น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 0-1 ลิเวอร์พูล | สรุปผลบอลพรีเมียร์ลีก 22 ก.พ. 2026 (21:00)
ข้อมูลการแข่งขัน
- รายการแข่งขัน: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26
- วันเวลาแข่งขัน: 22 ก.พ. 2026 | 21:00 น. (เวลาไทย)
- สนาม: ซิตี กราวด์
- ผู้ชมในสนาม: 30,737 คน
- ผู้ตัดสิน: แอนโทนี เทย์เลอร์
- ผลการแข่งขัน: ฟอเรสต์ 0-1 ลิเวอร์พูล
รายละเอียดการแข่งขัน (ไทม์ไลน์เกมแบบละเอียด)
ครึ่งแรก: ฟอเรสต์ “เอาอยู่และกล้าบุก” ลิเวอร์พูลหลุดทรง
- รูปเกมช่วง 45 นาทีแรกถูกพูดถึงหนักว่า ลิเวอร์พูลเล่นผิดฟอร์มอย่างมาก จังหวะต่อบอลไม่ลื่น ไลน์เพรสไม่ต่อเนื่อง และขึ้นเกมได้ยาก ทำให้เจ้าบ้านมีช่วงคุมโมเมนตัมได้บ่อยครั้ง
- ฟอเรสต์มีโอกาสลุ้นตั้งแต่ต้นเกมหลายครั้ง แต่ยังเปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้ ขณะที่ลิเวอร์พูลต้องพึ่งการยืนตำแหน่งและการป้องกันในกรอบเขตโทษเพื่อประคองสถานการณ์ไม่ให้เสียประตู
- มีรายงานว่า ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ บาดเจ็บในช่วงวอร์มอัพ ทำให้ลิเวอร์พูลต้องปรับแผนก่อนเริ่มเกม และ เคอร์ติส โจนส์ ถูกส่งลงแทนตั้งแต่ก่อนคิกออฟ
ครึ่งหลัง: เกมยื้อกันยาว ก่อนระเบิดดราม่าทดเวลา
- ช่วงครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลยังไม่ดีขึ้นมากนัก เกมรุกแทบไม่สร้างความอันตรายต่อเนื่อง ขณะที่ฟอเรสต์พยายามใช้ความสดและจังหวะสวนกลับกดดันให้ทีมเยือนพลาด
- จุดสำคัญคือการเซฟหลายครั้งของ อาลีสซง เบ็คเกอร์ ที่ช่วยให้ลิเวอร์พูลไม่เสียประตูในช่วงที่ฟอเรสต์ได้โอกาสจะแจ้ง
ช่วงทดเวลา: 2 จังหวะ VAR ของ “คนเดียวกัน” แล้วจบด้วยประตูชัย
- ทดเวลาช่วงท้าย: แม็ค อัลลิสเตอร์เคยส่งบอลเข้าประตูได้แล้ว แต่ถูก VAR เช็กและยกเลิกเพราะ แฮนด์บอล (บอลโดนแขนก่อนเข้าประตู) ทำให้เกมเหมือนจะจบแบบไร้สกอร์
- นาที 90+7 (0-1): ไม่กี่อึดใจต่อมา ลิเวอร์พูลได้จังหวะบุกครั้งสุดท้ายจากบอลยาว/บอลทุ่มยาวก่อนบอลมาถึง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ โขกชงขวางประตู แล้วแม็ค อัลลิสเตอร์ซัดระยะเผาขนเข้าไป กลายเป็นประตูชัยแบบเฉือนใจ และ VAR เช็กก่อนให้เป็นประตู
สถิติสำคัญ
- ครองบอล: ฟอเรสต์ 47.2% | ลิเวอร์พูล 52.8%
- ยิงทั้งหมด: ฟอเรสต์ 18 | ลิเวอร์พูล 10
- ยิงเข้ากรอบ: ฟอเรสต์ 2 | ลิเวอร์พูล 4
- เตะมุม: ฟอเรสต์ 7 | ลิเวอร์พูล 2
- ใบเหลือง: ฟอเรสต์ 2 | ลิเวอร์พูล 0
- เซฟ: 3 ครั้ง (ฝั่งผู้รักษาประตูลิเวอร์พูลมีบทบาทสูงตามรายงานเกม)
บทวิเคราะห์บอลหลังเกม
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์: เล่นดีกว่า แต่ “จบไม่ลง”
- ฟอเรสต์เป็นฝ่ายสร้างโอกาสยิงมากกว่าแบบชัดเจน (18 ครั้ง) ได้เตะมุมมากกว่า และมีช่วงคุมเกมได้ โดยเฉพาะครึ่งแรก แต่ปัญหาคือเปลี่ยนความเหนือกว่าให้เป็นประตูไม่ได้
- การเสียประตูในช่วงทดเวลาคือบทลงโทษของเกมระดับนี้: พลาดแค่จังหวะเดียวในพื้นที่หน้าปากประตู ก็เสียหายทันที
ลิเวอร์พูล: ชนะเพราะ “อยู่รอด” และกัดไม่ปล่อยในลูกสุดท้าย
- รายงานหลายสำนักชี้ว่าลิเวอร์พูลเล่นไม่ดีและแทบไม่สร้างโอกาส แต่ยังเก็บชัยชนะได้จากความนิ่งในช่วงท้ายและการฉวยโอกาสในลูกที่สำคัญที่สุด
- “สองครั้งของแม็ค อัลลิสเตอร์” ในทดเวลา (ครั้งแรกโดนริบ, ครั้งสองเป็นประตูชัย) ทำให้เกมนี้ถูกจดจำในฐานะนัดที่ VAR มีบทบาทต่ออารมณ์เกมอย่างมาก
ดาวเด่นของเกม
- อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ (ลิเวอร์พูล): ยิงประตูชัยนาที 90+7 และมีส่วนในดราม่า VAR ช่วงทดเวลา
- อาลีสซง เบ็คเกอร์ (ลิเวอร์พูล): เซฟสำคัญหลายครั้ง ช่วยให้ทีมไม่เสียประตูก่อนถึงช่วงตัดสินเกม
- เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (ลิเวอร์พูล): โขกชงสำคัญในจังหวะนำไปสู่ประตูชัย
สรุปสถานการณ์หลังเกม
- ลิเวอร์พูลเก็บ 3 แต้มแบบ “ล้ำค่า” แม้รูปเกมเป็นรอง โดยรายงานข่าวระบุว่าสถานการณ์คะแนนกลุ่มลุ้นพื้นที่ยุโรปยังเบียดกันแน่น
- ฟอเรสต์ยังต้องหนีโซนอันตรายต่อ โดยมีรายงานว่าอยู่เหนือโซนตกชั้นเพียงเล็กน้อยหลังจบเกมนี้
โปรแกรมถัดไป
-
โปรแกรมนัดถัดไปของทั้งสองทีมให้ยึดตามตารางการแข่งขันล่าสุดของพรีเมียร์ลีก/สโมสร (อาจมีการขยับตามการถ่ายทอดและฟุตบอลถ้วย)






