ลิเวอร์พูล 4-1 บาร์นสลีย์ | สรุปผลบอลเอฟเอ คัพ 13 ม.ค. 2026 โซบอสไลพลาดแจก—เวียร์ตซ์/เอกีติเกปิดเกม
ลิเวอร์พูลผ่านงานหินกว่าที่สกอร์บอก หลังเปิดแอนฟิลด์ชนะบาร์นสลีย์ 4-1 ศึกเอฟเอ คัพ รอบ 3 (เวลาไทย 13 ม.ค. 02:45) โดมินิก โซบอสไลซัดไกลสุดสวยนาที 9 ก่อนเฌเรมี ฟริมปงยิงหนี 2-0 นาที 36 แต่โซบอสไลพลาดจ่ายคืนหลังพลาดจนอดัม ฟิลลิปส์ยิงไล่มา 2-1 นาที 40 เกมตึงยาวถึงท้าย ก่อนตัวสำรองฟลอเรียน เวียร์ตซ์ (84’) และอูโก เอกีติเก (90+4’) ปิดกล่องพา “หงส์แดง” เข้ารอบ 4 ไปพบไบรท์ตันที่แอนฟิลด์
ข้อมูลการแข่งขัน
รายการและวันเวลา
- รายการ: เอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ อังกฤษ 2025/26 รอบ 3
- วันเวลาแข่งขัน: คืน 12 ม.ค. 2026 19:45 น. (อังกฤษ) / เช้า 13 ม.ค. 2026 02:45 น. (เวลาไทย)
- สนาม: แอนฟิลด์, ลิเวอร์พูล
เกร็ดก่อนเกมที่มีผลต่อรูปเกม
- บาร์นสลีย์เกือบช็อกตั้งแต่ 30 วินาทีแรก เมื่อ เดวิส ไคเลอร์-ดันน์ โหม่งชนเสา/เสาไกลจากจังหวะเปิดเข้ามา สะท้อนว่าเกมนี้ทีมเยือนไม่มา “ตั้งรับอย่างเดียว”
- เกมนี้มีประเด็นสำคัญเรื่อง “ไม่มี VAR ในเอฟเอ คัพ จนถึงรอบ 5” ทำให้จังหวะเรียกร้องจุดโทษของบาร์นสลีย์ช่วงครึ่งหลังกลายเป็นหัวข้อถกเถียงทันที
สรุปสกอร์และผู้ทำประตู
ผลการแข่งขัน
-
ลิเวอร์พูล 4-1 บาร์นสลีย์
ไทม์ไลน์ประตู (ตามรายงานผลการแข่งขัน)
- 9’ 1-0 โดมินิก โซบอสไล (ลิเวอร์พูล)
- 36’ 2-0 เฌเรมี ฟริมปง (ลิเวอร์พูล)
- 40’ 2-1 อดัม ฟิลลิปส์ (บาร์นสลีย์)
- 84’ 3-1 ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ (ลิเวอร์พูล)
- 90+4’ 4-1 อูโก เอกีติเก (ลิเวอร์พูล)
รายละเอียดการแข่งขันแบบเล่าเหตุการณ์ (อ่านแล้วเห็นภาพ)
ครึ่งแรก: โซบอสไล “ยิงสวย–พลาดหนัก” เกมแกว่งทันที
- นาที 9: ลิเวอร์พูลปลดล็อกจากลูกยิงไกลสุดสวยของ โดมินิก โซบอสไล บอลพุ่งเสียบตาข่ายให้เจ้าถิ่นนำ 1-0
- นาที 36: ความได้เปรียบเพิ่มเป็น 2-0 เมื่อ เฌเรมี ฟริมปง เติมมาซัดด้วยซ้ายแบบเฉียบขาด (เป็นประตูที่ Reuters ยกให้เป็น “ลูกยิงยอดเยี่ยม” อีกลูกของเกม)
- นาที 40: เกมที่ดูเหมือนจะไหล กลับตึงทันทีเมื่อโซบอสไลพยายาม จ่ายคืนผู้รักษาประตูด้วยการเล่นคืนหลังแบบเสี่ยง แต่พลาดกลายเป็น “ถวายพาน” ให้ อดัม ฟิลลิปส์ ยิงเข้าไปไล่มา 2-1
ภาพรวมครึ่งแรก: ลิเวอร์พูลคุมบอลมาก แต่บาร์นสลีย์มีหมัดสวนและสร้างความอันตรายได้จริง จึงทำให้สกอร์ 2-1 ไม่ใช่เรื่องฟลุ๊ก
ครึ่งหลัง: บาร์นสลีย์ “กล้าบุก” + จุดโต้เถียงเรื่องจุดโทษ ก่อนหงส์เร่งปิดท้าย
- ช่วงต้นครึ่งหลังบาร์นสลีย์ยังเล่นด้วยความมั่นใจ และมีช่วงที่ทำให้แอนฟิลด์ “เงียบ” เพราะทีมเยือนมีจังหวะสวนกลับได้ลุ้น
- นาทีราว 61: เกิดจังหวะที่บาร์นสลีย์เรียกร้อง จุดโทษ เมื่อ เรเยส เคลียรี โดนปะทะ/โดนท้าจาก โซบอสไล แล้วล้มในเขตโทษ ผู้ตัดสินให้เล่นต่อ และด้วยเหตุที่ ไม่มี VAR จึงไม่มีการย้อนตรวจ ทำให้ทีมเยือนและกุนซือแสดงความไม่พอใจอย่างหนัก
- ลิเวอร์พูลแก้เกมด้วยการส่งตัวสำรองคุณภาพลงมา (รายงานสดระบุว่ามีการขยับเปลี่ยนสำคัญช่วงก่อนครบชั่วโมง รวมถึง ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และ อูโก เอกีติเก) ก่อนที่เกมรุกจะเริ่ม “มีพิษสง” มากขึ้นปลายเกม
- นาที 84: เวียร์ตซ์ซัดโค้งสุดสวยเป็น 3-1 ทำให้เกมที่ตึงมานาน “หลุดมือ” บาร์นสลีย์
- นาที 90+4: เวียร์ตซ์แอสซิสต์ให้เอกีติเกยิงจ่อ ๆ เป็น 4-1 ปิดกล่องแบบเด็ดขาด
รายชื่อผู้เล่นตัวจริงและตัวสำรอง (ภาษาไทย)
อ้างอิงรายชื่อจากหน้ารายชื่อผู้เล่นของเกม
ลิเวอร์พูล (ระบบ 4-2-3-1)
ตัวจริง
- ผู้รักษาประตู: จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี
- กองหลัง: เฌเรมี ฟริมปง, โจ โกเมซ, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (กัปตัน), แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน
- กองกลาง: โดมินิก โซบอสไล, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์
- แนวรุก: ริโอ เอ็นกูโมฮา, เคอร์ติส โจนส์, เฟเดรีโก เคียซา
- หน้าเป้า: โคดี กัคโป
ตัวสำรองที่มีชื่อในทีม
อาลีสซง เบ็คเกอร์, คัลวิน แรมซีย์, เทรย์ นีโอนี, มิลอช เคอร์เคซ, วาตารุ เอ็นโด ฯลฯ
บาร์นสลีย์ (ระบบ 5-4-1)
ตัวจริง
- ผู้รักษาประตู: เมอร์ฟี คูเปอร์
- กองหลัง/วิงแบ็ก: เทนไน วัตสัน, มาเอล ดูร็องด์ เดอ เฌวินญี, แจ็ก เชพเพิร์ด, คอรี โอคีฟ, นาธาเนียล อ็อกเบตา
- กองกลาง: โจนาธาน แบลนด์, วิมาล โยกานาธาน, อดัม ฟิลลิปส์, เรเยส เคลียรี
- กองหน้า: เดวิส ไคเลอร์-ดันน์
ตัวสำรองที่มีชื่อในทีม
อีธาน โอคอนเนลล์, แพทริก เคลลี, เดวิด แม็คโกลด์ริก, ฟาบิโอ จาโล, คอเนอร์ บาร์รัตต์ ฯลฯ
สถิติสำคัญหลังเกม
ตัวเลขภาพรวมทั้งเกม (Full time)
| รายการ | ลิเวอร์พูล | บาร์นสลีย์ |
|---|---|---|
| ครองบอล | 75% | 25% |
| xG | 1.92 | 1.19 |
| ยิงทั้งหมด | 21 | 9 |
| ยิงเข้ากรอบ | 7 | 4 |
| โอกาสจะแจ้ง | 2 | 1 |
| ความแม่นยำการจ่าย | 91% | 75% |
| เตะมุม | 11 | 5 |
| ฟาวล์ | 6 | 7 |
อ่านจากสถิติแล้วชัด: ลิเวอร์พูล “ปริมาณเหนือกว่า” แต่บาร์นสลีย์มีคุณภาพโอกาสไม่ธรรมดา (xG ทีมเยือนสูงถึง 1.19) ซึ่งสอดคล้องกับภาพเกมที่ลิเวอร์พูลไม่ได้สบายอย่างที่สกอร์ท้ายเกมบอก
บทวิเคราะห์บอลหลังเกม (เจาะว่าชนะเพราะอะไร และเกือบพลาดตรงไหน)
1) ลิเวอร์พูลได้ “ลูกยิงคุณภาพสูง” แต่พลาดเองจนเกมกลับมาตึง
สองประตูแรกของลิเวอร์พูลมาจากจังหวะยิงที่คุณภาพสูงมาก (โซบอสไลซัดไกล + ฟริมปงปั่น/อัดเต็มข้อ) แต่ความผิดพลาดของโซบอสไลในนาที 40 เปลี่ยนเกมจาก “คุมง่าย” เป็น “เสี่ยงโดนช็อก” ทันที
2) บาร์นสลีย์ไม่ได้มาเล่นให้จบ ๆ — กล้าสวน กล้าเร่ง และมีจังหวะ “ควรได้จุดโทษ?” ให้ถก
ทีมเยือนเริ่มเกมดีถึงขั้นเกือบนำตั้งแต่ 30 วินาทีแรก และครึ่งหลังก็มีจังหวะที่เรียกร้องจุดโทษจากเคลียรีซึ่งไม่มี VAR ช่วยตัดสิน ทำให้โมเมนตัมฝั่งบาร์นสลีย์ไม่หายง่าย ๆ
3) ตัวสำรอง “เปลี่ยนโทนเกม” ช่วงท้าย
เมื่อเกมยังนำแค่ลูกเดียว ลิเวอร์พูลต้องพึ่งคุณภาพเฉพาะตัวของตัวสำรองอย่าง เวียร์ตซ์ และ เอกีติเก ในช่วงท้ายเพื่อปิดงานให้เด็ดขาด—สองคนนี้มีส่วนโดยตรงกับทั้งประตู 3-1 และ 4-1
ดาวเด่นของเกม
โดมินิก โซบอสไล (ลิเวอร์พูล)
-
ยิงนำสุดสวย แต่มี ความผิดพลาดใหญ่ ที่เกือบเปิดประตูให้เกมช็อก เป็นเกมที่ “สุดโต่ง” ทั้งด้านบวกและลบในคนเดียว
ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ (ลิเวอร์พูล)
-
ลงมาแล้ว “ปิดเกม” ด้วยประตูโค้งสวยนาที 84 และแอสซิสต์ให้เอกีติเกช่วงทดเวลา เป็นคีย์แมนที่ทำให้สกอร์ขาด
เรเยส เคลียรี (บาร์นสลีย์)
-
รายงานเกมย้ำว่าเป็นตัวสร้างปัญหาให้ลิเวอร์พูลตลอด โดยเฉพาะจังหวะสปีดพาบอลที่นำไปสู่การเรียกร้องจุดโทษครึ่งหลัง






