ผลบอล ไบรท์ตัน 1-1 เวสต์แฮม รัตเตอร์ซัดทดเจ็บ 90+1 กู้แต้มท้ายเกม พรีเมียร์ลีก 7 ธ.ค. 2025
ไบรท์ตันเกือบเสียท่าโดนเวสต์แฮมบุกมาช็อกคาเอเม็กซ์ สเตเดี้ยม หลังจาร์ร็อด โบเวนยิงขึ้นนำให้ทีมเยือนนาทีที่ 73 จากจังหวะสวนกลับสุดคม ก่อนที่เกมจะเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บโดยที่เจ้าถิ่นยังไม่เคยยิงเข้ากรอบเลย แต่แล้วนาที 90+1 จอร์จินโญ่ รัตเตอร์ก็สวมบทฮีโร่ ซัดประตูตีเสมอในจังหวะชุลมุนหน้าประตู บอลแฉลบแล้วซ้ำดาบสองเข้าไป ท่ามกลางเสียงโวยของเวสต์แฮมที่มองว่ามีแฮนด์บอล ทว่าผู้ตัดสินและ VAR ยืนยันให้เป็นประตู ทำให้จบเกมเสมอ 1-1 ไบรท์ตันเก็บเพิ่มเป็น 23 แต้มขึ้นอันดับ 7 ส่วนเวสต์แฮมยังติดหล่มโซนตกชั้น
ข้อมูลการแข่งขัน
- รายการแข่งขัน: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 นัดที่ 15
- วัน–เวลาแข่งขัน:
- วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2025 เวลา 14:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นอังกฤษ
- ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2025 เวลา 21:00 น. ตามเวลาประเทศไทย
- สนาม: เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม, เมืองไบรท์ตัน
- ผู้ตัดสินหลัก: (ตามรายงานอย่างเป็นทางการในอังกฤษ ประจำเกมนี้)
ผลการแข่งขัน:
ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 1-1 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
ผู้ทำประตู
-
ไบรท์ตัน
-
1-1 จอร์จินโญ่ รัตเตอร์ นาทีที่ 90+1
-
-
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
-
0-1 จาร์ร็อด โบเวน นาทีที่ 73
-
สถานการณ์ในตารางหลังจบเกม
- ไบรท์ตัน: แข่ง 15 นัด ชนะ 6 เสมอ 5 แพ้ 4 มี 23 คะแนน ขึ้นมาอยู่อันดับ 7 ของตาราง และเป็นแต้มที่ 11 ที่ทีมเก็บได้จากสถานการณ์ตามหลังในฤดูกาลนี้
- เวสต์แฮม ยูไนเต็ด: แข่ง 15 นัด ชนะ 3 เสมอ 4 แพ้ 8 มี 13 คะแนน อยู่อันดับ 18 ในโซนตกชั้น ห่างโซนปลอดภัย 2 แต้ม พลาดโอกาสหลุดจากสามอันดับท้ายตารางแบบน่าเสียดาย
รายชื่อผู้เล่นตัวจริง
ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน – ผู้จัดการทีม: ฟาเบียน เฮิร์เซเลอร์
ระบบหลัก: 4-2-3-1 / 4-3-3 เน้นครองบอลและขึ้นเกมเร็วทางปีก
ผู้รักษาประตู
-
1 บาร์ต แฟร์บรูกเกน
กองหลัง
- 24 แฟร์ดี้ คาไดโอกลู – แบ็กขวา เติมเกมสูง ได้ใบเหลืองต้นเกม
- 6 ยาน-พอล ฟาน เฮ็คเก้ – เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ
- 5 ลูอิส ดังก์ – เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ กัปตันทีม คอยคุมแนวรับ
- 29 ฮูโก้ คูย์เพิร์ส – แบ็กซ้าย
กองกลาง
- 27 มัตส์ วีเฟอร์ – กองกลางตัวรับ จ่ายบอลจากแนวลึก
- 17 การ์ลอส บาเลบา – มิดฟิลด์พลังหนุ่ม ช่วยไล่เพรส
- 25 มิเกล อามาริญโญ่ (Amarilla) – กลางเชื่อมเกมระหว่างกลาง–หน้า
แนวรุก
- 11 ยานก์ มินเตห์ – ตัวรุกริมเส้น ความเร็วจัด
- 18 แดนนี่ เวลเบ็ค – เคลื่อนที่ลงต่ำเชื่อมเกม เป็นกองหน้าตัวหลอกในหลายจังหวะ
- 10 จอร์จินโญ่ รัตเตอร์ – ยืนกึ่งหน้าต่ำ/ปีกซ้าย ก่อนขยับไปยืนหน้าเป้าช่วงท้าย และยิงประตูตีเสมอ
ตัวสำรองที่ลงสนาม (ไบรท์ตัน)
- 13 แจ็ค ฮินส์เชิลวูด (ลง น.60)
- 8 เมาริซิโอ กรูด้า (ลง น.72)
- 19 ชาราลัมบอส คอสตูลาส์ (ลง น.72 – มีจังหวะชูเท้าสูงใส่กองหลังเวสต์แฮมจนฝั่งทีมเยือนโวยเรื่องอันตราย)
- 21 ทิม โบสคาญี่ (ลง น.83)
ตัวสำรองไม่ได้ลง: 23 เจสัน สตีล, 34 โยเอล เฟลท์มัน, 42 คาเยตาโน่ ค็อปโปลา, 49 ไนท์, 58 โอริโอล่า
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด – ผู้จัดการทีม: นูโน่ เอสปิริโต ซานโต
ระบบหลัก: 3-4-2-1 / 5-4-1 ตั้งรับลึกแล้วสวนกลับเร็ว
ผู้รักษาประตู
-
23 อัลฟงส์ อาเรโอล่า – เกมนี้ฟอร์มเด่น เซฟหลายครั้ง โดยเฉพาะลูกโหม่ง/จังหวะชุลมุนช่วงท้ายก่อนโดนตีเสมอ
กองหลัง
- 3 แม็กซ์ คิลแมน – เซ็นเตอร์ฮาล์ฟซ้าย
- 15 คอนสแตนตินอส มาฟโรปาโนส – เซ็นเตอร์ฮาล์ฟกลาง มีโอกาสโหม่งลุ้นประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาที 90+8 แต่หลุดเสานิดเดียว
- 25 ฌอง-แคลร์ โตดิโบ – เซ็นเตอร์ฮาล์ฟขวา
วิงแบ็ก/ฟูลแบ็ก
- 29 อารอน วาน-บิสซาก้า – วิงแบ็กขวา เน้นเกมรับ
- 12 ยุสเซฟ ดิยุฟ – วิงแบ็กซ้าย เติมสูงเฉพาะจังหวะสวนกลับ
กองกลาง
- 24 เฟรดดี้ โรดริเกซ – กลางเชิงรับ
- 18 บรูโน่ แฟร์นันเดส (ตัวใหม่ของเวสต์แฮมในฤดูกาลนี้) – ช่วยสร้างสรรค์เกมรุกระหว่างกลางกับแนวหน้า
แนวรุก
- 7 ครีเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ – ตัวรุกริมเส้น หุบเข้าในป่วนแนวรับไบรท์ตัน
- 10 ลูคัส (ตัวรุกตัวต่ำ เล่นระหว่างไลน์)
- 20 จาร์ร็อด โบเวน – กัปตันทีม, กองหน้าตัวหลัก ยิงประตูให้ทีมออกนำ 1-0 นาที 73
ตัวสำรองที่ลงสนาม (เวสต์แฮม)
- 9 คัลลัม วิลสัน (ลง น.72 – แอสซิสต์ให้โบเวนยิง 0-1)
- 28 โทมัส ซูเช็ค (ลง น.82)
- 32 บ็อตส์ (ลง น.77)
- 27 มากัสซ่า (ลง น.83)
- 63 เมเยอร์ส (ลง น.83)
ตัวสำรองไม่ได้ลง: 1 เฮอร์มันเซ่น, 2 ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส, 11 นิคลาส ฟึลล์ครูก์, 39 เออร์วิ่ง
สถิติสำคัญของเกม
อ้างอิงจากข้อมูลการแข่งขันเต็มเวลา
-
การครองบอล:
- ไบรท์ตัน 68%
- เวสต์แฮม 32%
-
จำนวนยิงทั้งหมด:
- ไบรท์ตัน 15 ครั้ง (ประมาณ, จากภาพรวมสถิติรวมครึ่งหลัง)
- เวสต์แฮม 9–10 ครั้ง
-
ยิงเข้ากรอบ:
- ไบรท์ตัน 2 ครั้ง (มาจังหวะท้ายเกมแทบทั้งหมด)
- เวสต์แฮม 4 ครั้ง
-
เตะมุม:
- ไบรท์ตัน 10 ครั้ง
- เวสต์แฮม 6 ครั้ง
-
ใบเหลือง:
- ไบรท์ตัน 2 ใบ (คาไดโอกลู + อีก 1 คนในแดนกลาง)
- เวสต์แฮม 2 ใบ
-
เซฟ:
- แฟร์บรูกเกน 3–4 เซฟ รวมถึงจังหวะเซฟลูกยิงเด้งแฉลบของโบเวนและตามด้วยลูกเหินตีลังกาของซัมเมอร์วิลล์ช่วงทดเวลา
- อาเรโอล่า 3 เซฟสำคัญ โดยเฉพาะจากลูกโขก/ยิงจ่อ ๆ ก่อนถูกซ้ำดาบสองในประตูตีเสมอ
ตัวเลขบอกชัดว่า ไบรท์ตันครองบอล–บุกต่อเนื่อง แต่ความคมในพื้นที่สุดท้ายมีน้อยมาก ขณะที่เวสต์แฮมเล่นโคตรแท็กติก ตั้งรับลึกแล้วออกบอลทีเดียวถึงแดนหน้าและเกือบคว้าชัยได้สำเร็จ
ลำดับเหตุการณ์สำคัญ
ครึ่งแรก: เวสต์แฮมวางบล็อกต่ำ ปิดทุกช่องยิง ไบรท์ตันตันไอเดีย
- ไบรท์ตันครองบอลเหนือกว่าอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นเกม พยายามขึ้นเกมจากแนวรับผ่านวีเฟอร์–บาเลบา แล้วออกปีกไปให้มินเตห์กับรัตเตอร์ แต่บล็อกต่ำของเวสต์แฮมที่วางแผงหลัง 5 คนแน่นมาก ทำให้โอกาสยิงใส่อาเรโอล่าแทบไม่มีเลยใน 45 นาทีแรก
- เวสต์แฮมเน้นสวนกลับเป็นหลัก ใช้ความเร็วของซัมเมอร์วิลล์กับโบเวนวิ่งไล่จังหวะฝากบอลจากลูคัสและแฟร์นันเดส มีจังหวะได้ลุ้นจากลูกโหม่งของมาฟโรปาโนสจากลูกเตะมุมช่วงท้ายครึ่งแรก แต่บอลหลุดกรอบไปนิดเดียว
จบครึ่งแรก: ไบรท์ตัน 0-0 เวสต์แฮม – สถิติชี้ว่าไบรท์ตันยังไม่มี “ยิงเข้ากรอบ” แม้ครองบอลมากกว่าอย่างชัดเจน
ครึ่งหลัง: โบเวนแท็กเกิล–ยิงนำ 0-1 แต่รัตเตอร์กู้หน้าในช่วงทดเจ็บ
ฟาเบียน เฮิร์เซเลอร์พยายามปรับเกมให้ไบรท์ตันเล่นเร็วขึ้นในพื้นที่สุดท้าย มีการเปลี่ยนตัวเสริมเกมรุกอย่างฮินส์เชิลวูดและกรูด้าลงมาเพิ่มไอเดีย แต่ก็ยังติดบล็อกเวสต์แฮมอยู่พักใหญ่
นาที 73 – 0-1 เวสต์แฮมขึ้นนำจากจาร์ร็อด โบเวน
- จังหวะนี้เริ่มจากลูกโหม่งเคลียร์พลาดของยาน-พอล ฟาน เฮ็คเก้ ทำให้บอลตกไปเข้าทางคัลลัม วิลสันที่เพิ่งลงมาเป็นตัวสำรองได้ไม่นาน
- วิลสันพาบอลสวนกลับแล้วแทงทะลุช่องไปให้โบเวนวิ่งแข่งกับคาไดโอกลูไปทางกรอบเขตโทษด้านขวา
- โบเวนเหมือนเสียจังหวะเพราะมุมแคบ แต่เจ้าตัวตัดสินใจ “สไลด์แท็กเกิลเล่นบอล” แย่งจากคาไดโอกลู แล้วในจังหวะเดียวกันบอลถูกเขี่ยผ่านแฟร์บรูกเกนเรียดไปเสียบเสาไกล เป็นประตูสุดแปลกที่สื่ออังกฤษบอกว่าเหมือน “ยิงด้วยแท็กเกิล” มากกว่าการง้างเท้าซัดปกติ
หลังโดนนำ 0-1 ไบรท์ตันจึงต้องเร่งเครื่องเต็มที่
- ทันทีหลังเขี่ยเริ่มเกม ไบรท์ตันเกือบตีเสมอได้เลยจากจังหวะที่รัตเตอร์เปิดบอลแรงไปชนตัวแม็กซ์ คิลแมนแล้วลอยจะเสียบคาน แต่อาเรโอล่าถอยไปปัดชนคานออกหลังแบบหวุดหวิด
- เวสต์แฮมถอยลงไปตั้งบล็อกลึกกว่าเดิม หวังอุดสกอร์ 1-0 ให้ได้จนจบเกม ขณะที่นูโน่สั่งปรับเปลี่ยนโดยส่งซูเช็คและตัวรับเพิ่มเพื่อเก็บแต้มสำคัญหนีตกชั้น
เกมเดินทางจนเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เวสต์แฮมยังคงนำ 1-0 และไบรท์ตันเพิ่งจะมี “ยิงเข้ากรอบจริง ๆ” ในช่วงท้ายเท่านั้น
นาที 90+1 – 1-1 จอร์จินโญ่ รัตเตอร์ยิงกู้หน้าให้ไบรท์ตัน
จากหลายสำนักข่าวอธิบายจังหวะนี้คล้ายกันว่าเป็น “ช็อตชุลมุนในกรอบ 6 หลา” ของเวสต์แฮม
- ไบรท์ตันบุกกดดันต่อเนื่อง บอลถูกเปิดเข้าเขตโทษด้านขวา เกิดการสกัดไม่ขาดของแนวรับเวสต์แฮม
- บอลหลุดมาแถว ๆ เส้นเขตโทษเล็ก รัตเตอร์วิ่งเข้ามายิงจังหวะแรกไปติดบล็อก/ติดเซฟอาเรโอล่า
- ลูกเด้งกลับมาเข้าทางเขาอีกครั้งในระยะเผาขน คราวนี้ซัดซ้ำผ่านอาเรโอล่าเข้าไป เป็นประตูตีเสมอ 1-1 นาที 90+1
- ฝั่งเวสต์แฮมประท้วงหนักว่ามีจังหวะบอลโดนแขนรัตเตอร์ก่อนยิง ทว่า VAR ตรวจสอบแล้วให้เล่นต่อ และยืนยันประตูขึ้นสกอร์บอร์ดตามเดิม เพราะมองว่าไม่มีแฮนด์บอลแบบเจตนาหรือได้เปรียบโดยตรงเกินไปในจังหวะนั้น
นาที 90+8 – เวสต์แฮมเกือบชนะอยู่ดี
-
ในช่วงท้ายสุด เวสต์แฮมได้เตะมุมอีกครั้ง บอลเปิดมาให้มาฟโรปาโนสได้โหม่งระยะเผาขน แต่บอลหลุดเสาไปอย่างเหลือเชื่อ พลาดโอกาสทองที่จะเอาคืนประตูทดเจ็บของรัตเตอร์
จบเกม: ไบรท์ตัน 1-1 เวสต์แฮม – ทีมเยือนพลาดชัยชนะแบบเฉียดฉิว ส่วนเจ้าถิ่นรอดตายจากการไม่แพ้คาบ้านในช่วงวินาทีสุดท้ายอีกครั้ง
บทวิเคราะห์บอลหลังเกม
ไบรท์ตัน: เล่นไม่ดีแต่ไม่ยอมตาย – “ทีมสายท้ายเกม” ตัวจริง
-
ครองเกมแต่ไอเดียน้อย – เฮิร์เซเลอร์ยอมรับทีม “ช้าและขาดความดุดัน”
หลังเกมกุนซือฟาเบียน เฮิร์เซเลอร์ยอมรับตรง ๆ ว่าทีมของเขาเริ่มเกมด้วยความเข้มข้นไม่พอ ขาดสปีดในการหมุนบอลและหาพื้นที่ว่าง ทำให้มะรุมมะตุ้มอยู่หน้าบล็อก 5 คนของเวสต์แฮมโดยแทบไม่ทะลุช่องได้เลยในสองในสามของเก -
“ดีเอ็นเอประตูท้ายเกม” ยังอยู่ครบ
แม้จะเล่นต่ำกว่ามาตรฐาน แต่สถิติชี้ว่าไบรท์ตันเก็บได้ถึง 11 แต้มจากสถานการณ์ตามหลังในฤดูกาลนี้ และลูกตีเสมอของรัตเตอร์นาที 90+1 ก็ยืนยันภาพเดิมว่าทีมนี้ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ โดยเฉพาะเมื่อเล่นในเอเม็กซ์ สเตเดี้ยม -
รัตเตอร์ปลดล็อก – จากดาวเตะฟอร์มแกว่งสู่ฮีโร่เกมใหญ่
ประตูนี้เป็นลูกแรกของรัตเตอร์ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ สื่ออังกฤษบางเจ้ามองว่านี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนให้เจ้าตัวกลับมามั่นใจมากขึ้น หลังโดนวิจารณ์เรื่องการตัดสินใจและจังหวะจบสกอร์มาตลอดช่วงต้นซีซัน -
จุดที่ต้องแก้ – ความคมและการเจาะบล็อกต่ำ
แม้จะเก็บแต้มได้ แต่เกมนี้เปิดให้เห็นชัดว่าเมื่อเจอคู่แข่งตั้งรับลึกแบบเวสต์แฮม ไบรท์ตันยังหาวิธีเจาะพื้นที่สุดท้ายได้ค่อนข้างจำกัด การเติมของฟูลแบ็กและการสลับตำแหน่งแนวรุกยังไม่พอ ต้องเพิ่มรูปแบบการเข้าทำที่หลากหลายกว่านี้ หากหวังไปลุ้นโควตายุโรปแบบจริงจัง
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด: แผนเกมรับ–สวนกลับทำงานเกือบสมบูรณ์ แต่VAR+สมาธิท้ายเกมพังหมด
-
แท็กติกของนูโน่ “ถูกหมด” ยกเว้นผลลัพธ์
นูโน่ เอสปิริโต ซานโตวางทีมมาแบบชัดเจน: บล็อกต่ำ 5-4-1 ปิดช่องระหว่างเส้น แล้วให้โบเวน–ซัมเมอร์วิลล์คอยรอจังหวะสวนกลับ และตลอด 70 กว่านาที แผนนี้ทำงานอย่างเนียน ไบรท์ตันแทบไม่มีโอกาสยิงเข้าเป้า แต่แค่จังหวะเดียวที่ฟาน เฮ็คเก้พลาด เวสต์แฮมก็ลงโทษได้ทันทีโดยโบเวน -
โบเวน: กัปตันที่เล่นทั้งเกมรุก–เกมรับ
ลูกยิง 0-1 เป็นตัวอย่างคลาสสิกของนักเตะที่ไม่ยอมปล่อยบอลตายง่าย ๆ การสไลด์แท็กเกิลชนะคาไดโอกลูแล้วส่งบอลเรียดเสียบเสาไกลในจังหวะเดียวกันถูกยกให้เป็นหนึ่งในประตูแห่งสัปดาห์ของพรีเมียร์ลีก ทว่าความยอดเยี่ยมของเขากลับไม่ถูกพูดถึงมากนักเพราะทีมดันมาเสียประตูท้ายเกมจนไม่ได้สามแต้มเต็ม -
ดราม่า VAR และความหงุดหงิดของนูโน่
หลังเกม นูโน่ออกมาให้สัมภาษณ์เชิงไม่พอใจอย่างมากกับการตัดสินให้ประตูตีเสมอของรัตเตอร์ โดยชี้ว่ามีจังหวะบอลโดนแขนและก่อนหน้าก็มีจังหวะคอสตูลาเตะสูงใส่ผู้เล่นเวสต์แฮมที่น่าจะโดนลงโทษรุนแรงกว่านี้ แต่ VAR กลับปล่อย ทั้งหมดนี้ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของกุนซือและแฟนเวสต์แฮมว่าทีม “โดนปล้นชัย” อีกครั้งหนึ่งของฤดูกาล -
ปัญหาซ้ำซาก: ปิดเกมไม่ได้ และลูกนิ่ง/ลูกครอสช่วงท้าย
ประตูตีเสมอ 1-1 ก็มาจากการเคลียร์บอลลูกรองไม่ขาดในกรอบ 6 หลา ซึ่งซีซันนี้เวสต์แฮมเสียประตูจากจังหวะคล้ายกันหลายครั้งแล้ว สะท้อนว่าทีมยังขาดผู้นำในแนวรับที่จะจัดการพื้นที่อันตรายช่วงท้ายเกมให้เกลี้ยงเกลา -
ผลลัพธ์หนักต่อการหนีตกชั้น
ถ้าเวสต์แฮมชนะเกมนี้จะกระโดดพ้นโซนแดงแบบมีความมั่นใจเต็มถัง แต่การมาโดนตีเสมอ 90+1 ทำให้พวกเขายังอยู่ที่อันดับ 18 มี 13 แต้ม และตามหลังโซนปลอดภัย 2 คะแนนต่อไป ความรู้สึก “เกือบชนะแล้วแต่ไม่ได้” มีผลด้านสภาพจิตใจมากพอสมควรกับทีมที่กำลังหนีตกชั้น
ผู้เล่นเด่นของเกม
-
จอร์จินโญ่ รัตเตอร์ (ไบรท์ตัน)
แม้ทั้งเกมจะจับบอลพลาดและตัดสินใจไม่คมหลายครั้ง แต่สุดท้ายยิงประตูตีเสมอนาที 90+1 จากจังหวะซ้ำดาบสองในเขตโทษ ช่วยให้ทีมเก็บแต้มสำคัญในบ้าน และปลดล็อกประตูแรกของตัวเองในลีกฤดูกาลนี้ -
จาร์ร็อด โบเวน (เวสต์แฮม)
แบกเกมรุกของทีมไว้แทบทั้งเกม ประตู 0-1 ของเขาเป็นจังหวะที่ผสมทั้งความขยัน การอ่านเกม และเทคนิคเข้าด้วยกัน ถือเป็นลูกยิงที่สะท้อนความเป็นผู้นำในสถานการณ์กดดันได้ดีมาก -
อัลฟงส์ อาเรโอล่า (เวสต์แฮม)
ถ้าไม่มีอาเรโอล่า เวสต์แฮมอาจเสียประตูตั้งแต่ก่อนนาที 90 ทั้งจังหวะปัดบอลที่ลอยไปจะเสียบคานหลังแฉลบคิลแมน และช็อตเซฟจังหวะแรกก่อนโดนรัตเตอร์ซ้ำ ยังทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมแม้สุดท้ายจะโดนตีเสมออยู่ดี -
บาร์ต แฟร์บรูกเกน (ไบรท์ตัน)
แม้จะเสียประตูจากจังหวะที่เพื่อนพลาด แต่ตลอดทั้งเกมมีจังหวะเซฟสำคัญ โดยเฉพาะช่วงทดเวลาที่ต้องเซฟสองจังหวะติดจากลูกยิงแฉลบของโบเวนและตามด้วยลูกตีลังกาของซัมเมอร์วิลล์ ช่วยไม่ให้ทีมโดนยิงเพิ่ม
สรุปภาพรวมหลังเกม
-
ไบรท์ตัน
- ผลงานโดยรวมของเกมนี้ไม่โดดเด่น แต่ทีมยังแสดงให้เห็น DNA เดิมคือ “ไม่ยอมแพ้” และมักมีอะไรเกิดขึ้นช่วงท้ายเกม
- การเก็บแต้มจากสถานการณ์ตามหลังได้เรื่อย ๆ ทำให้ทีมยืนอยู่ในกลุ่มลุ้นโควตาไปเล่นฟุตบอลยุโรปอย่างจริงจัง แม้ฟอร์มการเล่นนัดนี้จะโดนวิจารณ์ว่าเชื่องช้าก็ตาม
-
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
- แผนเกมรับ–สวนกลับของนูโน่ทำงานอย่างยอดเยี่ยม 70 กว่านาที และโบเวนก็ทำหน้าที่ตัวจบสกอร์ได้สมบูรณ์แบบ
- อย่างไรก็ดี การเสียประตูจากจังหวะลูกรองในช่วงทดเวลาบาดเจ็บและดราม่า VAR ทำให้ทีมพลาดสามแต้มที่อาจเปลี่ยนหน้าตาตารางคะแนนได้
- ถ้าอยากรอดตกชั้นให้ได้เร็ว ๆ เวสต์แฮมต้อง “ปิดเกม” ให้เป็นในช่วง 10 นาทีสุดท้าย และลดความผิดพลาดในพื้นที่หน้าประตูตัวเองลงให้มากที่สุด






