BB3100
ฟูแล่ม - คริสตัล พาเลซ

เกอฮีโหม่งฝังท้ายเกม! พาเลซบุกเชือดฟูแล่ม 2-1 ทะยานขึ้นที่ 4 พรีเมียร์ลีก

เลือกหัวข้ออ่านทันที

ผลบอล ฟูแล่ม 1-2 คริสตัล พาเลซ ขึ้นท็อปโฟร์ พรีเมียร์ลีก 7 ธ.ค. 2025

คริสตัล พาเลซงัดความเก๋าเกมเยือน บุกชนะฟูแล่ม 2-1 ที่คราเวน ค็อทเทจ ในศึกพรีเมียร์ลีกคืนวันที่ 7 ธันวาคม 2025 เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ยิงนำให้ทีมเยือนนาที 20 ก่อนแฮร์รี่ วิลสันจะซัดทริเวลาสุดงามตีเสมอนาที 38 ฟูแล่มเคยคิดว่านำแล้วในช่วงต้นครึ่งหลังแต่ประตูของเอมิล สมิธ โรว์โดน VAR ยึดคืน จากจังหวะล้ำหน้าของซามูเอล ชุคเวเซ่ สุดท้ายมาร์ก เกอฮีกัปตันทีมพาเลซสวมบทฮีโร่ขึ้นโหม่งลูกเตะมุมของเยเรมี ปีโน นาที 87 พาทีมคว้าชัย และขึ้นไปยึดอันดับ 4 ของตาราง

ข้อมูลการแข่งขัน

  • รายการแข่งขัน: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 นัดที่ 15
  • วัน–เวลาแข่งขัน:
    • อาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2025 เวลา 16:30 น. ตามเวลาท้องถิ่นอังกฤษ
    • ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2025 เวลา 23:30 น. ตามเวลาประเทศไทย
  • สนาม: คราเวน ค็อทเทจ, ลอนดอน
  • ผู้ชมในสนาม: 27,283 คน
  • ผู้ตัดสิน: ซามูเอล แบร์รอตต์ (VAR: ดาร์เรน อังกฤษ)

ผลการแข่งขัน:
ฟูแล่ม 1–2 คริสตัล พาเลซ

ผู้ทำประตู

  • ฟูแล่ม

    • 1-1 แฮร์รี่ วิลสัน นาทีที่ 38

  • คริสตัล พาเลซ

    • 0-1 เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ นาทีที่ 20
    • 1-2 มาร์ก เกอฮี นาทีที่ 87

สถานการณ์ในตารางหลังจบเกม

  • ฟูแล่ม: แข่ง 15 นัด ชนะ 5 เสมอ 2 แพ้ 8 มี 17 คะแนน รั้งอันดับ 15 ห่างโซนตกชั้นเพียง 4 คะแนน และแพ้ไป 7 จาก 10 นัดลีกหลังสุดภายใต้การคุมทีมของมาร์โก ซิลวา
  • คริสตัล พาเลซ: แข่ง 15 นัด ชนะ 7 เสมอ 5 แพ้ 3 มี 26 คะแนน ทะยานขึ้นอันดับ 4 ของตาราง ยืนยันฟอร์มทีมลุ้นพื้นที่ยุโรปอย่างเต็มตัว โดยเฉพาะผลงานเกมเยือนที่เก็บแต้มได้สูงมากตั้งแต่โอลิเวอร์ กลาสเนอร์เข้ามาคุมทีม

รายชื่อผู้เล่นตัวจริง

ฟูแล่ม – ผู้จัดการทีม: มาร์โก ซิลวา

ระบบหลัก: 4-2-3-1 เล่นเกมรุกจากริมเส้น เน้นการประสานงานของ วิลสัน – สมิธ โรว์ – ชุคเวเซ่ หลังหอกเป้า

ผู้รักษาประตู

  • 1 แแบร์นด์ เลโน

กองหลัง

  • 2 เคนนี่ เตเต้ – แบ็กขวา เติมสูงและโยนจากด้านข้าง
  • 5 โยอาคิม อันเดอร์เซน – เซ็นเตอร์ฮาล์ฟขวา คุมเกมรับและออกบอลยาว
  • 3 คัลวิน บาสซีย์ – เซ็นเตอร์ฮาล์ฟซ้าย เข้าปะทะดุดัน
  • 21 ทิโมธี กาสตาญ – แบ็กซ้าย ช่วยทั้งเกมรับและสอดเติมในครึ่งหลัง

กองกลาง

  • 16 ซันเดอร์ แบร์เก้ – กลางรับ ช่วยดักเก็บบอลสอง
  • 17 อเล็กซ์ อิโวบี้ – กลางเชื่อมเกม มีส่วนสำคัญกับจังหวะตีเสมอและลูกโหม่งชนคานในจังหวะที่นำไปสู่ประตูถูกริบ

ตัวรุก

  • 8 แฮร์รี่ วิลสัน – ยืนด้านขวา แต่สลับเข้ากลางบ่อย ยิงประตูสุดสวยตีเสมอ
  • 32 เอมิล สมิธ โรว์ – หน้าต่ำ/กลางรุก ซัดประตูในจังหวะรีบาวด์ต้นครึ่งหลังแต่โดน VAR ยึดคืน
  • 19 ซามูเอล ชุคเวเซ่ – ปีกซ้ายสปีดจัด ตัวการสำคัญในจังหวะที่ถูกจับล้ำหน้าในช็อตประตูถูกริบ

กองหน้า

  • 7 ราอูล ฮิเมเนซ – กองหน้าตัวเป้า เชื่อมบอลหน้ากรอบและทำหนึ่งแอสซิสต์ให้วิลสันยิงตีเสมอ

ตัวสำรองที่ลงสนาม (ฟูแล่ม – ตามรายงานหลัก)

  • เควิน (de Macedo Kevin) – ลงมาเพิ่มมิติเกมรุก
  • ซาช่า ลูคิช
  • โจชัว คิง
  • ทอม แคร์นีย์, อดาม่า ตราโอเร่ ลงมาเติมความสดช่วงท้ายเกม

คริสตัล พาเลซ – ผู้จัดการทีม: โอลิเวอร์ กลาสเนอร์

ระบบหลัก: 3-4-2-1 / 4-2-3-1 ยืดหยุ่น ปรับเป็นบล็อกกลางลึกแล้วสวนกลับเร็ว

ผู้รักษาประตู

  • 1 ดีน เฮนเดอร์สัน – เซฟสำคัญหลายครั้งโดยเฉพาะลูกยิงของสมิธ โรว์ในครึ่งแรก และจังหวะบล็อกก่อน VAR ริบประตูในครึ่งหลัง

กองหลัง

  • 26 คริส ริชาร์ดส์ – เซ็นเตอร์/ฟูลแบ็กฝั่งขวา
  • 5 มักแซ็นซ์ ลากรัวซ์ – เซ็นเตอร์ตัวกลาง อ่านเกมรับลูกโด่งได้ดี
  • 6 มาร์ก เกอฮี (กัปตันทีม) – เซ็นเตอร์ฮาล์ฟซ้าย ดักจังหวะหลายครั้งและเป็นคนโหม่งประตูชัยนาที 87

วิงแบ็ก / ฟูลแบ็ก

  • 17 นาธาเนียล ไคลน์ – วิงแบ็กขวา มีจังหวะโดนชนในกรอบที่แฟนพาเลซร้องเอาจุดโทษแต่ผู้ตัดสินไม่ให้
  • 3 ไทริค มิตเชลล์ – วิงแบ็กซ้าย ซ้อนเกมรับได้เยี่ยม และเป็นส่วนหนึ่งของมูฟในประตูแรก

กองกลาง

  • 20 อดัม วอร์ตัน – กลางคุมเกม พาบอลจากแดนหลังขึ้นหน้า เป็นคนแทงให้เนเกเทียห์หลุดไปยิงประตูเปิดหัว
  • 18 ไดจิ คามาดะ – กลางบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ ช่วยเพรสและเชื่อมบอลแดนกลาง

แนวรุก

  • 10 เยเรมี ปีโน – ตัวรุกฝั่งขวา แอสซิสต์จากลูกเตะมุมให้เกอฮีโหม่งประตูชัย
  • 14 ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า – ยืนกึ่งหน้าต่ำ/หน้าเป้า เชื่อมเกมและคอยดึงตัวประกบ
  • 9 เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ – กองหน้าตัวจริงนัดแรกในลีกฤดูกาลนี้ และยิงประตูเบิกร่องให้ทีมตั้งแต่นาที 20

ตัวสำรองที่ลงสนาม (พาเลซ – ตามรายงานรวม)

  • คริซันตัส อูเช
  • เจฟเฟอร์สัน เลร์มา
  • เจย์ดี แคนวอต
  • จัสติน เดเวนนี
  • วิล ฮิวจ์ส, โรแม็ง เอสเซ, บอร์น่า โซซ่า ลงมาช่วยปิดเกมช่วงท้าย

สถิติสำคัญของเกม

จากสถิติอย่างเป็นทางการของเกมนี้:

  • การครองบอล:

    • ฟูแล่ม 62.7%
    • คริสตัล พาเลซ 37.3%
  • จำนวนยิงทั้งหมด:

    • ฟูแล่ม 12 ครั้ง
    • คริสตัล พาเลซ 11 ครั้ง
  • ยิงเข้ากรอบ:

    • ฟูแล่ม 4 ครั้ง
    • คริสตัล พาเลซ 5 ครั้ง
  • เตะมุม:
    • ฟูแล่ม 6 ครั้ง
    • คริสตัล พาเลซ 4 ครั้ง
  • ฟาวล์:

    • ฟูแล่ม 5 ครั้ง
    • คริสตัล พาเลซ 8 ครั้ง
  • ใบเหลือง: ทั้งสองทีมไม่มีผู้เล่นโดนใบเหลืองในเกมนี้

ตัวเลขสะท้อนภาพชัดเจน: ฟูแล่มครองบอลและคุมเกมส่วนใหญ่ แต่พาเลซเฉียบคมกว่าในพื้นที่สุดท้ายและลูกตั้งเตะ


ลำดับเหตุการณ์สำคัญ

ช่วงต้นเกม: ฟูแล่มดันสูง – พาเลซสวนคม

  • ฟูแล่มเริ่มเกมด้วยการดันไลน์สูง ใช้แบ็กทั้งสองข้างเติมเกมและเปิดบอลใส่จุดนัดพบของฮิเมเนซ เน้นลูกครอสและเซ็ตพีซในช่วง 15 นาทีแรก ทีมเจ้าบ้านได้เตะมุมและฟรีคิกหลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถสร้างโอกาสจะแจ้งใส่เฮนเดอร์สันได้

นาที 20 – 0-1 เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ยิงให้พาเลซนำก่อน

  • จังหวะนี้ถือเป็น “ซิกเนเจอร์มูฟ” ของกลาสเนอร์อย่างแท้จริง เริ่มจากเกอฮีจ่ายขึ้นมาที่วอร์ตันในแดนกลาง ก่อนวอร์ตันจะแทงบอลช่องเร็วเข้าไปกลางเขตโทษ
  • เอ็นเคเทียห์หลุดกับดักล้ำหน้า วิ่งเข้าไปในกรอบเขตโทษ แล้วซัดด้วยขวาเรียดเสียบเสาไกลผ่านมือเลโนอย่างเฉียบขาด เป็นประตูที่ 3 ของเขาในพรีเมียร์ลีกที่ยิงใส่ฟูแล่ม เทียบเท่าคู่แข่งที่เขายิงได้มากสุดในอาชีพลีกสูงสุด

หลังจากโดนนำ ฟูแล่มเริ่มยกระดับเกมรุกขึ้นมา

  • สมิธ โรว์ได้ลองยิงให้เฮนเดอร์สันต้องออกแรงเซฟ
  • วิลสันกับชุคเวเซ่สลับข้างกันเพื่อหาช่องใส่ระหว่างฟูลแบ็กกับเซ็นเตอร์ของพาเลซ

นาที 38 – 1-1 แฮร์รี่ วิลสันซัดทริเวลาสุดสวย

  • อเล็กซ์ อิโวบี้รับบอลแถวขอบเขตโทษแล้วไหลให้วิลสันบริเวณหัวกระโหลกเขตโทษ
  • วิลสันเล่นชิ่งวัน–ทู กับราอูล ฮิเมเนซ ก่อนบอลเด้งกลับมาที่เท้าซ้ายของวิลสันบริเวณมุมเขตโทษ
  • เขาตัดสินใจบรรจงปั่นด้วย “ทริเวลา” (หลังเท้าด้านนอก) บอลโค้งหนีมือเฮนเดอร์สันพุ่งเสียบมุมเสาไกลอย่างสวยงาม เป็นลูกที่สื่ออังกฤษหลายสำนักยกให้เข้าชิงประตูแห่งฤดูกาลของฟูแล่ม

จบครึ่งแรก: ฟูแล่ม 1-1 คริสตัล พาเลซ เกมเปิดแลกอย่างสูสี เจ้าบ้านครองบอลมากกว่า แต่โอกาสจะแจ้งใกล้เคียงกัน


ครึ่งหลัง: ดราม่า VAR – ประตูชัยจากลูกเตะมุม

ต้นครึ่งหลัง มาร์โก ซิลวาปรับจังหวะให้ทีมเร่งสปีดขึ้นในพื้นที่สุดท้าย

ต้นครึ่งหลัง – ฟูแล่ม “นำแต่ไม่ได้” ประตูของสมิธ โรว์โดน VAR ริบ

  • ฟูแล่มบุกต่อเนื่องจนได้จังหวะครอสจากฝั่งขวา อิโวบี้โฉบมาโหม่งบอลไปชนคาน
  • ลูกเด้งลงมาเข้าทางเอมิล สมิธ โรว์ ซ้ำจ่อ ๆ เข้าไป แฟนเจ้าบ้านเฮลั่นคิดว่าแซงนำ 2-1 แล้ว
  • อย่างไรก็ตาม VAR เข้ามาตรวจสอบแล้วพบว่าในจังหวะก่อนบอลถึงอิโวบี้ ซามูเอล ชุคเวเซ่ยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าและมีส่วนรบกวน ทำให้ผู้ตัดสินตัดสินใจ “ยึดประตูคืน” กลายเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ของเกมฝั่งฟูแล่มทันที

หลังรอดพ้นการโดนนำ พาเลซเริ่มขยับเกมสวนกลับได้ชัดขึ้น

  • มีจังหวะแฟนพาเลซร้องเอาจุดโทษ จากจังหวะที่นาธาเนียล ไคลน์โดนชนบริเวณเส้นเขตโทษฝั่งขวา แต่ผู้ตัดสินและ VAR ให้เล่นต่อ
  • กลาสเนอร์เสริมกลางรับและพลังงานในแดนกลาง ส่งเลร์มาและอูเชลงมา ทำให้ทีมเยือนยืนเกมรับแน่นขึ้นและรอจังหวะสวนกลับกับปีโน–เอ็นเคเทียห์

ฟูแล่มเองก็ไม่หยุด เร่งเกมใส่เต็มที่ในช่วง 20 นาทีสุดท้าย

  • ฮิเมเนซมีจังหวะได้โขกและยิงในกรอบเขตโทษแต่หลุดเสาไป รวมถึงจังหวะท้าย ๆ นาที 90+4 ที่เขามีโอกาสซัดจากมุมแคบแต่บอลออกข้างอย่างน่าเสียดาย

นาที 87 – 1-2 มาร์ก เกอฮีโหม่งฝังฟูแล่ม

  • พาเลซได้ลูกเตะมุมฝั่งซ้าย เยเรมี ปีโนรับหน้าที่เปิด
  • ปีโนโยนบอลโค้งเข้าจุดนัดพบระหว่างจุดโทษกับเส้น 6 หลาพอดี
  • มาร์ก เกอฮีกัปตันทีมสอดขึ้นมาโหม่งเต็ม ๆ บอลพุ่งทิ้งตัวเสียบมุมประตู เลโนหมดสิทธิ์เซฟ กลายเป็นประตู 2-1 ในช่วงท้ายเกม ส่งแฟนทีมเยือนฝั่งอัฒจันทร์แตกตื่นด้วยความดีใจ

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ฟูแล่มพยายามโยนยาว–บอมบ์เข้าไปลุ้นตีเสมอ

  • อันเดอร์เซนขึ้นมาโหม่งลุ้น ส่วนฮิเมเนซได้โอกาสยิงอีกครั้งแต่ยังไม่ตรงกรอบ
  • สุดท้ายพาเลซอาศัยเกมรับที่เป็นระบบและการเคลียร์บอลของคู่เซ็นเตอร์ เกอฮี–ลากรัวซ์ รักษาสกอร์ไว้ได้จนจบ

จบเกม: ฟูแล่ม 1-2 คริสตัล พาเลซ


บทวิเคราะห์บอลหลังเกม

ฟูแล่ม: ครองเกมได้ แต่ “โดนบทเรียนจากรายละเอียด”

  1. ครองบอล–สร้างโอกาสได้ แต่ขาดความเฉียบคม
    ฟูแล่มมีการครองบอลมากกว่าเกือบ 63% และยิงรวม 12 ครั้ง แต่เปลี่ยนเป็นประตูได้เพียงลูกเดียวจากวิลสัน แถมประตูที่สองยังถูก VAR ยึดคืน ทำให้ความได้เปรียบด้านรูปเกมไม่ถูกแปรเป็นคะแนนที่ต้องการ

  2. ดราม่า VAR ทำลายโมเมนตัม
    ช็อตที่สมิธ โรว์ซ้ำเข้าไปต้นครึ่งหลัง ถ้าได้ประตูขึ้นนำ 2-1 เกมจะไหลไปทางฟูแล่มอย่างมาก แต่การที่ VAR ชี้ว่าชุคเวเซ่ล้ำหน้าในจังหวะก่อนหน้า ทำให้โมเมนตัมเปลี่ยนกลับมาทางพาเลซ และเห็นได้ชัดว่าผู้เล่นเจ้าบ้านมีอาการเสียสมาธิอยู่พักหนึ่ง

  3. จุดตายเรื่องลูกตั้งเตะ–ลูกโด่งในกรอบ
    ฟูแล่มเสียประตูสุดท้ายจากลูกเตะมุมที่ไม่มีใครตามเกอฮีแบบประชิด ทั้งที่รู้ว่ากัปตันพาเลซเป็นตัวข่มเกมอากาศของคู่แข่ง จุดนี้สะท้อนปัญหาเดิมของฟูแล่มเรื่องการป้องกันเซ็ตพีซและลูกกลางอากาศที่ยังแก้ไม่ขาด

  4. ฟอร์มในลีกเริ่มน่าเป็นห่วง
    การแพ้ 7 จาก 10 นัดหลังสุดในลีก ทำให้ฟูแล่มเข้าใกล้โซนตกชั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ยังมี 17 คะแนนและห่างโซนแดง 4 แต้ม แต่แนวโน้มแบบนี้หากไม่รีบแก้ อาจกลายเป็นการหนีตกชั้นเต็มตัวช่วงหลังปีใหม่ได้ง่าย ๆ


คริสตัล พาเลซ: ทีมเยือนโคตรจัด – ชนะด้วยแท็กติกและความนิ่ง

  1. ทรงเกมเยือน “โคตรกลาสเนอร์”
    พาเลซไม่ได้มาครองบอล แต่เล่นตามแผนชัดเจน: บล็อกกลางลึก, รอจังหวะเปลี่ยนแกนเร็วและใช้คุณภาพของตัวรุกอย่างเนเกเทียห์–ปีโนเล่นงานคู่แข่ง ผลคือยิงได้ 2 ลูกจากโอกาสเข้ากรอบ 5 ครั้ง และเก็บชัยชนะเกมเยือนอีกนัดด้วยการครองบอลเพียง 37% เท่านั้น

  2. วอร์ตัน & ปีโน – สองคนนี้ทำเกมรุกทั้งเกม

    • วอร์ตันคุมจังหวะตรงกลางและเป็นคนใส่บอลคิลเลอร์พาสให้เอ็นเคเทียห์ยิงประตูแรก
    • ปีโนแม้ดูเงียบช่วงหนึ่ง แต่ก็เป็นคนเปิดเตะมุมให้เกอฮีโหม่งประตูชัย แสดงให้เห็นว่าคุณภาพลูกเซ็ตพีซของเขาสำคัญกับทีมมากแค่ไหน
  1. เกอฮี – กัปตันทีมระดับท็อปโฟร์
    นอกจากจะเล่นเกมรับแน่นอน เก็บบางจังหวะหนึ่งต่อหนึ่งได้หมด เกอฮียังขึ้นไปทำประตูชัยอีกด้วย สถิติชี้ว่าประตูนี้เป็นหนึ่งในประตูชัยท้ายเกมที่สำคัญที่สุดของพาเลซในรอบหลายปี และยังยืนยันสถานะเขาในฐานะกองหลังระดับแถวหน้าของลีกอีกครั้ง

  2. ความต่อเนื่องของโปรเจ็กต์กลาสเนอร์
    ตั้งแต่กลาสเนอร์เข้ามาคุมทีม พาเลซเก็บแต้มเกมเยือนได้มากเป็นอันดับต้น ๆ ของพรีเมียร์ลีก และชัยชนะนัดนี้ที่คราเวน ค็อทเทจ ก็เป็นชัยเกมเยือนนัดที่ 8 ในปี 2025 ที่ทีมชนะทั้งที่ครองบอลน้อยกว่า 40% แสดงให้เห็นว่ารูปแบบการเล่นนี้ไม่ได้เป็นแค่ “ฟลุค” แต่เป็นแท็กติกที่ทีมเชี่ยวชาญจริง ๆ


ผู้เล่นเด่นของเกม

  • มาร์ก เกอฮี (คริสตัล พาเลซ)
    กัปตันทีมทำผลงานครบเครื่อง ทั้งสกัดลูกกลางอากาศ, อ่านเกมรับลูกครอสของฟูแล่ม และสุดท้ายโหม่งประตูชัยนาที 87 พาทีมคว้าสามแต้มสำคัญ – หลายสำนักยกให้เป็น “แมน ออฟ เดอะ แมตช์” อย่างไร้ข้อกังขา

  • แฮร์รี่ วิลสัน (ฟูแล่ม)
    ยิงประตูตีเสมอแบบสุดสวยด้วยทริเวลาจากนอกกรอบ และเป็นตัวสร้างสรรค์เกมบุกฝั่งขวาของฟูแล่มตลอดทั้งเกม ฟอร์มส่วนตัวโดดเด่น แม้ผลลัพธ์ทีมจะแพ้ก็ตาม

  • อดัม วอร์ตัน (คริสตัล พาเลซ)
    คุมจังหวะกลางสนามเนียนกริบ รับ–ส่งบอลจากแนวรับไปแนวรุกอย่างมีประสิทธิภาพ แอสซิสต์ลูกเปิดช่องให้เอ็นเคเทียห์ยิงประตูนำ และช่วยดร็อปลงปิดพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษในช่วงทีมเล่นเกมรับ

  • ดีน เฮนเดอร์สัน (คริสตัล พาเลซ)
    แม้จะโดนหนึ่งลูกแบบสุดสวยที่ยากจะเซฟ แต่ตลอดทั้งเกมเขามีช็อตป้องกันสำคัญหลายครั้ง โดยเฉพาะลูกยิงของสมิธ โรว์และจังหวะชุลมุนช่วงท้าย ช่วยให้พาเลซอยู่ในเกมจนได้ประตูชัย


สรุปภาพรวมหลังเกม

  • ฟูแล่ม

    • รูปเกมไม่ได้แย่ ครองบอลและสร้างโอกาสได้ดี มีทั้งประตูสวยของวิลสันและลูกที่โดน VAR ริบ
    • แต่จุดอ่อนเรื่องการป้องกันเซ็ตพีซและจังหวะสำคัญยังแก้ไม่หาย ทำให้หลุดแพ้คาบ้านอีกครั้ง
    • ฟอร์มระยะสั้นแพ้ 7 จาก 10 นัดลีกหลังสุด กดดันมาร์โก ซิลวามากขึ้นเรื่อย ๆ และทีมเริ่มเข้าใกล้โซนตกชั้นทีละนิด
  • คริสตัล พาเลซ

    • ชนะด้วย “ความนิ่ง” และแท็กติกที่ชัดเจน แม้จะไม่ได้ครองบอล แต่ใช้ประโยชน์จากโอกาสที่มีได้เต็มที่
    • เกอฮี, วอร์ตัน และปีโน คือแกนสำคัญในชัยชนะครั้งนี้
    • การขึ้นไปอยู่อันดับ 4 หลังผ่าน 15 นัด ยืนยันว่าพาเลซของกลาสเนอร์ไม่ใช่แค่ทีมกลางตารางอีกต่อไป แต่เป็นหนึ่งในทีมที่ต้องจับตาในเส้นทางลุ้นพื้นที่ยุโรปอย่างจริงจัง

สมัครสมาชิก BB3100 เพื่อติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ เว็บพนันออนไลน์ คาสิโน พนันฟุตบอล หวย สล็อต พร้อมให้บริการเกี่ยวกับ ข่าวสารกีฬา สรุปผลฟุตบอล และความบันเทิงอีกมากมาย

Share the Post: