ผลบอล ฟูแล่ม 4-5 แมนฯ ซิตี้ พรีเมียร์ลีก ดราม่า 9 ประตู 3 ธ.ค. 2025
แมนเชสเตอร์ ซิตี้เหมือนจะปิดเกมสบายเมื่อนำฟูแล่ม 5-1 ตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง จากผลงานของเออร์ลิ่ง ฮาแลนด์, ทิจานี่ เรย์นเดอร์ส, ฟิล โฟเด้น (เหมาสอง) และจังหวะทำเข้าประตูตัวเองของซานเดอร์ เบิร์ก แต่เจ้าถิ่นไม่ถอดใจ ไล่คืนสามประตูรวดจากเอมิล สมิธ โรว์, อเล็กซ์ อิโวบี้ และซามูเอล ชุคเวเซ (เหมาสอง) จนสกอร์ไล่มา 5-4 ก่อนที่แมนฯ ซิตี้จะต้องพึ่งจังหวะเคลียร์บนเส้นของโยชโก้ กวาร์ดิโอล ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ กว่าจะเอาตัวรอดเก็บสามแต้มกลับบ้านได้ ในศึกพรีเมียร์ลีกคืนวันอังคารที่ 2 ธันวาคม 2025 (เช้ามืด 3 ธ.ค. ตามเวลาไทย)
ข้อมูลการแข่งขัน
- รายการแข่งขัน: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 นัดที่ 14
- วัน–เวลาแข่งขัน:
- วันอังคารที่ 2 ธันวาคม 2025 เวลา 19:30 น. ตามเวลาท้องถิ่นอังกฤษ
- ตรงกับเช้ามืดวันพุธที่ 3 ธันวาคม 2025 เวลา 02:30–03:30 น. ตามเวลาประเทศไทย (คิกออฟ 20:30 อังกฤษ)
- สนาม: เครเวน ค็อตเทจ, ลอนดอน
- ผู้ชมในสนาม: ประมาณ 26,700 คน
ผลการแข่งขัน:
-
ฟูแล่ม 4-5 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ผู้ทำประตู
-
ฟูแล่ม
- เอมิล สมิธ โรว์ นาที 45+2
- อเล็กซ์ อิโวบี้ นาที 57
- ซามูเอล ชุคเวเซ นาที 72, 78
-
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
- เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ นาที 17
- ทิจานี่ เรย์นเดอร์ส นาที 37
- ฟิล โฟเด้น นาที 44, 48
- ซานเดอร์ เบิร์ก ทำเข้าประตูตัวเอง นาที 54
อันดับในตารางหลังจบเกม
- ฟูแล่ม: อันดับ 15 มี 17 คะแนน จาก 14 นัด
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้: อันดับ 2 มี 28 คะแนน จาก 14 นัด ตามหลังจ่าฝูงอาร์เซน่อล 2 คะแนน
รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริง
ฟูแล่ม (ระบบใกล้เคียง 4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู:
-
แบร์นด์ เลโน
กองหลัง:
- เคนนี เตเต้
- โยอาคิม อันเดอร์เซน (กัปตันทีม)
- คาลวิน อูเฮลุมบา
- ไรอัน เซสเซยง
กองกลาง:
- ซาซ่า ลูคิช
- ซานเดอร์ เบิร์ก
- แฮร์รี วิลสัน
- เอมิล สมิธ โรว์
- อเล็กซ์ อิโวบี้
กองหน้า:
-
ราอูล ฆิเมเนซ
- ทิโมธี คาสตาญ (ลงมาแทนเตเต้ ครึ่งหลัง)
- ซามูเอล ชุคเวเซ (ลงมาแทนลูคิช ครึ่งหลัง)
- จอช คิง, เยสเปอร์ คูซี-อาซาเร
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-3-3 ยืดหยุ่น)
ผู้รักษาประตู:
-
จานลุยจิ ดอนนารุมมา
กองหลัง:
- มาเตอุส นูเนส (ยืนแบ็กขวา)
- รูเบน ดิอาส
- โยชโก้ กวาร์ดิโอล
- โนอาห์ โอไรลีย์
กองกลาง:
- ทิจานี่ เรย์นเดอร์ส
- นิโก กอนซาเลซ อิเกลเซียส
- แบร์นาร์โด ซิลวา (กัปตันทีม)
แนวรุก:
- ฟิล โฟเด้น
- เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์
- เฌเรมี โดกู
ตัวสำรองสำคัญที่ลงสนาม:
- จอห์น สโตนส์
- นาธาน อาเก้
- ซาวินโญ
- รายาน แชร์กี
รายละเอียดการแข่งขัน
ครึ่งแรก: ซิตี้โหดนำ 3-1 แต่ฟูแล่มได้ประตูความหวังทดเจ็บ
ช่วง 10 นาทีแรก ฟูแล่มพยายามบีบสูงและเพรสซิ่งให้ซิตี้เล่นยาก แต่คุณภาพการออกบอลของทีมเยือนยังเหนือกว่า เห็นได้จากการเชื่อมเกมของแบร์นาร์โด ซิลวา กับเรย์นเดอร์สที่ค่อย ๆ คุมจังหวะกลางสนามได้
นาที 17 แมนฯ ซิตี้ออกนำ 1-0 และเป็นประตูประวัติศาสตร์
- จังหวะขึ้นเกมทางซ้าย เฌเรมี โดกูลากจี้แนวรับก่อนจ่ายตัดกลับเข้ากลาง
- เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์จับบอลแล้วซัดด้วยซ้ายเต็มแรง บอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างเฉียบคม
- ประตูนี้ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ยิงครบ 100 ประตูในพรีเมียร์ลีกได้เร็วที่สุด เพียง 111 นัด ทำลายสถิติเดิมของอลัน เชียเรอร์ที่ใช้ 124 นัด
ฟูแล่มพยายามตอบโต้ด้วยการใช้ความเร็วของแฮร์รี วิลสัน และการสอดขึ้นของสมิธ โรว์จากด้านใน แต่โอกาสจบสกอร์ยังไม่จะแจ้งมากนัก ดอนนารุมมาต้องออกแรงเซฟบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นหวุดหวิด
นาที 37 ซิตี้หนี 2-0 จากการประสานงานของคู่เดิม
- ฮาแลนด์ถ่างออกมารับบอลระหว่างไลน์ ก่อนแทงทะลุช่องให้ทิจานี่ เรย์นเดอร์สสอดจากแนวกลางขึ้นไป
- กองกลางดัตช์หลุดเข้าเขตโทษด้านขวา ก่อนยิงหักข้อผ่านมือเลโนเข้าเสาไกลอย่างนิ่ง ๆ เป็นประตู 2-0 และกลายเป็นลูกที่เขาโดนยกย่องว่า “คมแบบกองหน้าอาชีพ” จากหลายสำนักในอังกฤษ
นาที 44 สกอร์ไหลเป็น 3-0
- ซิตี้ได้บอลทางฝั่งซ้าย ฮาแลนด์เช็กลูกกลางแล้วปล่อยให้บอลทะลุไปถึงฟิล โฟเด้น
- โฟเด้นแตะหนึ่งจังหวะแล้วกดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งโค้งเสียบมุมแบบหมดจด ไม่มีโอกาสให้เลโนเซฟ เป็นประตูที่สื่อหลายสำนักยกให้เป็นหนึ่งในช็อตงามประจำสัปดาห์
เกมเหมือนจะจบครึ่งแรกแบบซิตี้คุมทุกอย่าง แต่ฟูแล่มไม่ยอม
ช่วงทดเจ็บนาที 45+2 ฟูแล่มไล่มา 1-3
- จังหวะบุกทางขวา แฮร์รี วิลสันเปิดบอลโค้งเข้าเขตโทษ
- เอมิล สมิธ โรว์สอดเข้าไปโหม่งที่เสาไกล บอลกดลงพื้นเสียบเสาเข้าประตูไปอย่างเด็ดขาด ทำให้เจ้าถิ่นกลับเข้ามามีความหวังก่อนพักครึ่ง
จบครึ่งแรก: ฟูแล่ม 1-3 แมนฯ ซิตี้ รูปเกมและคุณภาพโอกาสชัดเจนว่าเป็นของทีมเยือน แต่ประตูปลายครึ่งของสมิธ โรว์ทำให้บรรยากาศในสนามยังเดือดและเต็มไปด้วยเสียงเชียร์
ครึ่งหลัง: ซิตี้นำ 5-1 แล้วเกือบพังคาบ้านคนอื่น
ครึ่งหลังเริ่มมาได้ไม่นาน ซิตี้เดินหน้าต่อแบบไม่ผ่อน
นาที 48 ซิตี้นำ 4-1
- ฮาแลนด์พักบอลในกรอบเขตโทษแล้วไขว้คืนให้โฟเด้น
- โฟเด้นบรรจงปั่นด้วยซ้ายจากมุมกรอบโทษด้านขวา บอลโค้งเสียบเสาไกลอย่างแม่นยำ กลายเป็นประตูที่สองของเขาในเกมนี้ และเป็น 4-1 ที่ดูเหมือนปิดเกมไปแล้วตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง
นาที 54 กลายเป็น 5-1
- ซิตี้บุกทางซ้าย โดกูตัดเข้าในแล้วซัดด้วยขวา บอลไปแฉลบซานเดอร์ เบิร์กเปลี่ยนทางลอยข้ามเลโนเข้าประตู ถูกบันทึกให้เป็นการทำเข้าประตูตัวเองของเบิร์ก
- ช่วงนั้นหลายคนคิดว่าสกอร์จะไหลเป็นยำใหญ่ แต่จริง ๆ แล้วนี่คือจุดเริ่มของความวุ่นวายฝั่งซิตี้เอง
ฟูแล่มไม่ยอมแพ้และใช้ประตู 5-1 เป็นแรงกระตุ้น
นาที 57 ฟูแล่มไล่มา 2-5
- บอลเด้งจากแนวรับซิตี้มาเข้าทางอเล็กซ์ อิโวบี้นอกกรอบ
- เขาหยิบจังหวะตั้งบอลแล้วซัดไกลเต็มข้อ ลูกพุ่งแรงเสียบตาข่ายอย่างสวย ทำให้สกอร์ขยับเป็น 5-2 และแฟนบอลในเครเวน ค็อตเทจเริ่มกลับมามีเสียงอีกครั้ง
จากนั้นมาร์โก ซิลวาปรับเกมด้วยการส่งซามูเอล ชุคเวเซลงมา สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนทางฝั่งซ้ายเกมรุกของฟูแล่ม
นาที 72 ฟูแล่มไล่ 3-5
- ชุคเวเซลากบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย ล็อกหลบหนึ่งจังหวะแล้วตัดเข้ากลาง
- ได้มุมยิงตกเท้าซ้ายในกรอบเขตโทษก่อนซัดหักข้อ บอลพุ่งเสียบเสาไกลอย่างเด็ดขาด เป็นประตูที่ทำให้ซิตี้เริ่มออกอาการแกว่งอย่างเห็นได้ชัด
นาที 78 เกมกลายเป็น 4-5 แบบเหลือเชื่อ
- ฟูแล่มบุกต่อเนื่อง ชุคเวเซได้บอลด้านซ้ายอีกครั้ง ทำชิ่งกับเพื่อนก่อนหลุดไปในเขตโทษ
- เขากดด้วยซ้ายอีกครั้ง บอลผ่านดอนนารุมมาเข้าไป เป็นประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ และทำให้สกอร์เหลือแค่ลูกเดียว 4-5 สนามทั้งสนามลุกขึ้นยืนเชียร์จนเก้าอี้สั่น
ช่วงท้ายเกม ซิตี้เหมือนคนเสียขวัญ เกมรับเสียตำแหน่งหลายครั้ง ฟูแล่มโหมบุกเต็มที่
ไฮไลต์สำคัญคือช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
-
จอช คิง ได้โอกาสยิงในเขตโทษบอลผ่านดอนนารุมมาไปแล้ว แต่โยชโก้ กวาร์ดิโอลยืนตำแหน่งดี ถอยไปเคลียร์บอลบนเส้นประตูแบบหวุดหวิด เป็นจังหวะที่ทำให้ซิตี้ “รอดตาย” ไม่โดนตีเสมอ 5-5 ในนาทีท้ายสุดของเกม
กรรมการเป่านกหวีดจบเกม ซิตี้เอาชนะไปแบบหืดจับ 5-4 เกมที่เป๊ป กวาร์ดิโอลายอมรับภายหลังว่า “แทบจะสนุกไม่ลง” เพราะทีมจากที่เคยควบคุมทุกอย่าง กลับเกือบปล่อยสองแต้มหลุดมือจากการนำ 5-1
สถิติสำคัญของเกม
ตามข้อมูลหลังการแข่งขัน
- การครองบอล:
- ฟูแล่ม 57%
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 43%
- จำนวนยิงทั้งหมด: ฝั่งละ 12 ครั้งเท่ากัน
- ยิงเข้ากรอบ: ฟูแล่ม 6 ครั้ง – แมนฯ ซิตี้ 4 ครั้ง
- ค่า xG (โอกาสคุณภาพ): ฟูแล่ม 0.90 – แมนฯ ซิตี้ 2.50
- ลูกเตะมุม: ฟูแล่ม 7 ครั้ง – แมนฯ ซิตี้ 2 ครั้ง
- ฟาวล์: ฟูแล่ม 9 ครั้ง – แมนฯ ซิตี้ 7 ครั้ง
- ใบเหลือง: ฟูแล่ม 0 ใบ – แมนฯ ซิตี้ 1 ใบ
- เซฟผู้รักษาประตู: ฟูแล่ม 0 ครั้ง – แมนฯ ซิตี้ 1 ครั้ง
ตัวเลขเล่าเรื่องได้ชัดว่า
- ฟูแล่มไม่ได้โดนบุกข้างเดียว แต่ครองบอลมากกว่าและสร้างโอกาสยิงได้พอ ๆ กับซิตี้
- ความแตกต่างอยู่ที่คุณภาพและความคมของโอกาส ซิตี้มี xG สูงกว่า ยิงไม่เยอะมากแต่ทุกลูกมีน้ำหนัก และใช้ช่วงเวลาที่ทีมเจ้าถิ่นหลุดสมาธิลงโทษแบบเต็มเม็ด
- ฟูแล่มเองประสิทธิภาพสูง ยิงตรงกรอบ 6 ได้ถึง 4 แต่ต้องใช้พลังอย่างมากในการไล่จาก 1-5 ทำให้สุดท้ายไปไม่ถึงแต้ม
บทวิเคราะห์บอลหลังเกม
ฟูแล่ม: ใกล้สร้างปาฏิหาริย์ แต่จ่ายค่าช้าตั้งแต่ต้นเกม
-
ครึ่งแรกที่ช้าเกินไป
ฟูแล่มเริ่มต้นเกมด้วยความระวังตัวสูงไปหน่อย ปล่อยให้ซิตี้ค่อย ๆ ควบคุมจังหวะ พอเสียประตูจากฮาแลนด์และเรย์นเดอร์ส แล้วมาโดนโฟเด้นอีกลูก กลายเป็นต้องปีนเขาสามชั้นตั้งแต่ยังไม่หมดครึ่งแรก แม้จะได้ประตูสมิธ โรว์ปลุกทีม แต่ก็ต้องยอมรับว่าจุดเริ่มของปัญหาคือ “จังหวะตั้งเกมที่ช้า และปล่อยพื้นที่ระหว่างไลน์มากเกินไป -
การแก้เกมของมาร์โก ซิลวาทำได้ยอดเยี่ยม
การส่งชุคเวเซลงมาเปลี่ยนมิติฝั่งซ้ายโดยตรง เขาเล่นงานแบ็กขวาซิตี้ได้ตลอด ทั้งการเลี้ยงกินตัวและการสอดเข้ากรอบเขตโทษ ประตูที่สามและสี่ของทีมมาจากการสร้างปัญหาของเขาโดยแท้ ซิลวาโดนชมหลายสำนักว่าอ่านเกมและกล้าปรับแท็กติกในสถานการณ์ที่ดูเหมือน “เกมจบแล้ว” -
จิตใจและพลังแฟนบอลคือจุดแข็ง
จาก 1-5 กลับมาเป็น 4-5 ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ความฮึกเหิมในสนามทำให้ซิตี้เกือบยืนไม่อยู่ และหากไม่มีจังหวะเคลียร์บนเส้นของกวาร์ดิโอล ฟูแล่มน่าจะถูกพูดถึงในฐานะทีมที่คัมแบ็กระดับประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีกไปแล้ว เกมนี้แม้ไม่มีแต้ม แต่ยืนยันได้ว่า “ทีมและแฟนบอลสู้จนวินาทีสุดท้าย” -
จุดที่ต้องแก้: ความเปราะบางเมื่อต้องรับมือแนวรุกระดับท็อป
การเสีย 5 ประตูในบ้าน แม้คู่แข่งจะคือแมนฯ ซิตี้ แต่ก็แสดงให้เห็นว่าแนวรับของฟูแล่มยังมีช่วง “วูบ” หลายครั้ง โดยเฉพาะการปล่อยพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษและระหว่างเซ็นเตอร์กับฟูลแบ็ก ถ้าอยากหนีโซนตกชั้นไปถึงระดับกลางตารางอย่างมั่นคง ต้องตัดช่วงหลุดแบบนี้ให้สั้นลงให้ได้
แมนเชสเตอร์ ซิตี้: เกมรุกโหด เกมรับน่าเป็นห่วง แต่ได้ทั้งสามแต้มและประวัติศาสตร์
-
ฮาแลนด์เขียนประวัติศาสตร์ – เกมรุกระดับเครื่องจักร
ประตูของฮาแลนด์ไม่ใช่แค่ลูกขึ้นนำ 1-0 แต่คือประตูที่ 100 ในพรีเมียร์ลีกของเขาในจำนวนเกมที่น้อยที่สุด (111 นัด) ซึ่งเป็นตัวเลขที่แทบไม่เคยมีใครจินตนาการมาก่อน เขายังมีส่วนร่วมโดยตรงกับอีกสองประตู ด้วยการจ่ายให้เรย์นเดอร์สและตั้งให้โฟเด้นในลูก 4-1 ด้วย แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้เป็นแค่ “จอมจบสกอร์” แต่ยังเป็นตัวเชื่อมเกมรุกคนสำคัญด้วย -
ฟิล โฟเด้น – ฟอร์มระดับแบกทีม
โฟเด้นยิงสองประตู สร้างสรรค์เกมต่อเนื่อง สถิติต่าง ๆ ทั้งจำนวนสัมผัสบอล, ความแม่นยำในการจ่าย, การช่วยเกมรับ ถูกยกให้เป็นหนึ่งในฟอร์มที่สมบูรณ์ที่สุดของเขาในสีเสื้อซิตี้ฤดูกาลนี้ และได้รับการยกให้เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์จากหลายสำนัก -
เกมรับที่เป๊ปเองยังบอกว่า “ดูไม่ได้นัก”
การนำ 5-1 แล้วโดนไล่มา 5-4 แถมเกือบโดนตีเสมอในช่วงทดเจ็บ สะท้อนชัดว่าซิตี้ในเกมนี้มีปัญหาทางเกมรับและการควบคุมอารมณ์เกมหลังนำขาด เป๊ป กวาร์ดิโอลาพูดหลังเกมในเชิงว่า “แทบสนุกไม่ลง” เพราะลูกทีมเหมือนจะหย่อนเกียร์เร็วเกินไป ปล่อยให้ฟูแล่มกลับเข้าสู่เกม ทั้งจากการยืนโซนที่หลวมและการเสียบอลในจังหวะไม่ควรเสีย -
กวาร์ดิโอลากับสัญญาณเตือนในการลุ้นแชมป์
แม้ผลการแข่งขันทำให้ซิตี้ไล่จี้อาร์เซน่อลเหลือ 2 คะแนน แต่ทั้งนักวิจารณ์และเป๊ปเองยอมรับตรงกันว่าถ้ายังป้องกันแบบนี้ “การลุ้นแชมป์ระยะยาวอาจลำบาก” เพราะการเสีย 4 ประตูให้ทีมโซนครึ่งล่างของตาราง แถมเกือบปล่อยสองแต้มหลุดมือจากการนำห่าง ถือเป็นสัญญาณที่ต้องจัดการอย่างจริงจัง ทั้งเรื่องโครงสร้างเกมรับและความฟิต/สมาธิช่วงท้ายเกม -
กวาร์ดิโอลายังมีจุดบวกให้เก็บ
ด้านบวกคือ เกมรุกยังแสดงให้เห็นว่าซิตี้ “เปลี่ยนโอกาสเป็นประตู” ได้ต่อเนื่อง แม้ไม่ได้คุมบอลแบบทิ้งขาด แต่ทุกครั้งที่ทะลุแนวรับได้ก็มักจะมีน้ำหนักมากพอ เกมนี้ได้เห็นทั้งฮาแลนด์, โฟเด้น, เรย์นเดอร์ส และโดกูแสดงศักยภาพเต็มที่ ซึ่งถ้าจูนเกมรับให้แน่นขึ้นได้ ซิตี้จะยังอยู่ในเส้นทางลุ้นทุกแชมป์เหมือนเดิม
ผู้เล่นเด่นของเกม
-
เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ (แมนฯ ซิตี้)
ยิง 1 ประตู (ประตูที่ 100 ในพรีเมียร์ลีก) และทำ 2 แอสซิสต์ มีส่วนโดยตรงกับ 3 จาก 5 ประตู เกมนี้ตอกย้ำสถานะ “เครื่องจักรถล่มประตู” ที่ไม่ใช่แค่จบสกอร์ แต่ยังช่วยปั้นเพื่อนร่วมทีมด้วย -
ฟิล โฟเด้น (แมนฯ ซิตี้)
ยิงสองประตูสุดสวย สถิติต่าง ๆ ทั้งการจ่ายบอล, การช่วยเกมรับ, การสร้างโอกาส อยู่ในระดับสูง ได้รับคำชมเกือบเป็นเอกฉันท์ว่าเป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ -
ซามูเอล ชุคเวเซ (ฟูแล่ม)
ลงครึ่งหลังแล้วเปลี่ยนหน้าเกมรุกของฟูแล่มทันที ยิงสองประตู และทำให้ฝั่งซ้ายของทีมเจ้าถิ่นกลายเป็นฝันร้ายของแนวรับซิตี้ในช่วงท้ายเกม เป็นตัวจุดไฟให้การคัมแบ็กเกือบสำเร็จ -
อเล็กซ์ อิโวบี้ (ฟูแล่ม)
ยิงไกลสุดสวยเป็นประตูที่สองของทีม และมีส่วนร่วมกับเกมรุกแทบทุกครั้งที่ฟูแล่มทะลุขึ้นมาในพื้นที่สุดท้าย เป็นหนึ่งในคนที่เล่นได้คงเส้นคงวาที่สุดของเจ้าถิ่นในเกมนี้ -
โยชโก้ กวาร์ดิโอล (แมนฯ ซิตี้)
แม้แนวรับซิตี้จะโดนยิงสี่ลูก แต่จังหวะเคลียร์บนเส้นช่วงทดเจ็บคือภาพจำของเกม ถ้าไม่ใช่จังหวะสกัดนั้น สกอร์จะเป็น 5-5 และซิตี้อาจถูกวิจารณ์หนักกว่านี้หลายเท่า
สรุปสถานการณ์หลังเกม
-
ฟูแล่ม
-
แข่ง 14 นัด ชนะ 5 เสมอ 2 แพ้ 7 มี 17 คะแนน รั้งอันดับ 15 ของตาราง ยังมีระยะห่างจากโซนตกชั้น แต่เกมรับที่เสีย 5 ประตูในบ้านย้ำว่าต้องเร่งปรับปรุงหากไม่อยากกลับไปลุ้นหนีตกชั้นในโค้งท้ายฤดูกาล
-
-
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
-
แข่ง 14 นัด ชนะ 9 เสมอ 1 แพ้ 4 มี 28 คะแนน ขยับขึ้นไปตามหลังจ่าฝูงอาร์เซน่อล 2 คะแนน ยังคงอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์เต็มตัว แม้รูปแบบการชนะนัดนี้จะเต็มไปด้วยสัญญาณเตือนด้านเกมรับที่สตาฟฟ์โค้ชต้องรีบแก้ไขทันที
-






