ผลบอล นิวคาสเซิ่ล 2-2 สเปอร์ส พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 3 ธ.ค. 03:15
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดออกนำสองครั้งจากลูกยิงไกลของบรูโน่ กิมาไรส์ นาที 71 และจุดโทษสุดดราม่าของแอนโธนี่ กอร์ดอน นาที 86 แต่ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ไม่ยอมแพ้ คริสเตียน โรเมโร่ กัปตันทีมโหม่งตีเสมอ 1-1 ในนาที 78 ก่อนมาซัดจักรยานอากาศนาที 90+5 ช่วยทีมเยือนบุกแบ่งแต้ม 2-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 2 ธันวาคม 2025 (เช้ามืด 3 ธ.ค. เวลาไทย) ท่ามกลางเสียงวิจารณ์หนักถึงจุดโทษจาก VAR ที่มองว่าร็อดรีโก้ เบนตานกูร์ทำฟาวล์ใส่แดน เบิร์นในเขตโทษ
ข้อมูลการแข่งขัน
- รายการแข่งขัน: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 นัดที่ 14
- วัน–เวลาแข่งขัน:
- คืนวันอังคารที่ 2 ธันวาคม 2025 เวลา 20:15 น. ตามเวลาที่อังกฤษ
- ตรงกับเช้ามืดวันพุธที่ 3 ธันวาคม 2025 เวลา 03:15 น. ตามเวลาประเทศไทย
- สนาม: เซนต์ เจมส์ พาร์ค, นิวคาสเซิ่ล
- ผู้ชมในสนาม: 52,007 คน
- ผู้ตัดสิน: โธมัส บรามอลล์ (VAR: พอล เทียร์นี่)
ผลการแข่งขัน:
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-2 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์
ผู้ทำประตู
- นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด
- 1-0 บรูโน่ กิมาไรส์ นาทีที่ 71
- 2-1 แอนโธนี่ กอร์ดอน (จุดโทษ) นาทีที่ 86
- ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์
- 1-1 คริสเตียน โรเมโร่ นาทีที่ 78
- 2-2 คริสเตียน โรเมโร่ นาทีที่ 90+5
สถานการณ์ในตารางหลังจบเกม
- นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด: แข่ง 14 นัด ชนะ 5 เสมอ 4 แพ้ 5 มี 19 คะแนน อยู่ครึ่งล่างของตาราง (ราวอันดับ 12)
- ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์: แข่ง 14 นัด ชนะ 5 เสมอ 4 แพ้ 5 มี 19 คะแนน เท่ากัน แต่ประตูได้เสียดีกว่า ขยับขึ้นเหนือสาลิกาดงเล็กน้อย (ประมาณอันดับ 11)
รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริง
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (ระบบ 4-3-3) – ผู้จัดการทีม: เอ็ดดี้ ฮาว
ผู้รักษาประตู:
-
อารอน แรมส์เดล
กองหลัง:
- ทิโน่ ลิฟราเมนโต้ (แบ็กขวา)
- มาลิค เทียว์
- แดน เบิร์น (กัปตันทีม)
- ลูอิส ฮอลล์
กองกลาง:
- โจลินตอน
- ซานโดร โตนาลี (บรูโน่ กิมาไรส์ น.46)
- ลูอิส ไมลีย์ (ฟาเบียน ชาร์ น.90+3)
แนวรุก:
- เจค็อบ เมอร์ฟี่ (แอนโธนี่ เอลังก้า น.67)
- นิค โวลเทอมาดे (เปลี่ยนตัว น.71)
- ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ (แอนโธนี่ กอร์ดอน น.66)
ตัวสำรองที่โดดเด่น:
- บรูโน่ กิมาไรส์ (ลงครึ่งหลัง, ยิง 1 ประตู)
- แอนโธนี่ กอร์ดอน (ลงนาที 66, ยิงจุดโทษ 1 ประตู)
ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (ระบบ 4-4-2 ยืดหยุ่น) – ผู้จัดการทีม: โธมัส แฟรงค์
ผู้รักษาประตู:
-
กูลิแอลโม่ วิคาริโอ
กองหลัง:
- เปโดร ปอร์โร่
- คริสเตียน โรเมโร่ (กัปตันทีม)
- เควิน ดานโซ
- เดสตินี่ อูโดกี้
กองกลาง:
- โรดรีโก้ เบนตานกูร์
- ปาเป้ มาตาร์ ซาร์ (อาร์ชี เกรย์ น.87)
- โมฮัมเหม็ด คูดุส (วิลสัน โอโดแบร์ น.87)
- ลูคัส แบร์กวัลล์ (ชาบี ซิมงส์ น.77)
แนวรุก:
- เบรนแนน จอห์นสัน (มาตีส์ เทล น.77)
- ร็องดาล โคโล มูอานี (ริชาร์ลิซอน น.77)
ตัวสำรองที่มีผลต่อเกม:
-
ริชาร์ลิซอน, มาตีส์ เทล, ชาบี ซิมงส์ (ทริปเปิลเปลี่ยนตัว น.77 ช่วยให้ทีมบุกคึกขึ้นก่อนประตูตีเสมอและลุ้นท้ายเกม)
รายละเอียดการแข่งขัน
ครึ่งแรก: นิวคาสเซิ่ลบุกหนัก – ชนเสา, วิคาริโอเซฟ, ไก่ต้อง “ทนทุกข์” 25 นาทีแรก
ช่วงต้นเกม นิวคาสเซิ่ลเริ่มต้นด้วยความดุดันตามสไตล์เล่นในบ้าน
- นาทีแรก ๆ ลูอิส ฮอลล์ ได้สับไกจากด้านซ้าย บอลพุ่งหลุดเสาสองไปไม่ไกล
- นิค โวลเทอมาดе ได้โหม่งจากครอสของเจค็อบ เมอร์ฟี่ แต่กดไม่ลง บอลเหินข้ามคานไป
ตลอด 20–25 นาทีแรก เจ้าถิ่นครองบอลและจังหวะเกมอย่างชัดเจน สเปอร์สแทบออกบอลจากแดนตัวเองไม่ได้
-
นาที 17 ลูอิส ไมลีย์ ได้ลองส่องจากนอกเขตโทษ วิคาริโอต้องล้มตัวเซฟไว้ แม้จะไม่ยากมากแต่สะท้อนให้เห็นว่าทั้งความมั่นใจและจังหวะเข้าทำของสาลิกาดงเริ่มมาแล้ว
นาทีราว 35 เป็นช่วงสำคัญของนิวคาสเซิ่ล
-
โจลินตอนหลุดขึ้นไปทางขวา ลากเข้าในก่อนกดด้วยขวาเต็มข้อจากมุมแคบ บอลพุ่งผ่านมือวิคาริโอไปแล้วแต่ชนเสาไกลเต็ม ๆ ทำเอาแฟนเจ้าถิ่นยืนกุมหัวกันทั้งสนาม
สเปอร์สเริ่มตั้งหลักได้ในช่วงท้ายครึ่งแรก
-
โมฮัมเหม็ด คูดุส ใช้ความคล่องลากกินตัวลูอิส ฮอลล์ทางกราบขวา ก่อนครอสเข้ากลาง ลูคัส แบร์กวัลล์วิ่งมาไขว้หลังแบบหวังสวย แต่บอลเหินข้ามคานไปเล็กน้อย จังหวะนี้กลายเป็นสัญญาณว่าทีมเยือนเริ่มกล้าถือบอลและดันไลน์สูงขึ้นบ้างแล้ว
โดยรวม 45 นาทีแรก นิวคาสเซิ่ล:
- ทำเกมบุกได้ไหลลื่นกว่า มีโอกาสยิงมากกว่าอย่างชัดเจน
- ทดสอบวิคาริโอหลายครั้ง รวมถึงลูกชนเส้า
ส่วนสเปอร์สของโธมัส แฟรงค์:
- “ต้องทนทุกข์” ช่วง 25 นาทีแรกตามที่เจ้าตัวให้สัมภาษณ์ภายหลัง
- เริ่มมีจังหวะต่อบอลและสวนกลับดีขึ้นในช่วงท้ายครึ่ง แต่ยังไม่สามารถยิงตรงกรอบใส่แรมส์เดลได้เลย
จบครึ่งแรก: นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 0-0 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ – เจ้าถิ่นดีกว่าแต่ยังยิงไม่เข้า ส่วนทีมเยือนพอมี “เชื้อเกมรุก” ให้ต่อยอด
ครึ่งหลัง: เกมระเบิด 20 นาทีท้าย – กิมาไรส์ปลดล็อก, ดราม่าจุดโทษ, โรเมโร่ฮีโร่เหมาสอง
ต้นครึ่งหลัง นิวคาสเซิ่ลยังเปิดเกมรุกต่อเนื่อง
-
แฮร์วี่ย์ บาร์นส์ ได้ยิงมุมแคบ วิคาริโอใช้ขาเซฟไว้ บอลลอยโด่งขึ้นไปก่อนที่โวลเทอมาดеจะโหม่งซ้ำ แต่เควิน ดานโซยืนตำแหน่งดี โหม่งเคลียร์บนเส้นช่วยทีมเยือนไว้หวุดหวิด
ฝั่งสเปอร์สพยายามตอบโต้จากจังหวะสวนกลับ แต่จังหวะจบยังไม่คมพอ จนกระทั่ง เอ็ดดี้ ฮาว ตัดสินใจส่ง บรูโน่ กิมาไรส์ ลงมาครึ่งหลังเพื่อเพิ่มความสร้างสรรค์ตรงกลางสนาม
นาที 71: นิวคาสเซิ่ลนำ 1-0 – กิมาไรส์ซัดเรียดสุดคม
- นิค โวลเทอมาดе ทำชิ่งในกรอบโทษก่อนบอลไหลย้อนมาหน้ากรอบ
- แอนโธนี่ กอร์ดอนที่เพิ่งลงสนามจ่ายต่อหรือได้สัมผัสบอลในจังหวะต่อเนื่องให้กิมาไรส์
- กัปตันสาลิกาดงซัดด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งเรียดเสียบมุมล่างอย่างเฉียบคม วิคาริโอหมดสิทธิ์ป้องกัน เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0 สมกับรูปเกมที่กดดันมานาน
เสียงเชียร์ในสนามดังลั่น บรรยากาศเหมือนจะไหลไปทางนิวคาสเซิ่ลเต็มตัว แต่สเปอร์สยังไม่ยอมยกธงขาว
นาที 77–78: ทริปเปิลเปลี่ยนตัวของแฟรงค์ – ก่อนโรเมโร่โขกตีเสมอ 1-1
นาที 77 โธมัส แฟรงค์เปลี่ยนทีเดียวสามคนรวด:
- เบรนแนน จอห์นสัน → มาตีส์ เทล
- ลูคัส แบร์กวัลล์ → ชาบี ซิมงส์
- ร็องดาล โคโล มูอานี → ริชาร์ลิซอน
เพียงหนึ่งนาทีต่อมา เกมก็เปลี่ยนทันที
- เปโดร ปอร์โร่จ่ายบอลออกขวาให้โมฮัมเหม็ด คูดุสดวล 1 ต่อ 1 กับลูอิส ฮอลล์
- คูดุสแตะหาช่องแล้วครอสโค้งเข้าไปในกรอบเขตโทษ
- คริสเตียน โรเมโร่วิ่งสอดมากลางกรอบ พุ่งโหม่งเต็ม ๆ บอลพุ่งเสียบมุมล่าง เป็นประตูตีเสมอ 1-1 และเป็นเพียงหนึ่งในสองครั้งที่สเปอร์สยิงเข้ากรอบตลอดทั้งเกม
จังหวะนี้ทำให้โมเมนตัมเอียงไปทางทีมเยือนเล็กน้อย แฟนสเปอร์สดีดตัวจากอัฒจันทร์ ฝั่งเจ้าถิ่นเริ่มมีอาการเกร็ง เนื่องจากฤดูกาลนี้พวกเขาเสียแต้มจากสถานการณ์นำบ่อยครั้งอยู่แล้ว
นาที 86: จุดโทษสุดดราม่า – กอร์ดอนยิงไม่พลาด นิวคาสเซิ่ลนำ 2-1
เกมมาถึงช่วง 10 นาทีสุดท้าย ความดุเดือดในกรอบเขตโทษเพิ่มขึ้น
- จากลูกเตะมุมฝั่งซ้าย แดน เบิร์นขึ้นโหม่งแย่งตำแหน่งกับโรดรีโก้ เบนตานกูร์ มีจังหวะดึง–กอดกันล้มลงในกรอบ
- ผู้ตัดสินปล่อยให้เล่นต่อไปก่อนจะได้รับสัญญาณจาก VAR ให้ไปดูจอมอนิเตอร์
หลังตรวจภาพช้า ผู้ตัดสินตัดสินใจให้เป็นจุดโทษของนิวคาสเซิ่ล ซึ่งเป็นจุดที่สร้างเสียงวิจารณ์อย่างหนักหลังเกม ทั้งอดีตนักเตะและกูรูมองว่าเป็นจังหวะเบาและไม่ชัดเจนพอสำหรับจุดโทษในระดับนี้
แอนโธนี่ กอร์ดอนรับหน้าที่สังหาร
-
วิ่งมาซัดเข้าเสาเดิมอย่างมั่นใจ ส่งวิคาริโอพุ่งผิดทาง เจ้าถิ่นกลับมานำอีกครั้ง 2-1 ในนาทีที่ 86 และดูเหมือนจะเก็บสามแต้มได้แล้ว
นาที 90+5: โรเมโร่จักรยานอากาศ – สเปอร์สตีเสมอ 2-2 ช็อกทั้งเซนต์เจมส์พาร์ค
แต่ดราม่าของเกมยังไม่จบง่าย ๆ
- ช่วงทดเจ็บ สเปอร์สได้ลูกเตะมุมจากฝั่งขวา เทลเปิดเข้าไป กองหลังเจ้าถิ่นโหม่งสกัด บอลยังวนอยู่ในกรอบ
- อีกลูกเตะมุมตามมา เปโดร ปอร์โร่เปิดโค้งเข้าไป แรมส์เดลออกมาชกบอลพ้นระยะโหม่ง แต่บอลลอยสูงกลางเขตโทษ
- โรเมโร่ที่ล้มลงไปในจังหวะแรก ลุกขึ้นเร็วแล้วจัดท่าจักรยานอากาศยิงทันที บอลไม่ได้พุ่งแรงมากแต่กระดอนพื้นและลอดช่องแข้งผู้เล่นหลายคนก่อนเสียบมุมเข้าไปอย่างเหลือเชื่อ กลายเป็นประตู 2-2 นาทีที่ 90+5
ทั้งสนามเงียบกริบ ก่อนเสียงเฮจากกองเชียร์สเปอร์สจะดังขึ้น แฟนเจ้าถิ่นหลายคนถึงกับกุมหัวเพราะเห็นทีมตัวเอง “หลุดชัย” จากสถานการณ์ที่เหมือนปิดเกมได้แล้ว ช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย สเปอร์สยังได้ลูกเตะมุมอีกครั้ง แต่คราวนี้แรมส์เดลอ่านเกมได้ดี คว้าบอลไว้ได้ จบเกมที่สกอร์ 2-2 สุดมัน
สถิติสำคัญของเกม
จากข้อมูลสถิติรวมหลังจบเกม
| รายการ | นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด | ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ |
|---|---|---|
| ครองบอล (%) | ประมาณ 53% | ประมาณ 47% |
| ยิงทั้งหมด (ครั้ง) | 19 | 8–9 (ใกล้เคียง) |
| ยิงเข้ากรอบ | 7 | 2 |
| โอกาสยิงจ่อ/บล็อก | 8 บล็อกได้ | 5 บล็อกได้ |
| ค่า xG (คาดหวังประตู) | ประมาณ 2.1 | ประมาณ 1.0 |
| เตะมุม | 11 | 7–8 |
| ฟาวล์ | 5 | 12 |
| ใบเหลือง | 0 | 3 (โรเมโร่, เบนตานกูร์, ริชาร์ลิซอน) |
ตัวเลขเล่าเรื่องชัดเจนว่า
-
นิวคาสเซิ่ลสร้างโอกาสได้มากกว่า ยิงตรงกรอบมากกว่า ครองบอลเหนือกว่า
-
สเปอร์สมียิงเข้ากรอบแค่ 2 ครั้ง แต่กลายเป็น 2 ประตูของโรเมโร่ทั้งหมด แปลว่าทีมใช้โอกาสสำคัญได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
บทวิเคราะห์หลังเกม
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด: เล่นดีเกือบทุกอย่าง ยกเว้น “ปิดเกม”
-
เกมในบ้านยังโหด แต่ปัญหาเดิมคือ “รักษาสกอร์ไม่ได้”
สถิติชัดเจนว่าฤดูกาลนี้ นิวคาสเซิ่ลคือหนึ่งในทีมที่เสียแต้มจากสถานการณ์นำมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก (11 คะแนน เท่ากับเบรนท์ฟอร์ด) และแมตช์นี้ก็ยืนยันเรื่องนั้นอีกครั้ง เมื่อขึ้นนำถึงสองครั้งในช่วง 20 นาทีสุดท้ายแต่ยังเก็บชัยไม่ได้ -
บรูโน่ กิมาไรส์ เปลี่ยนหน้าเกม
การส่งกิมาไรส์ลงมาตั้งแต่ต้นครึ่งหลังทำให้แดนกลางเจ้าถิ่นมีทั้งจังหวะจ่ายทะลุ–ควบคุมเกมดีขึ้นทันที ประตู 1-0 มาจากการจบสกอร์ที่เฉียบคมของเขา และในหลายช่วงเวลาหลังจากนั้น เขาคือศูนย์กลางทั้งเกมรุกและความดุดันในแดนกลางอย่างแท้จริง -
แอนโธนี่ กอร์ดอน – ตัวเตะจุดโทษและต้นตอของดราม่า
กอร์ดอนลงมาครึ่งหลังและมีส่วนร่วมแทบทุกจังหวะสำคัญ ทั้งช่วยให้ทีมได้ประตูขึ้นนำจากจุดโทษ และการเคลื่อนที่ดึงตัวประกบด้านซ้าย แต่จุดโทษที่เขายิงเข้าไปก็เป็นหัวข้อถกเถียงทั่วอังกฤษ ว่าจังหวะปะทะกับเบนตานกูร์สมควรเป็นจุดโทษหรือไม่ หลายเสียงจากกูรูและอดีตแข้งดังมองว่า VAR “เข้มงวดเกินไป” ในจังหวะนี้ -
แนวรับหลุดโฟกัสในจังหวะเซ็ตพีซ
สองประตูที่เสียให้สเปอร์สมาจากลูกครอสและลูกเตะมุม ทั้งสองลูกเกิดจากการยืนตำแหน่งในกรอบเขตโทษที่ไม่แน่นพอ ปล่อยให้โรเมโร่ได้ทั้งระยะแม่นสำหรับโหม่งและระยะแกว่งตัวจักรยานอากาศโดยไม่มีใครบล็อกบอลได้ทัน เป็นจุดที่เอ็ดดี้ ฮาวต้องรีบแก้ไข เพราะฤดูกาลนี้นิวคาสเซิ่ลเสียประตูจากลูกตั้งเตะบ่อยครั้งแล้ว -
จิตวิทยาทีม: จากควรได้สามแต้มกลายเป็นหนึ่งแต้ม
เมื่อคุณนำ 2-1 ในบ้านช่วง 4 นาทีสุดท้ายและโดนตีเสมอทดเจ็บ ความรู้สึกมันคนละเรื่องกับการไล่ตีเสมอ ดังนั้นแม้หนึ่งแต้มจะช่วยให้ตารางคะแนนไม่เสียหายมาก แต่ในแง่ความรู้สึก นี่คือเกมที่ “เหมือนแพ้” มากกว่าเสมอสำหรับแฟนนิวคาสเซิ่ล
ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์: ยิงตรงกรอบ 2 ครั้ง = 2 ประตู – โรเมโร่แบกทีม, แต่คำถามเรื่องเกมรับ–ทรงทีมยังอยู่
-
หยุดสถิติพ่ายรวด – แต่ยังไม่ใช่คำตอบทุกอย่าง
ก่อนเกมนี้ สเปอร์สแพ้ติดต่อกันสามนัดรวมทุกรายการ และไม่ชนะในพรีเมียร์ลีก 5 นัดติด ทำให้อนาคตของโธมัส แฟรงค์ถูกตั้งคำถามอย่างหนัก การบุกมาเก็บ 1 แต้มจากสนามยากอย่างเซนต์เจมส์พาร์ค จึงสำคัญมากในเชิงจิตวิทยา เพราะอย่างน้อยทีมก็ “หยุดเลือด” ได้แล้ว -
คริสเตียน โรเมโร่ – กัปตันที่เล่นเหมือนทั้งเซ็นเตอร์–กองหน้า
โรเมโร่กลับมาจากโทษแบนและใส่ปลอกแขนกัปตัน เกมนี้เขาไม่เพียงคุมแนวรับ แต่ยังเหมาสองประตูทั้งโหม่งและจักรยานอากาศ ซึ่งเป็นครั้งแรกในอาชีพการค้าแข้งลีกใหญ่ยุโรปที่เขายิงได้สองลูกในเกมเดียว ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสองประตูคือการเซฟแต้มให้ทีมแบบชัดเจน ทำให้สื่อต่างประเทศเกือบทุกสำนักยกให้เขาเป็น “แมน ออฟ เดอะ แมตช์” อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง -
ทริปเปิลเปลี่ยนตัวนาที 77 – จุดเปลี่ยนฝั่งไก่เดือยทอง
การส่งเทล, ริชาร์ลิซอน และชาบี ซิมงส์ ลงมา ทำให้เกมรุกสเปอร์สดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันตา ทั้งการวิ่งไลน์ดึงแนวรับและการเชื่อมบอลระหว่างเส้น จุดนี้ทำให้ทีมสามารถดันเกมบุกสูงขึ้น จนได้ประตูตีเสมอ 1-1 และยังคงความกดดันใส่นิวคาสเซิ่ลพอสมควรในช่วงก่อนโดนจุดโทษ -
เกมรับและการรับมือกับความกดดันยังน่าเป็นห่วง
แม้สเปอร์สจะได้ผลการแข่งขันที่ดูดีเมื่อมองจากรูปเกม (โดนบุกมากกว่าแต่ยังแบ่งแต้มได้) ทว่าตัวเลขที่ยอมรับไม่ได้คือ-
ปล่อยให้คู่แข่งยิง 19–21 ครั้ง
-
ยิงเข้ากรอบ 7 ครั้ง ใส่วิคาริโอ
-
ต้องพึ่งเควิน ดานโซเคลียร์บนเส้นในช่วงสำคัญ
แสดงว่าระบบเกมรับและการยืนโซนกลาง–ท้ายสนามยังเปราะบางมาก หากไม่เร่งแก้ไข ต่อให้โรเมโร่หรือวิคาริโอเล่นดีแค่ไหน ทีมก็ยังเสี่ยงเสียประตูจำนวนมากต่อเกมอยู่ดี
-
-
แฟรงค์ภายใต้ความกดดัน – แต้มนี้ช่วยซื้อเวลา
สื่ออังกฤษจำนวนมากมองว่าแมตช์นี้คือจุดชี้เป็นชี้ตายหนึ่งเกมของโธมัส แฟรงค์ การคัมแบ็กจากตาม 1-0 และ 2-1 จนเสมอ 2-2 ในสนามที่ยากที่สุดแห่งหนึ่งของลีก ช่วยลดแรงกดดันลงชั่วคราว แต่ด้วยฟอร์มภาพรวมทั้งซีซัน (แพ้เยอะ, เกมรับรั่ว) งานของเขายังห่างไกลจากคำว่า “ปลอดภัย”
ผู้เล่นเด่นของเกม
-
คริสเตียน โรเมโร่ (สเปอร์ส)
กัปตันทีมยกระดับทีมทั้งเกมรับและเกมรุก เหมาสองประตูจากจังหวะเซ็ตพีซ ทั้งโหม่งพุ่งและจักรยานอากาศทดเจ็บ นาที 90+5 ช่วยให้ทีมเก็บ 1 แต้มสำคัญจากเกมที่รูปเกมเป็นรองชัดเจน เป็นฟอร์มระดับไอคอนของสโมสรในค่ำคืนนี้โดยแท้ -
บรูโน่ กิมาไรส์ (นิวคาสเซิ่ล)
ลงมาครึ่งหลังก็เปลี่ยนจังหวะเกมทันที คุมแดนกลาง, เชื่อมบอล และปลดล็อกทำประตู 1-0 ด้วยการยิงเรียดสุดนิ่ง แสดงให้เห็นอีกครั้งว่าเขาคือ “หัวใจ” ของนิวคาสเซิ่ลทั้งในเชิงแท็กติกและอารมณ์เกม -
แอนโธนี่ กอร์ดอน (นิวคาสเซิ่ล)
ลงมาแล้วสร้างปัญหาให้แนวรับสเปอร์สต่อเนื่อง ทั้งการวิ่งไลน์, ดวลตัวต่อตัว และความนิ่งตอนยิงจุดโทษ แม้จุดโทษจะถูกดราม่าเรื่อง VAR แต่ในมุมมองผลงานส่วนตัว กอร์ดอนเล่นได้มาตรฐานสูงอีกนัดหนึ่ง -
ลูอิส ไมลีย์ และลูอิส ฮอลล์ (นิวคาสเซิ่ล)
สองดาวรุ่งช่วยขยับจังหวะเกมได้ดี ไมลีย์มีส่วนกดดันแนวรับสเปอร์สจากการยิงไกลและการขยับหาพื้นที่ระหว่างไลน์ ส่วนฮอลล์แม้จะถูกคูดุสเล่นงานช่วงหนึ่ง แต่โดยรวมก็เติมเกมรุกและช่วยสร้างความกว้างในฝั่งซ้ายได้ตลอดเกม -
กูลิแอลโม่ วิคาริโอ และเควิน ดานโซ (สเปอร์ส)
วิคาริโอเซฟลูกสำคัญของบาร์นส์และควบคุมกรอบเขตโทษได้ดีในหลายจังหวะ ส่วนดานโซมีจังหวะเคลียร์บนเส้นจากลูกโหม่งของโวลเทอมาดе ที่ถ้าไม่สกัดไว้สกอร์อาจไหลจนกลับมาไม่ได้
สรุปสถานการณ์หลังเกม
- นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด
- เก็บได้เพียง 1 คะแนนจากเกมที่เล่นดีกว่าและนำสองครั้ง ยิ่งตอกย้ำภาพว่าเป็นทีมที่ “ปิดเกมไม่ได้” ในฤดูกาลนี้
- มี 19 คะแนนจาก 14 นัด อยู่กลาง–ล่างของตาราง ยังต้องเร่งเก็บชัยให้มากกว่านี้ หากหวังกลับไปลุ้นพื้นที่ยุโรปเหมือนสองฤดูกาลก่อน
-
ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์
- หยุดสถิติแพ้รวดและกลับมามีแต้ม แม้จะยังไม่ชนะในลีก 5 นัดติด
- มี 19 คะแนนจาก 14 นัด เท่ากันกับนิวคาสเซิ่ล แต่อยู่อันดับเหนือกว่าเล็กน้อย
- แต้มนี้ช่วยลดแรงกดดันให้โธมัส แฟรงค์ลงได้บ้าง แต่เกมรับที่เสียโอกาสเยอะยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ ก่อนจะเจอกับโปรแกรมต่อไปอย่างเบรนท์ฟอร์ด
โปรแกรมถัดไปโดยสรุป:
- นิวคาสเซิ่ล: เตรียมเปิดบ้านรับเบิร์นลี่ย์ในเกมลีกนัดถัดไป
- สเปอร์ส: มีคิวเจอกับเบรนท์ฟอร์ด ซึ่งจะเป็นอีกบททดสอบสำคัญของแฟรงค์และลูกทีม






