ผลบอล นิวคาสเซิ่ล 0-2 แมนซิตี้ | สรุปคาราบาว คัพ 14 ม.ค. 2026
แมนเชสเตอร์ ซิตี้บุกชนะนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-0 ที่เซนต์ เจมส์ พาร์ก ศึกคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก (14 ม.ค. 03:00 น. เวลาไทย) ได้ประตูจาก อองตวน เซเมนโย นาที 53 และ ราย็อง แชร์กี นาที 90+8 โดยมีดราม่า VAR ใช้เวลาตรวจเกือบ 6 นาทีริบประตูที่สองของเซเมนโยจากจังหวะ “ออฟไซด์เชิงกติกา/รบกวนคู่แข่ง” ของเออร์ลิง ฮาแลนด์ ทำให้เกมตึงยาวก่อนซิตี้มาได้ลูกตอกฝาโลงช่วงทดเวลา
ข้อมูลการแข่งขัน
รายการแข่งขัน
- รายการ: คาราบาว คัพ (EFL Cup/ลีกคัพอังกฤษ) ฤดูกาล 2025/26 รอบรองชนะเลิศ นัดแรก
- วันเวลาแข่งขัน: คืนวันอังคารที่ 13 ม.ค. 2026 (อังกฤษ) / 14 ม.ค. 2026 เวลา 03:00 น. (ไทย)
- สนาม: เซนต์ เจมส์ พาร์ก, นิวคาสเซิล
- ผู้ชม: 51,392 คน
- ผู้ตัดสิน: คริส คาวานาห์ | VAR: สจวร์ต แอ็ตต์เวล
ระบบการเล่น
- นิวคาสเซิ่ล: 4-3-3
- แมนซิตี้: 4-1-4-1
สรุปสกอร์และผู้ทำประตู
ผลการแข่งขัน
-
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ไทม์ไลน์ประตู
- 53’ 0-1 อองตวน เซเมนโย (แมนซิตี้)
- 90+8’ 0-2 ราย็อง แชร์กี (แมนซิตี้)
รายละเอียดเกมแบบเจาะเหตุการณ์
ครึ่งแรก: นิวคาสเซิ่ลมีจังหวะได้ลุ้น แต่ซิตี้คุมทรง “ไม่เสียรูป”
เกมช่วงต้น
นิวคาสเซิ่ลเปิดเกมด้วยพลังจากเสียงเชียร์ในบ้านและพยายามเล่นเร็วใส่แนวรับซิตี้ มีช็อตลุ้นจาก โยอาน วิสซา ตั้งแต่ต้นเกม (เป็นหนึ่งในจังหวะที่ถูกพูดถึงว่า “น่าจะต้องทำได้ดีกว่านี้”) แต่ความเฉียบคมยังไม่มา
ความตึงเครียดเริ่มมา พร้อมใบเหลืองฝั่งเจ้าถิ่น
ช่วงกลางครึ่งแรกเกมเริ่มเดือดขึ้นจากการปะทะหลายจังหวะ โดย โชลินตอน โดนใบเหลือง และฝั่งซิตี้ก็มี นีโก โอไรลีย์ โดนใบเหลืองในไทม์มิ่งใกล้เคียงกัน ทำให้จังหวะเข้าปะทะหลังจากนั้นทั้งสองทีมต้องระวังตัวมากขึ้น
ครึ่งหลัง: 20 นาที “โคตรเดือด” (ชนคาน–ชนเสา–VAR 6 นาที) ก่อนซิตี้ยิงฝัง
นาที 46-55: นิวคาสเซิ่ลเกือบขึ้นนำ แต่ซิตี้รอดแบบเส้นยาแดง
หลังพักครึ่ง นิวคาสเซิ่ลมีช่วงพีกสุดของเกมในเวลาไล่เลี่ยกัน:
- เจมส์ แทรฟฟอร์ด เซฟจังหวะของ โยอาน วิสซา จนบอลไปชนคาน
- ต่อด้วย บรูโน่ กิมาไรส์ ซัดไปชนเสา/ไม้ ทำให้เจ้าถิ่นพลาดโอกาสทองที่จะเปลี่ยนโมเมนตัมเกม
นาที 53: เซเมนโย “โผล่จุดนัดพบ” ซิตี้ขึ้นนำ 1-0
พอเจ้าถิ่นพลาด ซิตี้ลงโทษทันที: เจเรมี โดกู กระชากถึงสุดเส้นแล้วเปิดเรียดเข้ากลาง บอลถูกสะกิด/เชื่อมต่อก่อนถึง อองตวน เซเมนโย ชาร์จจ่อ ๆ เข้าไปเป็น 1-0 (Reuters ระบุชัดว่าเป็นการเข้าชาร์จจากครอสของโดกู)
ดราม่า VAR: เซเมนโยเกือบได้ลูกสอง แต่โดนริบหลังตรวจ “เกือบ 6 นาที”
หลังขึ้นนำไม่นาน ซิตี้เคยส่งบอลเข้าประตูได้อีกครั้งจากจังหวะลูกตั้งเตะ/เตะมุมที่เซเมนโยจบสกอร์ แต่ผู้ตัดสินถูกเรียกไปดูจอ และมีการตรวจ VAR ยาวเกือบ 6 นาที ก่อนสรุปว่า เออร์ลิง ฮาแลนด์ ที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า “รบกวน/ขวางการเล่นของแนวรับ (มาลิค เธียว)” จึงต้องริบประตู ทำให้สกอร์ยังค้างที่ 1-0 และเกมกลับมาตึงแบบสุด ๆ
ช่วงท้าย: นิวคาสเซิ่ลเร่งหวังตีเสมอ แต่โดนสวนปิดกล่อง 90+8
เมื่อเกมลากยาวและมีช่วงทดเวลาหลายจาก VAR ซิตี้จัดการด้วย “จังหวะทีมเวิร์ก” ก่อนจะมาได้ประตูตอกฝาโลง:
- ราย็อง ไอต์-นูรี (ตัวสำรอง) เติมขึ้นมาทางซ้ายแล้วตบเข้ากลาง
- ราย็อง แชร์กี จบสกอร์ในเขตโทษเป็น 2-0 นาที 90+8
รายชื่อผู้เล่นตัวจริง และการเปลี่ยนตัว (ภาษาไทย)
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (ตัวจริง)
นิก โป๊ป; ลูอิส ไมลีย์, มาลิค เธียว, สเวน บ็อตมัน, ลูอิส ฮอลล์; เจค็อบ แรมซีย์ (ออก 69’), บรูโน่ กิมาไรส์ (กัปตัน) (ออก 87’), โชลินตอน; เจค็อบ เมอร์ฟี (ออก 45+2’), โยอาน วิสซา (ออก 69’), แอนโทนี กอร์ดอน (ออก 69’)
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- 45+2’ ฮาร์วีย์ บาร์นส์ แทน เจค็อบ เมอร์ฟี
- 69’ ซานโดร โตนาลี แทน เจค็อบ แรมซีย์
- 69’ แอนโทนี เอลังกา แทน แอนโทนี กอร์ดอน
- 69’ นิก โวลเทมาเด แทน โยอาน วิสซา
- 87’ คีแรน ทริปเปียร์ แทน บรูโน่ กิมาไรส์
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (ตัวจริง)
เจมส์ แทรฟฟอร์ด; มาเตอุส นูเนส (ออก 62’), อับดุโกดีร์ คูซานอฟ, แม็กซ์ อัลลีย์น, นาธาน อาเก (ออก 88’); นีโก โอไรลีย์ (ออก 62’), อองตวน เซเมนโย, ฟิล โฟเด้น (ออก 62’),น, แบร์นาร์โด ซิลวา (กัปตัน), เจเรมี โดกู (ออก 77’); เออร์ลิง ฮาแลนด์
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- 62’ โรดรี แทน นีโก โอไรลีย์
- 62’ ริโก ลูอิส แทน มาเตอุส นูเนส
- 62’ ทิยานี ไรย์นเดอร์ส แทน ฟิล โฟเด้น
- 77’ ราย็อง แชร์กี แทน เจเรมี โดกู
- 88’ ราย็อง ไอต์-นูรี แทน นาธาน อาเก
ใบเหลือง (เกมนี้เดือดจริง)
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด
- โชลินตอน (31’)
- บรูโน่ กิมาไรส์ (76’)
- คีแรน ทริปเปียร์ (90’)
- ซานโดร โตนาลี (90+2’)
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
- นีโก โอไรลีย์ (31’)
- มาเตอุส นูเนส (37’)
- แบร์นาร์โด ซิลวา (73’)
- ริโก ลูอิส (83’)
สถิติสำคัญหลังเกม
| รายการ | นิวคาสเซิ่ล | แมนซิตี้ |
|---|---|---|
| ครองบอล | 42.5% | 57.5% |
| ยิงทั้งหมด | 10 | 11 |
| ยิงเข้ากรอบ | 3 | 4 |
| เตะมุม | 5 | 6 |
| ใบเหลือง | 4 | 4 |
| เซฟ | 3 | 2 |
อ่านเกมจากสถิติ: ซิตี้ไม่ได้ยิงท่วม แต่ “จังหวะคุณภาพ + ความนิ่ง” เหนือกว่า ขณะที่นิวคาสเซิ่ลมีช่วงได้ลุ้นหนัก (ชนคาน-ชนเสา) แต่เปลี่ยนเป็นสกอร์ไม่ได้
บทวิเคราะห์บอลหลังเกม (ทำไมซิตี้ชนะ 2-0 ทั้งที่นิวคาสเซิ่ลได้เสียวหลายที)
1) จุดเปลี่ยนคือ “สองนาทีทองของเจ้าถิ่นที่ยิงไม่เข้า”
หลังพักครึ่ง นิวคาสเซิ่ลมีโอกาสทองต่อเนื่องจากวิสซาและกิมาไรส์ (ชนคาน/ชนเสา) ถ้าลูกใดลูกหนึ่งเข้า เกมจะเปิดอีกแบบทันที แต่พอพลาด ซิตี้ก็ลงโทษด้วยประตูของเซเมนโยในทันที—นี่คือสคริปต์คลาสสิกของทีมระดับแชมป์ที่ “ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ”
2) เซเมนโยให้ซิตี้ “มิติใหม่” ในการโจมตีพื้นที่หน้าปากประตู
ประตู 1-0 ไม่ได้มาจากการยิงไกลหรือโชค แต่เป็นการเข้าทำที่ชัด: โดกูพาบอลไปสุดแล้วป้อนให้คนที่ “อ่านจังหวะพื้นที่หน้ากรอบ” ได้ดีอย่างเซเมนโย แถมยังเกือบมีลูกสองจากลูกเตะมุมด้วย เพียงแต่ถูก VAR ริบไป
3) VAR ที่ใช้เวลานานทำให้เกม “ยืด” และสุดท้ายกลายเป็นพื้นที่ให้ซิตี้ปิดจ๊อบ
การตรวจ VAR เกือบ 6 นาทีทำให้ช่วงท้ายมีทดเวลาบาน และซิตี้ใช้สิ่งนี้ได้คุ้มสุด—เปลี่ยนเกมจาก 1-0 ที่ยังเสี่ยงโดนตีเสมอ ให้กลายเป็น 2-0 จากจังหวะสวนที่คมจัดของไอต์-นูรีและแชร์กี
ดาวเด่นของเกม
อองตวน เซเมนโย (แมนซิตี้)
-
ยิงประตูชัย 1-0 และสร้างปัญหาให้แนวรับนิวคาสเซิ่ลตลอด รวมถึงเคยยิงเข้าจากเตะมุมแต่โดนริบ
เจมส์ แทรฟฟอร์ด (แมนซิตี้)
-
เซฟสำคัญช่วงต้นครึ่งหลัง โดยเฉพาะจังหวะปัดลูกของวิสซาจนชนคาน ช่วยให้ซิตี้ “ไม่เสียก่อน” และคงโมเมนตัมไว้ได้
ราย็อง ไอต์-นูรี & ราย็อง แชร์กี (แมนซิตี้)
-
ลงมาเป็นตัวสำรองแล้ว “ปิดเกม” แบบตรงตำรา: ไอต์-นูรีแอสซิสต์, แชร์กียิงตอกฝาโลงนาที 90+8
สรุปสถานการณ์หลังเกม
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กุมความได้เปรียบมากด้วยชัยชนะนอกบ้าน 2-0 และสถิติในเชิงประวัติศาสตร์ของรายการก็หนุนหลัง (ทีมที่ชนะเลกแรกนอกบ้านมักไปถึงนัดชิงได้บ่อย)
- นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด งานหนักขึ้นทันที เพราะเลกสองต้องไปเยือนและต้องการอย่างน้อย 2 ประตูเพื่อยื้อเกมกลับมา แต่ฟอร์มโดยรวมยังพอมีแง่ดีจากการสร้างโอกาสระดับ “ชนคาน-ชนเสา” ได้จริง






