลิเวอร์พูล: อเล็กซ์ ฆิเมเนซยิงด้วยขวา บอลลอดอลิสซอนเข้าไป จากบอลแทงทะลุช่องของเจมส์ ฮิลล์
- นาที 45 | บอร์นมัธ 2-1 ลิเวอร์พูล: เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์คซ้ำจ่อๆ จากลูกเตะมุม โดยมี โซบอสไลเปิดให้
- ทดเจ็บ 45+3 | ใบเหลือง: จูเนียร์ ครูปี (บอร์นมัธ)
ครึ่งหลัง
- เริ่มครึ่งหลัง | ลิเวอร์พูลแก้เกม: เปลี่ยน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ลงแทน มิลอช เคอร์เคซ
- นาที 59 | ลิเวอร์พูลเปลี่ยน 2 ราย:
- เคอร์ติส โจนส์ แทน เยเรมี ฟริมปง
- อูโก เอกิติเก แทน อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์
- นาที 67 | บอร์นมัธเปลี่ยน: ไรอัน คริสตี แทน จูเนียร์ ครูปี
- นาที 74 | ลิเวอร์พูลเปลี่ยน: ริโอ เอ็นกูโมฮา แทน โคดี กัคโป
- นาที 80 | บอร์นมัธ 2-2 ลิเวอร์พูล: โดมินิก โซบอสไลยิงฟรีคิกเข้าไปอย่างเด็ดขาด หลังเอ็นกูโมฮาเรียกฟาวล์ได้แถวหน้ากรอบเขตโทษ (จังหวะในรายงานระบุการวางบอล/แอคชันก่อนยิงมีส่วนสำคัญ)
- นาที 85 | บอร์นมัธเปลี่ยน: อเล็กซ์ โทธ์ แทน อเล็กซ์ ฆิเมเนซ
- นาที 90+3 | บอร์นมัธเปลี่ยน: เอเนส อูนาล แทน เอวานิลซอน
- นาที 90+3 | ใบเหลือง: ไรอัน กราเฟนแบร์ก (ลิเวอร์พูล)
- นาที 90+5 | บอร์นมัธ 3-2 ลิเวอร์พูล: จากจังหวะทุ่มไกล/บอลยาวเข้ากรอบเขตโทษเกิดความชุลมุนหน้าปากประตู ก่อน อามีน อัดลี ซ้ำด้วยซ้ายจากระยะเผาขนเป็นประตูชัยนาทีท้ายสุด
สถิติสำคัญของเกม
| รายการ | บอร์นมัธ | ลิเวอร์พูล |
|---|---|---|
| ครองบอล | 33.2% | 66.8% |
| ยิงทั้งหมด | 12 | 14 |
| ยิงเข้ากรอบ | 5 | 4 |
| เตะมุม | 3 | 11 |
| ฟาวล์ | 7 | 7 |
| ใบเหลือง | 1 | 1 |
| ใบแดง | 0 | 0 |
| เซฟ | 2 | 2 |
ภาพรวมจากตัวเลข: ลิเวอร์พูลครองบอลและได้เตะมุมมากกว่ามาก แต่บอร์นมัธ “คมกว่า” ในช่วงสำคัญ ยิงเข้ากรอบมากกว่า และปิดเกมได้ในจังหวะสุดท้ายของเกม
บทวิเคราะห์บอลหลังเกม (เจาะเกมแบบละเอียด)
1) ทำไมบอร์นมัธขึ้นนำ 2-0 ได้เร็ว
- ประตูแรกเกิดจาก “ความผิดพลาด/ชะล่าใจ” ในแนวรับลิเวอร์พูล ก่อนสก็อตต์ตามเล่นจนสุดทางและป้ายให้เอวานิลซอนจบสกอร์
- ประตูที่สองคือการเล่นทะลุช่องที่ชัดเจน: เจมส์ ฮิลล์แทงให้ฆิเมเนซหลุดมายิงผ่านอลิสซอน (และฝั่งลิเวอร์พูลมีการเปลี่ยนตัวจากอาการเจ็บของโกเมซ ทำให้จังหวะเกมสะดุด)
2) ลิเวอร์พูลค่อยๆ กลับสู่เกมได้อย่างไร
- ลูกตั้งเตะเป็น “จุดเปลี่ยน”: ฟาน ไดจ์คซัดไล่มา 2-1 ก่อนหมดครึ่งแรก ทำให้ครึ่งหลังลิเวอร์พูลยังมีแรงฮึดและแผนแก้เกมชัดขึ้น
- การปรับตัวสำคัญคือเปลี่ยนโรเบิร์ตสันลงมา และทยอยส่งผู้เล่นพลังงานใหม่อย่างเอกิติเก/เคอร์ติส โจนส์/เอ็นกูโมฮา เพื่อเร่งจังหวะบุกและการเพรสซิ่งในแดนบน
- ประตูตีเสมอ 2-2 มาจากฟรีคิกของโซบอสไล ซึ่งเกิดจากการทำฟาวล์ใส่เอ็นกูโมฮาที่ลงมาเป็นตัวสำรองและสร้างอิมแพ็กต์ทันที
3) ทำไม “หงส์” ตีเสมอได้แล้วแต่ยังแพ้
- ช่วงท้ายเกมบอร์นมัธยัง “ไม่ยอมรับผลเสมอ” และเลือกเดินหน้าหาโอกาสจากลูกทุ่ม/บอลโด่งในพื้นสนามที่ลื่นเปียก
- จังหวะประตูชัย 90+5 เป็นภาพสะท้อนของเกมรับลิเวอร์พูลในคืนเดียวกัน: เคลียร์ไม่ขาด + สภาพพื้นที่หน้าปากประตูทำให้เกิดความผิดพลาดต่อเนื่อง ก่อนอัดลีจะซ้ำจบสกอร์
ดาวเด่นของเกม (Standout Players)
-
อามีน อัดลี (บอร์นมัธ)
-
ยิงประตูชัย 90+5 และเป็นตัวที่ “อยู่ถูกที่ถูกเวลา” ในจังหวะชุลมุนหน้าปากประตู ซึ่งเป็นฉากจบที่ตัดสินเกม
-
โดมินิก โซบอสไล (ลิเวอร์พูล)
-
1 ประตูจากฟรีคิก + มีส่วนกับประตูฟาน ไดจ์คจากลูกเตะมุม และเป็นแกนหลักที่พาลิเวอร์พูลกลับมาสู่เกมได้จริง
-
อเล็กซ์ สก็อตต์ & เจมส์ ฮิลล์ (บอร์นมัธ)
-
สก็อตต์มีบทบาทในประตูแรก (แอสซิสต์)
-
ฮิลล์แอสซิสต์ประตูที่สอง และมีอิทธิพลกับรูปแบบการเล่นบอลยาว/ลูกทุ่มที่นำไปสู่จังหวะปิดเกม
สรุปสถานการณ์หลังเกมในตารางคะแนน (อัปเดตตามข้อมูลหลังจบแมตช์)
- ลิเวอร์พูล: แข่ง 23 นัด มี 36 คะแนน (10 ชนะ 6 เสมอ 7 แพ้) รั้งกลุ่มบนของตารางตามข้อมูลสรุปอันดับในหน้าเกม
- บอร์นมัธ: แข่ง 23 นัด มี 30 คะแนน (7 ชนะ 9 เสมอ 7 แพ้) ขยับเก็บแต้มสำคัญจากทีมลุ้นท็อปโฟร์ และเพิ่มความมั่นใจอย่างมาก
- รายงานหลังเกมยังชี้ว่า ลิเวอร์พูลมีช่วง “ไร้ชัยในลีก” ต่อเนื่อง (ในปีปฏิทิน 2026) และผลนี้กดดันการลุ้นอันดับพื้นที่ยุโรปมากขึ้น
โปรแกรมถัดไป (ตามโปรแกรมลีก)
- ลิเวอร์พูล: พบ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่แอนฟิลด์ — เสาร์ 31 ม.ค. 2026
- บอร์นมัธ: เยือน วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่โมลินิวซ์ — เสาร์ 31 ม.ค. 2026






