วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-4 แมนฯ ยูไนเต็ด ผีแดงบุกยำขึ้นที่ 6 พรีเมียร์ลีก 8 ธ.ค. 2025
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของรูเบน อาโมริมบุกถล่มวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 4-1 ที่โมลินิวซ์ ในศึกพรีเมียร์ลีกคืนวันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม 2025 (ตรงกับเช้ามืด 9 ธ.ค. เวลาไทย 03:00) บรูโน่ แฟร์นันด์สเหมา 2 ประตู บวกกับสกอร์ของไบรอัน เอ็มเบวโม่ และเมสัน เมาท์ แม้เจ้าถิ่นจะตีเสมอได้ช่วงทดเจ็บครึ่งแรกจากฌอง-ริคเนอร์ เบลเลการ์ด ซึ่งเป็นประตูแรกในลีกของวูล์ฟส์รอบกว่า 540 นาที แต่ก็ต้านความดุดันของทีมเยือนไม่ไหว ท่ามกลางบรรยากาศประท้วงเจ้าของสโมสร และเสียงโห่ของแฟนเจ้าบ้านเต็มสนาม
ข้อมูลการแข่งขัน
- รายการแข่งขัน: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 นัดที่ 15
- วัน–เวลาแข่งขัน:
- วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม 2025 เวลา 20:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นอังกฤษ
- ตรงกับวันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2025 เวลา 03:00 น. ตามเวลาประเทศไทย
- สนาม: โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม, เมืองวูล์ฟแฮมป์ตัน
- ผู้ชมในสนาม: ประมาณ 30,338 คน (บรรยากาศมีการประท้วงและบอยคอตต์ช่วงต้นเกม)
- ผู้ตัดสิน: ไมเคิล ซอลส์บิวรี่, VAR: สจวร์ต แอตต์เวลล์
ผลการแข่งขัน:
วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 1-4 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้ทำประตู
-
วูล์ฟแฮมป์ตัน
-
1-1 ฌอง-ริคเนอร์ เบลเลการ์ด นาที 45+2
-
- แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
- 0-1 บรูโน่ แฟร์นันด์ส นาที 25
- 1-2 ไบรอัน เอ็มเบวโม่ นาที 51
- 1-3 เมสัน เมาท์ นาที 62
- 1-4 บรูโน่ แฟร์นันด์ส (จุดโทษ) นาที 82
สถานการณ์ในตารางคะแนน
- วูล์ฟแฮมป์ตัน: แข่ง 15 นัด เสมอ 2 แพ้ 13 ยังไม่มีชัยเลยในลีก มีเพียง 2 คะแนน อยู่บ๊วยอันดับ 20 ของตาราง ห่างโซนปลอดภัย 13 คะแนน และเป็นการแพ้ในพรีเมียร์ลีกติดต่อกัน 8 นัด เทียบเท่าสถิติโลกของสโมสรในยุคลีกสูงสุดสมัยใหม่
- แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: แข่ง 15 นัด ชนะ 7 เสมอ 4 แพ้ 4 มี 25 คะแนน ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 6 ทำสถิติไม่แพ้เกมเยือนในลีก 5 นัดติด และเกาะกลุ่มลุ้นพื้นที่ยุโรปต่อไป
รายชื่อผู้เล่นตัวจริง
วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส – ผู้จัดการทีม: ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์
ระบบ: 3-4-2-1 เน้นเกมรับแน่นแล้วใช้ตัวรุกครึ่งช่องคอยโต้กลับ
ผู้รักษาประตู
-
31 แซม จอห์นสโตน
กองหลัง 3 คน
- 15 เยอร์ซอน มอสเกร่า – เซ็นเตอร์ขวา โดนใบเหลืองท้ายเกมจากจังหวะแฮนด์บอลนำไปสู่จุดโทษ
- 12 เอ็มมานูเอล อั๊กบาดู – เซ็นเตอร์กลาง
- 24 โตติ โกเมส (กัปตันทีม) – เซ็นเตอร์ซ้าย ถูกเปลี่ยนออกนาที 70
วิงแบ็ก/กองกลางริมเส้น
- 26 คี-ยาน่า เฮเฟอร์ – วิงแบ็กขวา (ออก น.86)
- 37 ลาดิสลาฟ เครย์ชี – มิดฟิลด์ด้านซ้าย (ออก น.46)
กองกลางตัวกลาง
- 7 อันเดร – มิดฟิลด์เชื่อมเกม คอยเริ่มจังหวะจากแดนกลาง
- 6 ดานี่ วูล์ฟ – ลงมาช่วยยืนกลางในครึ่งหลัง (เปลี่ยนตัวน.47 ตามรายงานเวลา)
ตัวรุกด้านหลังหน้าเป้า
- 27 ฌอง-ริคเนอร์ เบลเลการ์ด – ตัวรุกอิสระ ทำ 1 ประตูตีเสมอ และเป็นคนที่อันตรายที่สุดของวูล์ฟส์ ก่อนถูกเปลี่ยน น.54
- 10 ฆวน อาเรียส – ตัวรุกฝั่งซ้าย/ครึ่งช่อง (ออก น.70)
กองหน้าตัวเป้า
-
9 ยอร์เก้น สตรานด์ ลาร์เซ่น – ยืนหอกเดี่ยว มีใบเหลืองช่วงท้ายครึ่งแรก ก่อนถูกเปลี่ยน น.69
ตัวสำรองที่ลงสนาม (วูล์ฟส์)
- 28 แฟร์ ลอเปซ (น.54 แทน เบลเลการ์ด)
- 14 โตลู อาโรโคดาเร (น.69 แทน สตรานด์ ลาร์เซ่น)
- 36 มาเตอุส มาเน่ (น.70 แทน อาเรียส)
- 3 อูโก้ บูเอโน (น.70 แทน โตติ โกเมส)
- 38 แจ็คสัน ชาชัว (น.86 แทน เฮเฟอร์)
ตัวสำรองไม่ได้ใช้: 1 โชเซ่ ซา, 4 ซานเตียโก้ บูเอโน, 11 ฮวาง ฮีชาน, 23 ทาวานด้า ชีเรวา
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – ผู้จัดการทีม: รูเบน อาโมริม
ระบบ: 3-4-3 ยืดหยุ่นเป็น 3-4-2-1 เวลาไม่มีบอล เน้นวิงแบ็กดันสูงและตัวรุกสามคนเคลื่อนที่สลับตำแหน่ง
ผู้รักษาประตู
-
31 เซนี่ ลัมเมนส์
แผงหลัง 3 คน
- 3 นูสแซร์ มาซราอุย – เซ็นเตอร์ขวา/วิงแบ็กขวาแบบผสม (ออก น.69)
- 26 แซมมี่ เฮฟเว่น – เซ็นเตอร์กลางดาวรุ่ง (ออก น.69)
- 23 ลุค ชอว์ – เซ็นเตอร์ซ้าย เล่นนิ่ง คุมพื้นที่ฝั่งซ้ายได้ดี
วิงแบ็ก/มิดฟิลด์ด้านข้าง
- 16 อาหมัด ดิยัลโล – ยืนกึ่งวิงขวา/ปีก ขึ้นเกมรุกบ่อย
- 2 ดิโอโก้ ดาโลต์ – วิงแบ็กขวาตามโครงสร้างบนกระดาษ แต่ในเกมจริงเติมสูงจนกลายเป็นปีกในหลายจังหวะ และมีส่วนสำคัญกับประตูของเอ็มเบวโม่
มิดฟิลด์ตัวกลาง
- 18 คาเซมิโร่ – ห้องเครื่องตัวรับ ช่วยตัดเกมและออกบอลยาว (ออก น.78)
- 8 บรูโน่ แฟร์นันด์ส (กัปตันทีม) – เพลย์เมกเกอร์ตัวหลัก ทำ 2 ประตู 1 แอสซิสต์ เป็นหัวใจของทุกจังหวะบุก
แนวรุก
- 19 ไบรอัน เอ็มเบวโม่ – ตัวรุกฝั่งขวา สปีดเร็ว จบสกอร์คม ยิง 1 ประตู และโดนใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์ (ออก น.84)
- 7 เมสัน เมาท์ – ตัวรุกกึ่งหมายเลข 8/10 เติมเข้าเขตโทษตลอด ยิงได้ 1 ประตูจากจังหวะวอลเลย์สุดสวย (ออก น.84)
- 10 มาเธอุส คุนญ่า – ยืนสูงสุดเป็นหน้าเป้า ตัวเก่าโมลินิวซ์ กลับมาเยือนถิ่นเก่าครั้งแรกในสีเสื้อยูไนเต็ด มีส่วนกับประตูเปิดหัวของบรูโน่
ตัวสำรองที่ลงสนาม (แมนฯ ยูไนเต็ด)
- 6 ลิซานโดร มาร์ติเนซ (น.69 แทน มาซราอุย)
- 15 เลนี โยโร (น.69 แทน เฮฟเว่น)
- 37 ค็อบบี้ เมนู (น.78 แทน คาเซมิโร่)
- 13 แพทริค ดอร์กู (น.84 แทน ดาโลต์)
- 11 โยชัว ซิร์คเซ่ (น.84 แทน เมาท์)
ตัวสำรองไม่ได้ใช้: 1 อัลตาย บายินเดียร์, 12 ไทเรลล์ มาลาเซีย, 25 มานูเอล อูการ์เต้, 61 เชีย เลซีย์
สถิติสำคัญของเกม
จากข้อมูลสถิติเต็มเวลา:
-
การครองบอล:
-
วูล์ฟแฮมป์ตัน 36.2%
-
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 63.8%
-
-
จำนวนยิงทั้งหมด:
-
วูล์ฟแฮมป์ตัน 8 ครั้ง
-
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 27 ครั้ง
-
-
ยิงเข้ากรอบ:
-
วูล์ฟแฮมป์ตัน 2 ครั้ง
-
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 10 ครั้ง
-
-
สัมผัสบอลในเขตโทษคู่แข่ง:
-
วูล์ฟส์ 20 ครั้ง
-
แมนฯ ยูไนเต็ด 39 ครั้ง
-
-
เตะมุม:
-
วูล์ฟแฮมป์ตัน 1 ครั้ง
-
แมนฯ ยูไนเต็ด 9 ครั้ง
-
-
ฟาวล์:
-
วูล์ฟแฮมป์ตัน 17 ครั้ง
-
แมนฯ ยูไนเต็ด 12 ครั้ง
-
-
ใบเหลือง:
-
วูล์ฟแฮมป์ตัน 3 ใบ (สตรานด์ ลาร์เซ่น, เครย์ชี, มอสเกร่า)
-
แมนฯ ยูไนเต็ด 2 ใบ (เอ็มเบวโม่, ซิร์คเซ่)
-
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนภาพชัดเจนว่า ยูไนเต็ดบุกใส่แทบทั้งเกม โดยเฉพาะครึ่งหลังที่กดวูล์ฟส์อยู่แดนตัวเองยาว
ลำดับเหตุการณ์สำคัญในเกม
ครึ่งแรก: ผีแดงนำก่อน แต่โดนลงโทษช่วงทดเจ็บ
ช่วงต้นเกม ยูไนเต็ดเริ่มได้ดีกว่า เห็นชัดจากจังหวะที่บรูโน่แทงทะลุช่องให้ดาโลต์หลุดเข้าไปยิงแต่ติดเซฟจอห์นสโตน เป็นการเตือนแนวรับเจ้าถิ่นว่าคืนนี้งานหนักแน่นอน
นาที 25 – 0-1 บรูโน่ แฟร์นันด์สยิง “ประตูขี้เหร่” แต่โคตรสำคัญ
- บอลเริ่มจากการบีบแย่งของอาหมัดกับคุนญ่า กดดันให้แดนกลางวูล์ฟส์เสียบอล
- จังหวะชุลมุนหน้าเขตโทษ บอลกระดอนมาเข้าทางบรูโน่ในกรอบเขตโทษ
- เขาพยายามแตะยิงแต่เสียหลักล้มไปก่อน ทว่าแนวรับวูล์ฟส์เคลียร์ไม่เด็ดขาด
- บรูโน่ลุกขึ้นมาเก็บจังหวะสอง แล้วยิงด้วยเท้าขวาแบบไม่ถนัด บอลกลิ้งช้า ๆ ไปเสาไกล แต่หลุดจากมือจอห์นสโตนเข้าไป สื่ออังกฤษแซวว่าเป็นหนึ่งใน “ประตูที่น่าเกลียดที่สุด” แต่มีค่ามหาศาลต่อเกมนี้
หลังนำ 1-0 ยูไนเต็ดครองเกมได้ดี มีโอกาสบวกเพิ่มจากลูกยิงของเอ็มเบวโม่และเมาท์ แต่ยังไม่เฉียบคมพอ ขณะที่วูล์ฟส์ใช้จังหวะโต้กลับพยายามหาช่องไปที่สตรานด์ ลาร์เซ่นและเบลเลการ์ด
ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก นาที 45+2 – 1-1 ฌอง-ริคเนอร์ เบลเลการ์ดปลดล็อกวูล์ฟส์
- จากจังหวะต่อบอลกันริมกรอบเขตโทษด้านซ้าย บอลถูกชิ่งเข้าเขตโทษให้เบลเลการ์ดรับ
- แนวรับยูไนเต็ดถอยลึกเกินไป ปล่อยให้เจ้าตัวได้ตั้งเท้ายิงด้วยขวา
- บอลพุ่งเสียบเสาไกล ผ่านมือลัมเมนส์เข้าไปอย่างเฉียบคม เป็นประตูแรกในพรีเมียร์ลีกของวูล์ฟส์ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม และตัดโมเมนตัมยูไนเต็ดก่อนพักครึ่งอย่างจัง
จบครึ่งแรก: วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – ทั้งที่รูปเกมเป็นของทีมเยือน แต่ความผิดพลาดเล็ก ๆ ในช่วงทดเจ็บทำให้สกอร์กลับมาเท่ากัน
ครึ่งหลัง: ยูไนเต็ดเร่งเครื่อง – สามประตูใน 31 นาที
ดูเหมือนว่าคำพูดในห้องแต่งตัวของรูเบน อาโมริมจะได้ผล เพราะยูไนเต็ดออกมาครึ่งหลังด้วยความดุดันกว่าเดิมอย่างชัดเจน ทั้งจังหวะเพรสและสปีดบอลในพื้นที่สุดท้าย
นาที 51 – 1-2 ไบรอัน เอ็มเบวโม่ยิงคืนความได้เปรียบ
- ดิโอโก้ ดาโลต์ใช้สปีดพาบอลฉีกแนวรับวูล์ฟส์ทางฝั่งขวา หลุดเข้าไปถึงเส้นหลัง
- เขาเปิดบอลเรียดตัดแนวรับไปเสาสอง
- เอ็มเบวโม่วิ่งสอดมาเสาไกล ชาร์จโล่ง ๆ เข้าไปไม่เหลือ เป็นประตูที่สะท้อนรูปแบบการบุกแบบ “วิ่งทำทาง + เปิดตัดแนวรับ” ของยูไนเต็ดในยุคอาโมริมอย่างชัดเจน
หลังขึ้นนำ 2-1 ยูไนเต็ดไม่ถอยกลับมาตั้งรับ แต่ยังบุกต่อเพื่อปิดเกม
นาที 62 – 1-3 เมสัน เมาท์วอลเลย์สุดสวย
- ยูไนเต็ดขึ้นเกมฝั่งซ้าย บอลถูกเวียนมาที่บรูโน่หน้าเขตโทษ
- กัปตันผีแดงเปิดครอสโค้งเข้าเขต 6 หลา
- เมาท์สอดมาในจุดนัดพบ ตวัดวอลเลย์จังหวะเดียวส่งบอลเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม สื่อหลายสำนักยกให้เป็นหนึ่งในประตูสวยของสัปดาห์ในพรีเมียร์ลีก
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เกมเป็นของยูไนเต็ดแทบฝ่ายเดียว วูล์ฟส์พยายามเปลี่ยนตัวเสริมแนวรุกอย่างอาโรโคดาเร, มาเน่ และลอเปซ แต่ไม่สามารถกดดันแนวรับทีมเยือนได้มากนัก ส่วนแฟนบอลเจ้าถิ่นเริ่มส่งเสียงโห่และตะโกนขับไล่เจ้าของสโมสรอย่างชัดเจน
นาที 82 – 1-4 จุดโทษปิดเกมของบรูโน่ แฟร์นันด์ส
- บอลโยนเข้าเขตโทษวูล์ฟส์แล้วไปโดนแขนของเยอร์ซอน มอสเกร่า
- ผู้ตัดสินเช็ก VAR ก่อนยืนยันให้เป็นจุดโทษและแจกใบเหลืองแก่กองหลังโคลอมเบีย
- บรูโน่รับหน้าที่สังหาร ส่งบอลคนละทางกับจอห์นสโตนอย่างนิ่ง ทำให้ตัวเองเหมาคืนนี้ 2 ประตู และปิดสกอร์ 4-1 อย่างเป็นทางการ
- ช่วงทดเวลา วูล์ฟส์มีลุ้นจากลูกยิงไกลของลอเปซ แต่ข้ามคานไป ส่วนยูไนเต็ดผ่อนเกม รอเสียงนกหวีดหมดเวลา
จบเกม: วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-4 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – ทีมเยือนโชว์ฟอร์มดุครึ่งหลัง ขณะที่เจ้าบ้านยังจมอยู่ในวิกฤตหนักที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สโมสรยุคพรีเมียร์ลีก
บทวิเคราะห์บอลหลังเกม
วูล์ฟแฮมป์ตัน: วิกฤตเต็มรูปแบบ ทั้งในสนามและบนอัฒจันทร์
-
ผลงานในสนาม – เกมรับเปราะ, สมาธิหลุดง่าย
แม้ครึ่งแรกวูล์ฟส์จะพอมีช่วงเล่นดีกลางครึ่ง และตีเสมอได้สวย แต่โดยรวมแล้ว การยืนโซนในเขตโทษหลวมมาก ปล่อยให้แนวรุกยูไนเต็ดหาที่ว่างได้ตลอด โดยเฉพาะช่วงต้นครึ่งหลังที่โดนบุกจนเสียสองประตูในเวลาไม่ถึง 15 นาที -
เกมรุกดีขึ้นนิดหน่อย แต่ยังไม่พอ
ประตูของเบลเลการ์ดช่วยปลดล็อกการยิงประตูในลีกหลังเงียบมานาน แต่เมื่อเทียบกับจำนวนโอกาส (ยิงตรงกรอบแค่ 2 ครั้งจากทั้งหมด 8 ครั้ง) ยังถือว่าน้อยมาก ทีมยังขาดโครงสร้างการเข้าทำที่ชัดเจน และต้องหวังกับความสามารถเฉพาะตัวเป็นส่วนใหญ่ -
บรรยากาศการประท้วง – แรงกดดันต่อผู้เล่นและบอร์ดบริหาร
ก่อนเกมมีกลุ่มแฟนบอลหลายกลุ่มนัดกันบอยคอตต์ที่นั่งราว 15 นาทีแรกไม่เข้าชม เพื่อประท้วงเจ้าของสโมสร จากนั้นจึงทยอยกลับเข้ามาในสนาม ก่อนตบท้ายด้วยเสียงโห่หลังจบเกมและแบนเนอร์ต่อต้านบอร์ดบริหาร เป็นภาพสะท้อนว่าความเชื่อมั่นในทีมและผู้บริหารแทบหมดไปแล้ว -
คำพูดของร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ – “เล่นเหมือนฟุตบอลเด็ก”
หลังเกมกุนซือวูล์ฟส์ออกมาวิจารณ์ลูกทีมอย่างหนัก บอกว่าบางช่วงเล่นเหมือน “เกมของเด็ก ๆ” ทั้งในเรื่องความเข้มข้นและการตัดสินใจ เป็นสัญญาณว่าห้องแต่งตัวกำลังอยู่ในช่วงเปราะบางอย่างยิ่ง และถ้าไม่รีบหาทางยกระดับผลงาน วูล์ฟส์มีโอกาสเข้าใกล้สถิติทีมที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกอย่างดาร์บี้ เคาน์ตี้
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: เกมบุกเริ่มเข้าที่ – บรูโน่คัมแบ็ก, เมาท์คืนชีพ
-
โครงสร้างเกมรุกอาโมริมเริ่มชัด
การจัดทีมแบบมีคุนญ่าเป็นหน้าเป้า เอ็มเบวโม่–เมาท์เคลื่อนที่สลับกันด้านข้าง โดยมีบรูโน่เป็นแกนกลาง ทำให้ยูไนเต็ดมีมุมโจมตีหลากหลาย เห็นได้ชัดจากการยิงถึง 27 ครั้ง และมี 6 โอกาสระดับ “จังหวะทอง” ตามการประเมินจากบางสำนักวิเคราะห์เกม -
บรูโน่ แฟร์นันด์ส – กัปตันที่กลับมาท็อปฟอร์ม
นอกจากเหมาคืนนี้สองประตู (จังหวะเก็บตกกับจุดโทษ) เขายังมีส่วนกับเกมรุกแทบทุกจังหวะ รวมถึงแอสซิสต์ให้เมาท์วอลเลย์สุดสวย ทำให้เสียงวิจารณ์เรื่องฟอร์มตกในช่วงก่อนหน้าเงียบลงอย่างรวดเร็ว หลายสื่อยกให้เขาเป็น “แมน ออฟ เดอะ แมตช์” แบบไร้ข้อกังขา -
เมสัน เมาท์ – ประตูที่อาจเปลี่ยนฤดูกาล
ประตู 1-3 ไม่ได้แค่สวย แต่ยังสำคัญในเชิงความมั่นใจของเมาท์เอง หลังเจอช่วงเวลายากกับอาการบาดเจ็บและต้องปรับตัวในระบบใหม่ของอาโมริม ประตูนี้ทำให้แฟนยูไนเต็ดเริ่มเห็นภาพว่าเขาสามารถเป็น “ตัวทะลุช่อง–เข้ากรอบ” ที่ทีมต้องการได้จริง -
เกมรับ 3 เซ็นเตอร์ยังมีรอยให้ต้องแก้
แม้ผลลัพธ์ออกมา 4-1 แต่การปล่อยให้วูล์ฟส์ตีเสมอช่วงทดเจ็บครึ่งแรก และบางจังหวะที่การสื่อสารระหว่างเฮฟเว่น–มาซราอุย–ชอว์ยังไม่แน่นพอ สะท้อนว่ายังต้องใช้เวลาอีกเล็กน้อยในการปรับจูน แต่โดยรวมถือว่าเกมนี้แนวรับไม่เสียสมาธิแบบหนัก ๆ ในครึ่งหลังและคุมสถานการณ์ได้อยู่หมัด -
ผลกระทบต่อเส้นทางฤดูกาล
การขยับขึ้นที่ 6 พร้อมฟอร์มเกมเยือนที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ยูไนเต็ดกลับเข้าสู่เส้นทางลุ้นโควตายุโรปเต็มตัว และด้วยโปรแกรมต่อจากนี้ที่เริ่มเบาลงบางช่วง ถ้ารักษามาตรฐานเกมรุกแบบครึ่งหลังแมตช์นี้ไว้ได้ ทีมของอาโมริมมีลุ้นไล่กดดันกลุ่มท็อปโฟร์แน่นอน
ผู้เล่นเด่นของเกม
-
บรูโน่ แฟร์นันด์ส (แมนฯ ยูไนเต็ด)
ยิง 2 ประตู (โอเพ่นเพลย์ + จุดโทษ) แถมทำ 1 แอสซิสต์ให้เมาท์ เกมนี้คือทุกอย่างในเกมรุกของยูไนเต็ด ทั้งการเปิดบอล, การหาพื้นที่, และการกำกับจังหวะเพรสแดนบน -
เมสัน เมาท์ (แมนฯ ยูไนเต็ด)
การเคลื่อนที่ไป–กลับระหว่างกลางกับกรอบเขตโทษสร้างปัญหาให้วูล์ฟส์ตลอดทั้งเกม ประตูจากการวอลเลย์ลูกครอสของบรูโน่เป็นไฮไลต์สำคัญ และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมาฟอร์มเก่งในสีเสื้อยูไนเต็ด -
ไบรอัน เอ็มเบวโม่ (แมนฯ ยูไนเต็ด)
ใช้สปีดและการเลือกยืนตำแหน่งได้ยอดเยี่ยม ทั้งจังหวะยิงแซง 2-1 และการดึงตัวประกบให้บรูโน่–เมาท์มีพื้นที่เล่น เป็นอีกหนึ่งคนที่ทำให้ฝั่งขวาของยูไนเต็ดอันตรายตลอดเกม -
ฌอง-ริคเนอร์ เบลเลการ์ด (วูล์ฟแฮมป์ตัน)
แม้ทีมแพ้ แต่เขาคือคนที่สร้างชีวิตให้เกมรุกวูล์ฟส์ ยิงประตูสวยปลดล็อกทีม และพยายามเชื่อมต่อเกมรุกหลายครั้งก่อนหมดแรงถูกเปลี่ยนออกในครึ่งหลัง -
แซม จอห์นสโตน (วูล์ฟแฮมป์ตัน)
แม้เสีย 4 ประตู แต่ต้องยอมรับว่าเขามีเซฟสำคัญหลายครั้ง หากไม่มีฟอร์มของเขา สกอร์อาจไหลไปมากกว่านี้
สรุปภาพรวมหลังเกม
- วูล์ฟแฮมป์ตัน
- ผลงานในสนามย่ำแย่ต่อเนื่อง ผสมกับบรรยากาศการประท้วง ทำให้ทีมอยู่ในภาวะวิกฤตครบทุกมิติ
- ยังไม่ชนะใครจาก 15 นัด มีเพียง 2 คะแนน แพ้รวด 8 นัด เสี่ยงลุ้นสถิติด้านลบของพรีเมียร์ลีกหากไม่รีบเปลี่ยนแปลงบางอย่างโดยด่วน
- แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
- เกมนี้เป็นหนึ่งในฟอร์มเยือนที่ดีที่สุดของฤดูกาล ทั้งในแง่สกอร์และรูปเกม
- บรูโน่, เมาท์, เอ็มเบวโม่ แสดงให้เห็นว่าระบบรุกเริ่มหาจังหวะที่ลงตัวมากขึ้น
- การขยับขึ้นที่ 6 และสร้างสถิติไม่แพ้เกมเยือน 5 นัดติด ทำให้ความเชื่อมั่นกลับมาสู่ทีมและแฟนบอลอย่างชัดเจน ก่อนจะกลับไปเล่นในบ้านนัดถัดไป






