ผลบอล เบอร์มิงแฮม ซิตี้ 2-1 วัตฟอร์ด แชมเปี้ยนชิพ 2 ธ.ค. 2025
เบอร์มิงแฮม ซิตี้โชว์ความแข็งแกร่งในบ้านต่อเนื่อง ยิงสองประตูสุดสวยจาก ปัก ซึงโฮ นาที 31 และเดมาไร เกรย์ นาที 43 เปิดบ้านนำวัตฟอร์ด 2-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก แม้ครึ่งหลังวัตฟอร์ดจะไล่มา 2-1 จากลูกยิงของ ออธมาน มาอัมมา นาที 61 และกดดันหนักช่วงท้าย แต่เจ้าถิ่นยังยืนเกมรับได้เหนียวแน่น เก็บชัย 2-1 ในศึกแชมเปี้ยนชิพคืนวันที่ 1 ธ.ค. 2025 (เช้าตรู่ 2 ธ.ค. ตามเวลาไทย) พร้อมทำสถิติชนะในบ้าน 4 นัดติด ขยับขึ้นอันดับ 7 ตามหลังโซนเพลย์ออฟแค่ 1 คะแนน ขณะที่วัตฟอร์ดแพ้หนแรกในลีกหลังไร้พ่ายมา 5 นัดติด
ข้อมูลการแข่งขัน
- รายการแข่งขัน: แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 นัดที่ 18 (นับตามตารางรวม)
- วัน–เวลาแข่งขัน:
- วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม 2025 เวลา 20:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นอังกฤษ
- ตรงกับวันอังคารที่ 2 ธันวาคม 2025 เวลา 03:00 น. ตามเวลาประเทศไทย
- สนาม: เซนต์ แอนดรูว์ส @ Knighthead Park, เมืองเบอร์มิงแฮม
- ผู้ชมในสนาม: ประมาณ 26,086 คน
- ผลการแข่งขัน
เบอร์มิงแฮม ซิตี้ 2-1 วัตฟอร์ด
ผู้ทำประตู
-
เบอร์มิงแฮม ซิตี้
-
1-0 ปัก ซึงโฮ นาทีที่ 31
-
2-0 เดมาไร เกรย์ นาทีที่ 43
-
-
วัตฟอร์ด
-
2-1 ออธมาน มาอัมมา นาทีที่ 61
-
รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริง
เบอร์มิงแฮม ซิตี้ (4-2-3-1)
เจมส์ บีเดิ้ล; ไบรท์ โอซายี-ซามูเอล, ฟิล เนอย์มันน์, คริสตอฟ คลารเรอร์, อเล็กซ์ โคเครน; ทอมมี่ ดอยล์, ปัก ซึงโฮ; แพทริก โรเบิร์ตส์, เจย์ แสตนสฟิลด์, เดมาไร เกรย์; มาร์วิน ดุคช์
ตัวสำรองเด่นที่ลงสนาม: เคชี แอนเดอร์สัน, ลินดอน ไดก์ส, อัลฟอนส์ แซมป์สเตด, มาร์ก เลียวนาร์ด, ลูอิส คูมาส
วัตฟอร์ด (4-4-2/4-2-3-1)
นาธาน แบ็กซ์เตอร์; เจเรมี งาเกีย, เควิน เคเบน, แมตตี้ พอลลอค, มาร์ก โบลา; ทอม อินซ์, อิมราน ลูซา, เฮคเตอร์ คิพริอานู, มามาดู ดูมเบีย; ออธมาน มาอัมมา, ลูคา เชียรูมการ์ด
ตัวสำรองเด่นที่ลงสนาม: จอร์จี ชัคเวตัดเซ, วีวัลโด้ เซเมโด้, เอดู คาเยมเบ, มุสซา ซิสโซโก
ภาพรวมก่อนเกม
- เบอร์มิงแฮม ซิตี้ภายใต้การคุมทีมของ คริส เดวีส์ กำลังทำผลงานในบ้านร้อนแรง ชนะในถิ่นติดต่อกันมา 3 นัดแบบยิงรวมถึง 12 ประตู เสียแค่ลูกเดียว เกมนี้จึงถูกมองว่าเป็นโอกาสดีที่จะไต่เข้าใกล้พื้นที่เพลย์ออฟมากขึ้น
- วัตฟอร์ดของ ฆาบี กราเซีย มาด้วยความมั่นใจจากการไร้พ่ายในลีก 5 นัดหลังสุด แต่ปัญหาใหญ่คือฟอร์มเกมเยือนที่เก็บแต้มได้น้อยที่สุดทีมหนึ่งของลีกในฤดูกาลนี้ ทำให้แมตช์ที่เซนต์ แอนดรูว์สถูกมองว่าเป็นบททดสอบสำคัญว่าทีมจะยกระดับฟอร์มนอกบ้านได้หรือไม่
รายละเอียดการแข่งขัน
ครึ่งแรก: วัตฟอร์ดเริ่มดีกว่า แต่เบอร์มิงแฮมรัวสองลูกสุดคม
เปิดเกมช่วง 10–20 นาทีแรก เป็นวัตฟอร์ดที่ดูจะปรับตัวเข้ากับบรรยากาศได้ดีกว่า
- นาทีแรก ๆ ทอม อินซ์ ได้ลองปั่นด้วยซ้ายบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ บอลโค้งหลุดเสาไปนิดเดียว ทำให้เจมส์ บีเดิ้ลต้องออกแรงพุ่งมองตามแบบมีเสียว
- ต่อมา แพทริก โรเบิร์ตส์ เช็กล้ำหน้าพลาด ปล่อยให้มาร์ก โบลาสอดขึ้นมาทางกราบซ้าย เปิดเลียดพุ่งเข้ากรอบหกหลา แต่คริสตอฟ คลารเรอร์อ่านเกมได้ดี สไลด์เคลียร์บอลตัดหน้าลูคา เชียรูมการ์ดได้หวุดหวิด ไม่อย่างนั้นโอกาสทองของทีมเยือนมีลุ้นขึ้นนำแน่นอน
จังหวะบุกต่อเนื่องของวัตฟอร์ดยังมาจาก ออธมาน มาอัมมา ที่หาพื้นที่ระหว่างไลน์ได้ดี
-
มีทั้งลูกยิงในเขตโทษจากการทำชิ่งกับมามาดู ดูมเบีย และลูกซัดนอกกรอบที่บีเดิ้ลต้องล้มตัวรับ แม้จะไม่ยากมากแต่ก็ทำให้เจ้าถิ่นยังตั้งเกมของตัวเองได้ไม่ถนัดในช่วงต้น
นาที 20 เกมเริ่มเดือดเมื่อ เฮคเตอร์ คิพริอานู เข้าปะทะช้าใส่ปัก ซึงโฮกลางสนาม โดนใบเหลืองแรกของเกม เป็นสัญญาณว่ากองกลางวัตฟอร์ดเริ่มตามจังหวะเท้าของมิดฟิลด์เจ้าบ้านไม่ทันแล้ว
เบอร์มิงแฮมเริ่มตั้งหลักได้ในช่วงกลางครึ่งแรก
- ทอมมี่ ดอยล์ ได้ลองส่องไกลหลายครั้ง ทั้งจากโอเพ่นเพลย์และลูกเตะมุม หนึ่งในนั้นบอลพุ่งเฉียดเสาสองไปนิดเดียว
- จังหวะฟรีคิกเล่นเร็วยิ่งทำให้เกมของเจ้าถิ่นดูมีมิติมากขึ้น โรเบิร์ตส์ถูกวางบอลให้หลุดไปริมเส้น ก่อนหักกลับมาหน้าประตูให้ฟิล เนอย์มันน์สอดเข้ามาแปเน้น ๆ แต่ นาธาน แบ็กซ์เตอร์ เซฟช่วยวัตฟอร์ดไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
นาที 31: เบอร์มิงแฮมขึ้นนำ 1-0 จากการตัดบอล+ยิงไกลของปัก ซึงโฮ
ประตูแรกของเกมเกิดจาก “การเพรสซิ่งและความขยัน” ล้วน ๆ ของปัก ซึงโฮ
- เขากดดันคิพริอานูจนแย่งบอลได้บริเวณกลางสนามก่อนเลี้ยงพาขึ้นหน้า
- เมื่อถึงระยะราวหัวกระโหลก ตัดสินใจซัดด้วยขวาแบบไม่รอใคร บอลพุ่งแรงพอและโค้งหนีมือแบ็กซ์เตอร์เข้าไปอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นออกนำ 1-0 ท่ามกลางเสียงเฮสะใจของแฟนบอลที่ตามเชียร์อยู่แล้วว่าทีมกำลังครองเกมมากขึ้นเรื่อย ๆ
หลังเสียประตู วัตฟอร์ดพยายามเร่งเกมกลับมา แต่จังหวะสำคัญก็เป็นของเบอร์มิงแฮมอีกครั้ง
นาที 43: เดมาไร เกรย์ โชว์เดี่ยวสุดโหด 2-0
- เจย์ แสตนสฟิลด์ ถอยลงมารับบอลระหว่างไลน์ ก่อนแทงทะลุช่องเข้าเขตโทษด้านซ้ายให้เดมาไร เกรย์สปรินต์ไปเก็บ
- เกรย์ใช้ความเร็วและเทคนิคเฉพาะตัวแตะหลบตัวประกบเข้าด้านใน ก่อนหวดเต็มข้อด้วยขวา บอลพุ่งเด้งเสียบสามเหลี่ยมบนอย่างหมดจด ไม่มีโอกาสให้แบ็กซ์เตอร์ได้ป้องกัน กลายเป็นประตู 2-0 ที่ทั้งจังหวะต่อบอลและการจบสกอร์ “สวยแบบไฮไลต์ประจำสัปดาห์” ตามคำบรรยายของสื่ออังกฤษหลายสำนัก
ช่วงท้ายครึ่งแรก วัตฟอร์ดยังมีโอกาสจากการยิงของโบลาและมาอัมมา แต่ถูกแนวรับเจ้าถิ่นบล็อกได้ทั้งหมด ทำให้สกอร์ยังคงอยู่ที่ 2-0
จบครึ่งแรก: เบอร์มิงแฮม ซิตี้ 2-0 วัตฟอร์ด เจ้าบ้านเริ่มต้นช้าแต่ค่อย ๆ ขึ้นครองเกมและลงโทษทีมเยือนได้คมกว่าชัดเจน
ครึ่งหลัง: ดุคช์พลาดฝังเกม – มาอัมมายิงไล่ ก่อนเบอร์มิงแฮมปิดเกมด้วยเกมรับเหนียวแน่น
เริ่มครึ่งหลัง วัตฟอร์ดแก้เกมโดยเน้นให้ อิมราน ลูซา ลงต่ำมารับบอลจากแนวรับมากขึ้นและคอยเปิดเปลี่ยนแกนเกมไปที่ฟูลแบ็กสองข้าง
-
โอกาสแรกของครึ่งหลังมาจากจังหวะที่ลูซาโยกหลอกกลางสนามก่อนหยอดบอลข้ามฝั่งไปให้มาร์ก โบลาทางซ้าย ยิงกึ่งเปิดกึ่งยิงให้บีเดิ้ลต้องปัดข้ามคาน เป็นจังหวะเตือนให้เจ้าถิ่นรู้ว่าทีมเยือนยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
อีกด้านหนึ่ง เบอร์มิงแฮมเกือบได้ปิดเกม 3-0 จากจังหวะทองของ มาร์วิน ดุคช์
- แพทริก โรเบิร์ตส์หลุดไปทางขวา ก่อนเปิดเรียดไปเสาสองให้ดุคช์แปโล่ง ๆ แต่เจ้าตัวกลับซัดหลุดกรอบอย่างไม่น่าเชื่อ
- จังหวะนี้เองที่กลายเป็น “จุดเปลี่ยนเล็ก ๆ” ของเกม เพราะเพียงไม่กี่นาทีถัดมา วัตฟอร์ดก็ไล่ตีไข่แตกได้สำเร็จ
นาที 59–61: วัตฟอร์ดเปลี่ยน 3 คนติด ก่อนมาอัมมายิงไล่ 2-1
นาที 59 ฆาบี กราเซียตัดสินใจเปลี่ยนตัวสามคนรวด ส่ง จอร์จี ชัคเวตัดเซ, วีวัลโด้ เซเมโด้ และเอดู คาเยมเบ ลงมาแทน ทอม อินซ์, เฮคเตอร์ คิพริอานู และลูคา เชียรูมการ์ด เพื่อเพิ่มความสดและความสร้างสรรค์ในแดนกลางและแนวรุก
นาที 61 วัตฟอร์ดได้ประตูไล่ 2-1
- โบลาสอดขึ้นมาทางซ้ายอีกครั้ง ก่อนครอสบอลเข้ากรอบเขตโทษ
- บอลถูกสกัดไม่ขาดแล้วเด้งมาแถว ๆ หัวกระโหลกเข้าเท้าออธมาน มาอัมมา เขาตัดสินใจยิงทันทีแบบไม่จับ ลูกยิงพุ่งแรงและเปลี่ยนทิศเล็กน้อยทำให้บีเดิ้ลพุ่งไม่ทัน บอลเช็ดเสาเข้าประตูสวยงาม กลายเป็นประตูแรกของมาอัมมากับวัตฟอร์ดในลีก และทำให้สกอร์กลับมาสูสีที่ 2-1
หลังเสียประตู เบอร์มิงแฮมเริ่มถอยลงไปตั้งบล็อกลึกมากขึ้น เน้นความรัดกุมในการป้องกันโซนหน้าเขตโทษ
- นาที 69 เดวีส์ถอดเดมาไร เกรย์ที่เริ่มล้าออก ส่ง เคชี แอนเดอร์สัน ลงมาเพิ่มความขยันด้านข้าง
- นาที 73 เปลี่ยนอีกสองตำแหน่ง ดุคช์กับโอซายี-ซามูเอลออก ให้ลินดอน ไดก์สและอัลฟอนส์ แซมป์สเตดลง คอนเฟิร์มชัดว่าเจ้าถิ่น “เปลี่ยนโหมดจากบุกใส่เป็นเล่นผลการแข่งขัน” แล้วในช่วงท้ายเกม
จังหวะลุ้นสำคัญของวัตฟอร์ดในช่วงท้ายมาจาก มามาดู ดูมเบีย ในนาทีที่ 80
-
เขาได้ยิงด้วยซ้ายจากกลางเขตโทษ บอลพุ่งหนีมือบีเดิ้ลไปทางเสาไกล แต่ผู้รักษาประตูเบอร์มิงแฮมพุ่งเซฟได้สุดปลายมือ เซฟนี้ทำให้เจ้าถิ่นยังนำ 2-1 และช่วยลดโมเมนตัมของทีมเยือนได้มาก
ช่วงนาที 77–80 เกมเริ่มดุเดือด มีใบเหลืองตามมารัว ๆ
-
- ลูซาโดนใบเหลืองเพราะเข้าบอลช้า
- แสตนสฟิลด์ได้ใบเหลืองจากจังหวะตามบีบแรงเกินไป
- โรเบิร์ตส์ก็โดนอีกใบจากการเข้าหนักตรงริมเส้นฝั่งขวา
นาที 84–90+5 เบอร์มิงแฮมต้องรับแรงกดดันจากเตะมุมและลูกครอสต่อเนื่อง แต่แนวรับนำโดยคลารเรอร์กับเนอย์มันน์ช่วยกันโหม่งเคลียร์และบล็อกได้ทุกจังหวะ สุดท้ายกรรมการเป่านกหวีดหมดเวลา นาที 90+5 เกมจบลงที่สกอร์ 2-1
สถิติสำคัญของเกม
จากข้อมูลสถิติหลังการแข่งขัน
- การครองบอล:
- เบอร์มิงแฮม ซิตี้ 49.3%
- วัตฟอร์ด 50.7%
- จำนวนยิงทั้งหมด:
- เบอร์มิงแฮม 13 ครั้ง
- วัตฟอร์ด 12 ครั้ง
- ยิงเข้ากรอบ:
- เบอร์มิงแฮม 5 ครั้ง
- วัตฟอร์ด 4 ครั้ง
- ค่า xG (โอกาสคุณภาพ):
- เบอร์มิงแฮม 1.26
- วัตฟอร์ด 1.03
- เตะมุม: ฝ่ายละ 6 ครั้ง
- ฟาวล์: เบอร์มิงแฮม 11 ครั้ง – วัตฟอร์ด 9 ครั้ง
- ใบเหลือง: เบอร์มิงแฮม 3 ใบ – วัตฟอร์ด 2 ใบ
- เซฟผู้รักษาประตู: ฝ่ายละ 3 ครั้ง
ตัวเลขโดยรวมสะท้อนว่าเกมนี้สูสีมาก ทั้งจำนวนโอกาสยิงและการครองบอล แต่ความเฉียบคมในช่วงครึ่งแรกและการจัดการสถานการณ์เมื่อโดนไล่ 2-1 ทำให้เบอร์มิงแฮมคว้าชัยไปครอง
บทวิเคราะห์บอลหลังเกม
เบอร์มิงแฮม ซิตี้: เกมในบ้านทรงโหด – แสตนสฟิลด์ “แมน ออฟ เดอะ แมตช์ แบบไม่ต้องยิง”
-
บ้านคืออาวุธหลัก – ชนะในบ้าน 4 นัดติด
เบอร์มิงแฮมยืดสถิติชนะในบ้านเป็น 4 นัดรวด และแต่ละนัดเป็นการเล่นที่ “คุมโทนได้” แทบทั้งหมด เกมนี้แม้จะเริ่มต้นช้ากว่า แต่พอเข้าจังหวะได้ก็เดินเกมกดดันจนได้สองประตูสวย ๆ ก่อนพักครึ่ง และในช่วงกดดันท้ายเกมก็แสดงให้เห็นถึงวินัยเกมรับที่ดีขึ้นชัดเจน -
ปัก ซึงโฮ – หัวใจแดนกลางทั้งรุกและเพรส
ประตูแรกไม่ได้มาจากแค่การยิงไกล แต่เริ่มจากการแย่งบอลจากคิพริอานูกลางสนาม เป็นภาพชัดว่านักเตะเกาหลีใต้รายนี้เป็น “สองทาง” ทั้งเกมรุกและเกมรับ การอ่านเกมและความขยันเพรสซิ่งทำให้เบอร์มิงแฮมเริ่มกลับมาครองแดนกลางได้หลังจากโดนบุกใส่ช่วงต้นเกม -
เดมาไร เกรย์ – คุณภาพระดับบนในจังหวะตัดสินเกม
ลูก 2-0 คือสเต็ปคลาสสิกของปีกสมัยใหม่ รับบอลทะลุช่อง, ล็อกเข้าใน, ซัดเสียบสามเหลี่ยม ความเฉียบคมแบบนี้ทำให้คู่แข่งต้อง “เคารพพื้นที่” ของเขามากขึ้น และยังเปิดช่องให้แสตนสฟิลด์/โรเบิร์ตส์ มีพื้นที่เล่นมากขึ้นด้วย -
เจย์ แสตนสฟิลด์ – แมน ออฟ เดอะ แมตช์ แบบไม่ต้องมีชื่อบนสกอร์บอร์ด
หลายสื่อยกให้แสตนสฟิลด์เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของเกม เพราะ
-
- วิ่งเชื่อมเกม, ลงมาช่วยรับ, ดันแนวรับคู่แข่งให้วิ่งตามตลอด 90 นาที
- มีส่วนสำคัญในการสร้างประตูของเกรย์ และช่วยเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมเสมอ
- ทำให้เกมเพรสซิ่งของเบอร์มิงแฮมในแดนบนมีพลังและต่อเนื่องจนวัตฟอร์ดขึ้นบอลยากขึ้นเรื่อย ๆ
-
การจัดการเกมช่วงนำ 2-1
เมื่อโดนมาอัมมายิงไล่ 2-1 เกมเริ่มแกว่ง แต่การเปลี่ยนตัวของเดวีส์ – ส่งอันเดอร์สัน, ไดก์ส, แซมป์สเตด ลงมา – ทำให้ทีมเปลี่ยนโหมดเป็น 4-5-1 แบบบีบพื้นที่แน่น แถมแนวรับยังเคลียร์บอลลูกครอสได้แทบทุกครั้ง เป็นสัญญาณว่าทีมเรียนรู้จากเกมก่อน ๆ ที่เคยเสียประตูช่วงท้ายได้ดีขึ้นแล้ว
วัตฟอร์ด: แพ้แต่ไม่ได้เละ – โดนลงโทษเพราะจังหวะสำคัญและฟอร์มเยือนที่น่าเป็นห่วง
-
เริ่มต้นเกมได้ดี แต่แผ่วเมื่อโดนเพรส
20–25 นาทีแรก วัตฟอร์ดสร้างโอกาสได้มากกว่าอย่างชัดเจน ผ่านการประสานงานของอินซ์, มาอัมมา, ดูมเบีย ใช้การสลับตำแหน่งและยิงไกลกดดันบีเดิ้ลได้เรื่อย ๆ แต่พอโดนเพรสแรงจากปัก ซึงโฮและดอยล์ แดนกลางเริ่มเสียบอลง่าย และท้ายสุดโดนแย่งแล้วถูกลงโทษเป็นประตู 1-0 ซึ่งเปลี่ยนจังหวะเกมทั้งหมด -
ความผิดพลาดปลีกย่อยในครึ่งแรก
ทั้งสองประตูที่เสียมาจากรายละเอียดเล็ก ๆ
-
- ประตูแรก: คิพริอานูเสียบอลในแดนอันตราย
- ประตูสอง: การยืนระยะห่างระหว่างแนวรับกับวิงแบ็กไม่ดี ปล่อยให้แสตนสฟิลด์มีเวลาหักบอลให้เกรย์เข้าไปเล่น 1v1 ง่ายเกินไป
ในระดับแชมเปี้ยนชิพ หากคุณให้พื้นที่แนวรุกคุณภาพแบบนี้ ผลลัพธ์มักลงโทษทันที และวัตฟอร์ดก็เจอสิ่งนั้นแบบเต็ม ๆ
-
การเปลี่ยนตัวแก้เกมมีผล แต่ยิงได้ลูกเดียว
การส่งชัคเวตัดเซ, เซเมโด้ และคาเยมเบลงมาช่วยเกมรุกทำให้วัตฟอร์ดดูสดขึ้นทันตา เห็นได้จากจังหวะประตู 2-1 ที่มาอัมมาสบจังหวะยิงและทีมมีพื้นที่เล่นมากขึ้น แต่หลังจากนั้นทีมกลับไม่สามารถ “เร่งดันต่อ” ให้ได้จังหวะบุกกดดันต่อเนื่องพอจะหาตีเสมอได้ ทำให้ลูกของมาอัมมากลายเป็นเพียงประตูปลุกความหวังชั่วครู่เท่านั้น -
ฟอร์มเกมเยือนยังเป็นปัญหาหลัก
ความพ่ายแพ้เกมนี้ทำให้วัตฟอร์ดยังรั้งอยู่กลาง–ล่างของตาราง แม้ผลงานในบ้านจะพอใช้ได้ แต่สถิติ “เก็บแต้มเกมเยือนได้ไม่กี่คะแนน” ทำให้ภาพรวมของฤดูกาลยังน่าห่วง หากทีมแก้จุดนี้ไม่ได้ การขึ้นไปลุ้นเพลย์ออฟจะยากมาก แม้คุณภาพตัวผู้เล่นจะดีพอในระดับหนึ่งก็ตาม
ผู้เล่นเด่นของเกม
- ปัก ซึงโฮ (เบอร์มิงแฮม ซิตี้)
ยิงประตูขึ้นนำสุดสวยจากการตัดบอล+ลากยิงเอง และคุมจังหวะกลางสนามได้ดีเยี่ยม ทั้งการเพรส, การเชื่อมบอลสั้น และการเปลี่ยนแกน ถือเป็น “ครบเครื่อง” ในวันสำคัญของทีม - เดมาไร เกรย์ (เบอร์มิงแฮม ซิตี้)
ประตู 2-0 คือตัวอย่างจังหวะเล่นแบบปีกระดับบน สปีดฉีกแนวรับ, ล็อกเข้าใน และปิดบัญชีแบบคนมั่นใจ ฟอร์มกำลังร้อนต่อเนื่องในฤดูกาลนี้และเป็นกำลังหลักในการไล่ล่าพื้นที่เพลย์ออฟของทีม - เจย์ แสตนสฟิลด์ (เบอร์มิงแฮม ซิตี้)
แม้ไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ด แต่ความขยัน ไล่วิ่งตลอดเกม และการเคลื่อนที่เปิดช่องให้เพื่อนคือหัวใจของแผนบุก เจ้าตัวเป็นคนแอสซิสต์ให้เกรย์ยิง และสร้างปัญหาให้คู่เซ็นเตอร์ของวัตฟอร์ดตลอดทั้งคืน ถูกสื่ออังกฤษยกให้เป็น “แมน ออฟ เดอะ แมตช์” ของเกมนี้หลายเจ้า - ออธมาน มาอัมมา (วัตฟอร์ด)
เป็นจุดสว่างที่สุดของเกมรุกทีมเยือน ทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลัง สร้างโอกาสได้หลายครั้งและท้ายที่สุดก็คว้าประตูแรกของตัวเองในเสื้อวัตฟอร์ดได้สำเร็จ ประตูไล่ 2-1 ทำให้เกมกลับมามีลุ้นและสะท้อนให้เห็นศักยภาพของเขาในฐานะตัวรุกที่อันตราย - เจมส์ บีเดิ้ล (เบอร์มิงแฮม ซิตี้)
เซฟสำคัญหลายครั้ง โดยเฉพาะลูกยิงของดูมเบียช่วงท้ายเกมที่อาจจะทำให้สกอร์เป็น 2-2 ได้ หากไม่ใช่ปฏิกิริยาและการยืนตำแหน่งที่ยอดเยี่ยมของเขา ถือเป็นอีกคนที่มีส่วนสำคัญให้ทีมเก็บสามแต้มเต็มในค่ำคืนนี้
สรุปสถานการณ์หลังเกม
-
เบอร์มิงแฮม ซิตี้
-
แข่ง 18 นัด ชนะ 8 เสมอ 4 แพ้ 6 มี 28 คะแนน ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 7 ของตาราง ห่างโซนเพลย์ออฟ (อันดับ 6) แค่ 1 คะแนน และเป็นการยืนยันว่า “ฟอร์มในบ้าน” คืออาวุธสำคัญในการลุ้นเลื่อนชั้นของพวกเขาในฤดูกาลนี้
-
-
วัตฟอร์ด
-
แข่ง 18 นัด ชนะ 6 เสมอ 6 แพ้ 6 มี 24 คะแนน รั้งอันดับ 15 ห่างเบอร์มิงแฮม 4 แต้ม และเป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกหลังจากไร้พ่ายในลีกมา 5 นัดติด ทำให้ทีมต้องกลับไปเคลียร์ปัญหาเรื่องฟอร์มเกมเยือนและความผิดพลาดในจังหวะสำคัญ หากยังอยากกลับมาลุ้นพื้นที่บนของตารางในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล
-






