ผลบอล เบิร์นลีย์ 2-2 สเปอร์ส | โรเมโร่โขกนาที 90 เซฟแต้ม! สรุปผลพรีเมียร์ลีก 24 ม.ค. 2026
สเปอร์สขึ้นนำก่อนจากมิคกี้ ฟาน เดอ เฟน (38’) แต่เบิร์นลีย์ฮึดแซงจากแอ็กเซล ตวนเซเบ้ (45’) และไลล์ ฟอสเตอร์ (76’) ก่อนที่คริสเตียน โรเมโร่จะโหม่งตีเสมอนาที 90 ช่วยทีมของโธมัส แฟรงค์บุกแบ่งแต้ม 2-2 เกมพรีเมียร์ลีกคืนวันที่ 24 ม.ค. 2026 (ตรงกับ 22:00 น. เวลาไทย) โดยมาร์ติน ดูบราฟก้าฝั่งเจ้าถิ่นเซฟรวม 9 ครั้ง ทำให้สเปอร์สแม้ครองบอล-ยิงมากกว่า ก็ยังไม่สามารถปิดเกมได้
ข้อมูลการแข่งขัน
- รายการ: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2025/26
- วันเวลาแข่งขัน: เสาร์ 24 ม.ค. 2026 (15:00 น. เวลาอังกฤษ) | 22:00 น. เวลาไทย
- สนาม: เทิร์ฟ มัวร์ (Turf Moor)
- ผู้ชม: 21,618 คน
- ผู้ตัดสิน: ปีเตอร์ แบงค์ส (Peter Bankes)
สกอร์และผู้ทำประตู
- เบิร์นลีย์ 0-1 สเปอร์ส: มิคกี้ ฟาน เดอ เฟน 38’
- เบิร์นลีย์ 1-1 สเปอร์ส: แอ็กเซล ตวนเซเบ้ 45’
- เบิร์นลีย์ 2-1 สเปอร์ส: ไลล์ ฟอสเตอร์ 76’
- เบิร์นลีย์ 2-2 สเปอร์ส: คริสเตียน โรเมโร่ 90’
11 ตัวจริงและแผนการเล่น
เกมนี้ทั้งสองทีมจัดระบบใกล้เคียงกันที่ “หลังสาม” ตามรายงานการแข่งขัน (3-4-2-1 vs 3-4-2-1) โดยสเปอร์สยึดแผนหลังสามต่อเนื่องจากเกมยุโรปกลางสัปดาห์
เบิร์นลีย์ (3-4-2-1)
- GK: Martin Dúbravka
- CB: Bashir Humphreys, Maxime Estève, Axel Tuanzebe
- WB/CM: Lucas Pires, Florentino, Lesley Ugochukwu, Kyle Walker (C)
- AM/W: Jaidon Anthony, Marcus Edwards
- ST: Armando Broja
- สำรองเด่นที่ลง: Lyle Foster (ลงมาแล้วทำประตู)
สเปอร์ส (ตามประกาศทีมก่อนแข่ง)
- ตัวจริง: Vicario, Danso, (Xavi Simons), Bissouma, Romero (C), Solanke, Gallagher, Pedro Porro, Spence, Odobert, van de Ven
- สำรองเด่น: Tel, Udogie ฯลฯ
ไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญ (เล่าเกมแบบละเอียด)
ครึ่งแรก: สเปอร์สคุมจังหวะดีขึ้น—แต่โดนคืนทันที “ก่อนพักครึ่ง”
- 10 วินาทีแรก: เบิร์นลีย์พลาดเองจนเปิดช่องให้สเปอร์สสวน (จังหวะเตือนตั้งแต่เริ่มว่าเกมมีโอกาสพลาดง่าย)
- ช่วงต้นเกม (10–25’): เกมเปิดแลก สเปอร์สมีจังหวะเปิดเรียดผ่านหน้าประตูจากสเปนซ์ ส่วนเบิร์นลีย์เคยส่งบอลเข้าประตูจากลูคัส ปิเรส แต่ถูกจับล้ำหน้าชัดเจน—กลายเป็น “เฮเก้อ” ของเจ้าถิ่น
- 25–37’: เปโดร ปอร์โร่มีฟรีคิกได้ลุ้น 2 ครั้ง (หนึ่งลูกโค้งออก อีกลูกโดนดูบราฟก้าปัด) สเปอร์สเริ่มคุมพื้นที่แดนบนและกดดันต่อเนื่อง
- 38’ (0-1): จุดแตกหักจาก “ลูกเตะมุม” — ซิมอนส์เปิด/สร้างความวุ่นวาย เบิร์นลีย์เคลียร์ไม่ขาด บอลตกเข้าทาง ฟาน เดอ เฟน อัดเต็มแรงเข้าไป สเปอร์สขึ้นนำ 1-0
- 45’ (1-1): เบิร์นลีย์ไม่เสียทรงนาน และมาตีเสมอ “ก่อนพักครึ่ง” จาก ตวนเซเบ้ ที่เติมเข้ากรอบแบบไร้ตัวประกบ รับบอลเปิดของ ไคล์ วอล์คเกอร์ ก่อนยิงเสียบมุมล่าง ไล่เจ๊า 1-1 (เป็นประตูที่ทำให้โมเมนตัมกลับมาทันที)
ภาพรวมครึ่งแรก: สเปอร์สเหมือนจะได้เกมที่ต้องการจากการยืนหลังสาม+วิงแบ็กดันสูง แต่ปัญหาเดิมโผล่—การคุมพื้นที่ในกรอบเขตโทษยามเสียบอล/ลูกครอส ทำให้โดนลงโทษเร็ว
ครึ่งหลัง: เบิร์นลีย์แซงนำ—สเปอร์สโหมหนักจนได้คืน “นาที 90”
- ช่วง 46–65’: สเปอร์สยังหาจังหวะยิงเพิ่ม โดยดูบราฟก้าเซฟสำคัญหลายครั้ง (มีดับเบิลเซฟช่วงครึ่งแรกด้วย) ทำให้เกมยังคาราคาซัง
- 76’ (2-1 เบิร์นลีย์): จุดเปลี่ยนใหญ่ของเกม—ฟอสเตอร์ (ตัวสำรอง) ใช้จังหวะสองในกรอบเขตโทษ ยิงครั้งแรกถูกเซฟ แต่ตามซ้ำยิงลอดขาอูโดกี้เข้าไป เบิร์นลีย์แซง 2-1 และเทิร์ฟ มัวร์แทบระเบิด
- หลังโดนแซง (77–89’): สเปอร์สเดินหน้าบุกหนัก “แบบเทหมดหน้าตัก”
- มาติส แตล ได้จังหวะยิงที่ดูบราฟก้าต้องออกแรงปัด
- ซาวี ซิมอนส์ กดเต็มข้อชนคาน
เกมช่วงนี้เป็นสเปอร์สฝ่ายเดียว แต่จบไม่คมและติดเซฟ/ติดคาน
-
90’ (2-2): ในที่สุดแรงกดดันก็เป็นผล — โอโดแบร์ต (อดีตผู้เล่นเบิร์นลีย์) เปิดจากริมเส้นให้ โรเมโร่ โหม่งแบบ “พุ่งเสียบ” ตีเสมอนาที 90 ช่วยสเปอร์สรอดแพ้แบบหวุดหวิด
สถิติสำคัญหลังเกม
| รายการ | เบิร์นลีย์ | สเปอร์ส |
|---|---|---|
| ครองบอล | 37.1% | 62.9% |
| ยิงทั้งหมด | 9 | 18 |
| ยิงเข้ากรอบ | 4 | 11 |
| เตะมุม | 1 | 3 |
| ใบเหลือง | 1 | 0 |
| เซฟผู้รักษาประตู | 9 | 2 |
แปลสถิติให้เป็นรูปเกม
- ตัวเลขสะท้อนชัดว่า สเปอร์สเป็นฝ่าย “คุมเกม+สร้างโอกาส” แต่เจอเกมรับที่ยืนลึกและผู้รักษาประตูที่ฟอร์มหนึบ
- เบิร์นลีย์มีบอลไม่มาก แต่ทำได้ดีใน การหาพื้นที่จากลูกครอส/จังหวะสอง จนยิงได้ 2 ลูกจากโอกาสที่ไม่ได้เยอะ
บทวิเคราะห์บอลหลังเกม (เน้นอ่านแล้วเห็นเหตุผลของผลเสมอ)
1) สเปอร์ส “ชนะเกมในภาพรวม” แต่แพ้รายละเอียด
สเปอร์สเริ่มด้วยหลังสามและวิงแบ็กที่เล่นดันสูง ทำให้ครึ่งแรกสร้างแรงกดดันได้จริง มีโอกาสจากฟรีคิก/เตะมุมต่อเนื่อง แต่ปัญหาที่ทำให้แต้มหลุดมือหลายครั้งยังอยู่ครบ:
- เสียประตูจากการปล่อยผู้เล่นหลุดในกรอบ (ลูก 1-1 ตวนเซเบ้เติมมายิงแบบไร้เงา)
- คอนโทรลเกมหลังนำไม่เด็ดขาด พอเบิร์นลีย์เริ่มมั่นใจ เกมกลับมาสูสี
- จบสกอร์ไม่คม + ติดผู้รักษาประตู 11 ครั้งเข้ากรอบแต่ได้แค่ 2 ประตู บอกเลยว่า “ไม่ธรรมดา” ทั้งเรื่องความคมและความเหนียวของดูบราฟก้า
2) เบิร์นลีย์ได้แต้มเพราะ “หัวใจ+การใช้โอกาสไม่กี่ครั้งให้คุ้ม”
ทีมของสก็อตต์ พาร์คเกอร์โดนกดนานช่วง ๆ แต่ยังเอาตัวรอดด้วย 3 เรื่อง:
- วอล์คเกอร์เปิดบอลคุณภาพ จนเกิดประตูตีเสมอก่อนพักครึ่ง (สำคัญมาก เพราะถ้าเข้าห้องแต่งตัวด้วยการตามหลัง โมเมนตัมจะต่างทันที)
- ฟอสเตอร์ลงมาเปลี่ยนเกม ใช้ความกระหายและการตามซ้ำในกรอบเขตโทษพาทีมแซงนำ
- ดูบราฟก้าซูเปอร์เซฟ เซฟ 9 ครั้ง ทำให้ช่วงสเปอร์สบุกคลั่ง ๆ เกมไม่แตก
3) โมเมนตัมหลัง 2-1 คือ “ช่วงชี้เป็นชี้ตาย”
หลังฟอสเตอร์ทำให้เบิร์นลีย์นำ 2-1 เกมเหมือนจะปิดได้ แต่สเปอร์สยังสร้างคลื่นบุกได้หนักพอจะยิงคืน—มีทั้งเซฟระดับไฮไลต์และลูกชนคาน ก่อนจะมาโดนทีเด็ด “โหม่งนาที 90” ของโรเมโร่
ดาวเด่นของเกม (Standout Players)
- มาร์ติน ดูบราฟก้า (เบิร์นลีย์): 9 เซฟ—เป็นเหตุผลหลักที่เกมไม่ไหล ทั้งดับเบิลเซฟและจังหวะสำคัญท้ายเกม
- คริสเตียน โรเมโร่ (สเปอร์ส): ไม่ได้มีแค่เกมรับ—ยิงตีเสมอนาที 90 เซฟแต้มแบบตรง ๆ
- มิคกี้ ฟาน เดอ เฟน (สเปอร์ส): ยิงประตูขึ้นนำและช่วยแก้จังหวะสำคัญหลายครั้ง แต่ทีมยังปิดเกมไม่ลง
- ไลล์ ฟอสเตอร์ (เบิร์นลีย์): ลงมาทำประตูแซง 2-1 เปลี่ยนอารมณ์เกมทั้งสนาม
สถานการณ์บนตารางคะแนนหลังเกม
- สเปอร์ส: อยู่ อันดับ 14 มี 28 แต้มจาก 23 นัด
- เบิร์นลีย์: อยู่ อันดับ 19 มี 15 แต้มจาก 23 นัด
ภาพรวมคือสเปอร์สยังแกว่งหนักในลีก (ผลงานช่วงหลังชนะแค่ไม่กี่เกม) ส่วนเบิร์นลีย์ยังต้องดิ้นหนีตกชั้นต่อไป แม้จะได้แต้มสำคัญจากทีมอันดับเหนือกว่า
โปรแกรมถัดไป
- เบิร์นลีย์: เยือน ซันเดอร์แลนด์ — 3 ก.พ. 2026 (เกมลีก)
- สเปอร์ส:
- ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เยือน ไอน์ทรัคท์ แฟรงค์เฟิร์ต — 28 ม.ค. 2026
- พรีเมียร์ลีก พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ — 1 ก.พ. 2026






