BB3100
แมนยูไนเต็ด - ไบรท์ตัน

กรูดาซัดไว–เวลเบ็คกดลูกสอง! ไบรท์ตันบุกช็อกแมนยู 2-1 เอฟเอ คัพ—เชชโก้โขกไล่แต่ “เลซีย์” โดนแดงปิดฉาก

เลือกหัวข้ออ่านทันที

ผลบอล แมนยู 1-2 ไบรท์ตัน | สรุปผลบอลเอฟเอ คัพ 11 ม.ค. 2026 กรูดา-เวลเบ็คพานกนางนวลลิ่ว

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตกรอบเอฟเอ คัพ รอบ 3 หลังแพ้ไบรท์ตัน 1-2 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด (11 ม.ค. 23:30 น. เวลาไทย) ไบรท์ตันนำก่อนจาก “บรายาน กรูดา” นาที 12 และ “แดนนี เวลเบ็ค” นาที 64 ก่อนยูไนเต็ดได้ความหวังท้ายเกมจาก “เบนยามิน เชชโก้” โหม่งนาที 85 แต่ช่วงทดเวลา “เชีย เลซีย์” โดนใบแดงจากสองใบเหลืองรวด ทำให้ไล่ไม่ทัน

ข้อมูลการแข่งขัน

  • รายการ: เอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ อังกฤษ 2025/26 รอบ 3
  • วัน-เวลาแข่งขัน: 11 ม.ค. 2026 | 23:30 น. (เวลาไทย) (เตะ 16:30 น. ที่อังกฤษ)
  • สนาม: โอลด์ แทรฟฟอร์ด, แมนเชสเตอร์
  • ผู้ชม: 73,888 คน
  • ผู้ตัดสิน: ไซมอน ฮูเปอร์ | ผู้ตัดสินที่ 4: พอล เทียร์นีย์
  • ระบบการเล่น: แมนยู 4-2-3-1 / ไบรท์ตัน 4-2-3-1

สรุปสกอร์

  • แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2 ไบรท์ตัน

    • 0-1 บรายาน กรูดา (12’)
    • 0-2 แดนนี เวลเบ็ค (64’)
    • 1-2 เบนยามิน เชชโก้ (85’)

รายละเอียดการแข่งขัน (ไทม์ไลน์แบบเจาะจังหวะ)

ครึ่งแรก: ยูไนเต็ดเริ่มดีแต่โดนสวนทีเดียว—กรูดา “ซ้ำจ่อ” พาไบรท์ตันนำไว

  • ช่วงต้นเกมยูไนเต็ดเดินเกมบุกได้วูบวาบ มีโอกาสยิงจน เจสัน สตีล ต้องออกแรงเซฟตั้งแต่ต้น (จังหวะของ ดิโอโก้ ดาโลต์ และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส) แต่พอจังหวะคม ๆ มา กลับเป็นฝั่งทีมเยือนที่ทำได้ก่อน
  • 12’ (0-1) บรายาน กรูดา: จุดเริ่มมาจากลูกโหม่งของ จอร์จินิโอ รุตแตร์ ที่ถูกเคลียร์บนเส้น ก่อนบอลเด้งเข้าทางกรูดายิงซ้ำเต็มข้อเข้าไป—ไบรท์ตันขึ้นนำ “สวนหมัดเดียว” แต่ได้ผลชัดเจน
  • หลังเสียประตู ยูไนเต็ดครองบอลและพยายามเร่งจังหวะริมเส้น/ครึ่งพื้นที่ แต่ไบรท์ตันยืนทรงแน่น บีบให้เจ้าถิ่นจบไม่คมในพื้นที่สุดท้าย

ครึ่งหลัง: เฟลตเชอร์เปลี่ยนเกมด้วยตัวสำรอง—แต่ไบรท์ตันลงโทษด้วย “เวลเบ็ค”

  • แมนยูเริ่มครึ่งหลังค่อนข้างเนือย ทำให้ทีมงานสตาฟฟ์ข้างสนามตัดสินใจส่ง เชีย เลซีย์ และ โจชัว เซิร์กซี ลงมาปรับไดนามิกเกมรุกในนาที 62
  • 64’ (0-2) แดนนี เวลเบ็ค: กลายเป็นไบรท์ตันที่ฉวยโอกาสจากพื้นที่หน้าเขตโทษ กรูดา จ่ายให้เวลเบ็ค “จับหนึ่งจังหวะแล้วอัดเต็มแรง” ส่งบอลพุ่งเสียบมุมบนซ้าย—สกอร์หนีเป็น 2-0 และทำให้เกมของยูไนเต็ดกดดันหนักขึ้นทันที
  • 85’ (1-2) เบนยามิน เชชโก้: ยูไนเต็ดได้ประตูปลุกความหวังจากลูกตั้งเตะ เมื่อ บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดลูกเตะมุมโค้งเข้าเขตโทษ แล้วเชชโก้โหม่งกดลงพื้น บอลลอดมือสตีลเข้าไป—โอลด์ แทรฟฟอร์ดกลับมามีเสียงอีกครั้ง
  • 87’-89’ ดราม่าช่วงท้าย: เลซีย์โดนใบเหลืองก่อน (87’) แล้วมาได้ใบเหลืองที่สองจากพฤติกรรมโต้แย้ง/แสดงอาการไม่พอใจจนกลายเป็น ใบแดงนาที 89 ทำให้ยูไนเต็ดเหลือ 10 คนในช่วงไล่ตีเสมอ—จังหวะเร่งสุดท้ายจึงยิ่งยากกว่าเดิม
  • ช่วงทดเวลา ยูไนเต็ดพยายามโยนยาวและเล่นบอลสอง โดยเฉพาะการเติมขึ้นมาของแนวรับ แต่ไบรท์ตันเอาตัวรอดได้จนจบเกม

รายชื่อผู้เล่นตัวจริง + การเปลี่ยนตัว (ภาษาไทย)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ตัวจริง)

เซนเน่ ลัมเมนส์; ดิโอโก้ ดาโลต์, เลนี โยโร่, ลิซานโดร มาร์ติเนซ (ออก 79’), แพทริก ดอร์กู; มานูเอล อูการ์เต้ (ออก 79’), ค็อบบี้ เมนู (ออก 62’); เมสัน เมาท์ (ออก 62’), บรูโน่ แฟร์นันด์ส (กัปตัน), มาเตอุส คุนญ่า; เบนยามิน เชชโก้

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • 62’ เชีย เลซีย์ แทน ค็อบบี้ เมนู
  • 62’ โจชัว เซิร์กซี แทน เมสัน เมาท์
  • 79’ แฮร์รี แม็กไกวร์ แทน ลิซานโดร มาร์ติเนซ
  • 79’ คาเซมิโร่ แทน มานูเอล อูการ์เต้

ไบรท์ตัน (ตัวจริง)

เจสัน สตีล; โยเอล เฟลท์มัน (ออก 77’), ดีเอโก้ ค็อปโปลา, โอลิวิเยร์ บอสกาญี, แฟร์ดี คาดิโอกลู; แจ็ค ฮินเชลวูด, ปาสกาล กรอส; บรายาน กรูดา (ออก 90+2’), จอร์จินิโอ รุตแตร์ (ออก 83’), ดิเอโก้ โกเมซ (ออก 77’); แดนนี เวลเบ็ค (กัปตัน) (ออก 78’)

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • 77’ ยาน พอล ฟาน เฮคเค่ แทน โยเอล เฟลท์มัน
  • 77’ ยาซิน อายารี่ แทน ดิเอโก้ โกเมซ
  • 78’ คาโอรุ มิโตมะ แทน แดนนี เวลเบ็ค
  • 83’ คาราลัมพอส คอสตูลา แทน จอร์จินิโอ รุตแตร์
  • 90+2’ ทอม วัตสัน แทน บรายาน กรูดา

ใบเหลือง-ใบแดง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

  • ใบเหลือง: ค็อบบี้ เมนู (60’), เชีย เลซีย์ (87’), แฮร์รี แม็กไกวร์ (90+3’)
  • ใบแดง: เชีย เลซีย์ (89’) – สองใบเหลือง

ไบรท์ตัน

  • ใบเหลือง: คาราลัมพอส คอสตูลา (90+3’)


สถิติสำคัญหลังเกม

รายการ แมนยูไนเต็ด ไบรท์ตัน
ครองบอล 59.5% 40.5%
ยิงทั้งหมด 19 13
ยิงเข้ากรอบ 8 4
เตะมุม 6 1
ใบเหลือง 2 1
เซฟ 1 7

อ่านจากสถิติแล้วภาพเกมชัด: ยูไนเต็ดครองบอลและยิงเยอะกว่า แต่ไบรท์ตัน “คมกว่า” และได้เกมเซฟของผู้รักษาประตูช่วยไว้หลายครั้ง (สตีลเซฟรวมสูง)


บทวิเคราะห์บอลหลังเกม (ทำไมแมนยูแพ้ ทั้งที่บุกเยอะกว่า)

1) เกมตัดสินกันที่ “ความเด็ดขาดในเขตโทษ”

ยูไนเต็ดมีช่วงเปิดเกมดี แต่จังหวะสุดท้ายไม่เฉียบพอ ขณะที่ไบรท์ตันได้โอกาสแบบชัด ๆ แล้วเปลี่ยนเป็นประตูทั้งจากบอลเด้งหน้าปาก (กรูดา) และการจบสกอร์คุณภาพสูง (เวลเบ็ค)

2) ไบรท์ตันยืนทรงรับ-สวนได้มีวินัย และใช้กรูดาเป็น “คีย์แมน” เกมรุก

เกมนี้กรูดาไม่ใช่แค่คนยิงนำ แต่ยังเป็นคนแอสซิสต์ประตูที่สอง ทำให้ทุกครั้งที่ไบรท์ตันพาบอลขึ้นหน้า ยูไนเต็ดต้องระวังการขยับของเขาในพื้นที่ครึ่งช่องอย่างมาก

3) ใบแดงของเลซีย์ “ดับโมเมนตัมไล่ตีเสมอ” ช่วงท้าย

หลังเชชโก้ไล่มา 1-2 เกมกำลังจะเข้าช่วงเดือด แต่การเหลือ 10 คนในนาที 89 ทำให้การไล่บี้ท้ายเกมของยูไนเต็ดเสียรูป ขึ้นเกมยากขึ้น และลดจำนวนผู้เล่นที่คอยเก็บบอลสอง/รีบาวด์หน้าเขตโทษ


ดาวเด่นของเกม

บรายาน กรูดา (ไบรท์ตัน)

  • 1 ประตู + 1 แอสซิสต์ มีส่วนร่วมโดยตรงกับทั้งสองประตู “คนเปลี่ยนเกมตัวจริง”

แดนนี เวลเบ็ค (ไบรท์ตัน)

  • ยิงประตูสำคัญหนีเป็น 2-0 และเล่นได้คมกริบในช่วงที่เกมอึดอัด

เบนยามิน เชชโก้ (แมนยูไนเต็ด)

  • โหม่งไล่มา 1-2 ทำให้เกมมีลุ้นช่วงท้าย และเป็น “จุดจบสกอร์” ที่ยูไนเต็ดพยายามหาในเกมนี้


สรุปสถานการณ์หลังเกม

  • ไบรท์ตัน: ผ่านเข้าสู่ เอฟเอ คัพ รอบ 4 และยังต่อยอดสถิติผลงานช่วงหลังที่เล่นกับยูไนเต็ดได้ดีมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ตกรอบเอฟเอ คัพ รอบ 3 แบบเจ็บแสบ เพราะรูปเกมไม่ถึงกับโดนข่ม แต่ “แพ้ความคม” และมีใบแดงช่วงท้ายซ้ำเติม

โปรแกรมถัดไปที่เกี่ยวข้อง (เอฟเอ คัพ)

การจับสลากรอบ 4

ไบรท์ตันจะรอจับสลาก เอฟเอ คัพ รอบ 4 (จัดที่แอนฟิลด์ ก่อนเกม ลิเวอร์พูล–บาร์นสลีย์) โดยสื่ออังกฤษรายงานว่าจะเริ่มราวช่วงเย็นวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น

สมัครสมาชิก BB3100 เพื่อติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ เว็บพนันออนไลน์ คาสิโน พนันฟุตบอล หวย สล็อต พร้อมให้บริการเกี่ยวกับ ข่าวสารกีฬา สรุปผลฟุตบอล และความบันเทิงอีกมากมาย

Share the Post: