ผลบอล เวสต์แฮม 1-2 น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ | สรุปผลบอลพรีเมียร์ลีก 7 ม.ค. 2026 กิ๊บบ์ส-ไวต์ยิงจุดโทษท้ายเกม
เวสต์แฮมขึ้นนำจาก มูรีโยทำเข้าประตูตัวเอง (น.13) แต่ครึ่งหลังน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์เร่งเครื่องตีเสมอจาก นิโกลัส โดมิงเกซ (น.55) ก่อนมาได้จุดโทษดราม่านาที 89 และ มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวต์ สังหารไม่พลาด พาฟอเรสต์บุกชนะ 2-1 ที่ลอนดอน สเตเดียม เกมนี้มีประเด็น VAR ทั้งประตูที่เวสต์แฮมโดนริบล้ำหน้า และจังหวะจุดโทษที่เจ้าถิ่นโวยหนัก
รายการ / วันเวล
ข้อมูลการแข่งขัน
า / สนาม / ผู้ตัดสิน
- รายการ: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26
- วันเวลาแข่งขัน: พุธ 7 ม.ค. 2026 | 03:00 น. (เวลาไทย)
- ตรงกับ อังคาร 6 ม.ค. 2026 | 20:00 น. (เวลาอังกฤษ)
- สนาม: ลอนดอน สเตเดียม
- ผู้ตัดสิน: โทนี แฮร์ริงตัน (ตามข้อมูลแมตช์)
สกอร์จบเกม
-
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-2 น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
ผู้ทำประตู
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
-
13’ | 1-0 มูรีโย (ทำเข้าประตูตัวเอง) — จากจังหวะเตะมุมและการสะกิดเปลี่ยนทางก่อนบอลโดนมูรีโยเข้าประตู
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
- 55’ | 1-1 นิโกลัส โดมิงเกซ (แอสซิสต์: เอลเลียต แอนเดอร์สัน จากเตะมุม)
- 89’ | 1-2 มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวต์ (จุดโทษ) — VAR ยืนยันให้จุดโทษหลังจังหวะปะทะกับ อัลฟงส์ อาเรโอลา
ใบเหลือง / วินัยเกม
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (3 ใบเหลือง)
- 61’ ฌอง-แกลร์ โตดิโบ
- 90+4’ ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส
- 90+6’ คอนสแตนตินอส มาฟโรปานอส
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
-
0 ใบเหลือง (ตามสถิติการแข่งขัน)
รายชื่อ 11 ตัวจริง และการเปลี่ยนตัว (ภาษาไทย)
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
11 ตัวจริง
อัลฟงส์ อาเรโอลา; ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส, คอนสแตนตินอส มาฟโรปานอส, ฌอง-แกลร์ โตดิโบ, โอลิเวอร์ สคาร์ลส์; โทมัส ซูเช็ค, มาเตอุส แฟร์นานเดส; จาร์ร็อด โบเวน (กัปตัน), ลูคัส ปาเกต้า, คริเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์; วาเลนติน “ตาตี” กัสเตยานอส
เปลี่ยนตัว
- 63’ ปาโบล ลงแทน ลูคัส ปาเกต้า
- 63’ เอซรา เมเยอร์ส ลงแทน โอลิเวอร์ สคาร์ลส์
- 80’ เฟร็ดดี พ็อตส์ ลงแทน มาเตอุส แฟร์นานเดส
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
11 ตัวจริง
มัตซ์ เซลส์; โอลา ไอน่า, นิโคลา มิเลนโควิช, มูรีโย, เนโก้ วิลเลียมส์; เอลเลียต แอนเดอร์สัน, นิโกลัส โดมิงเกซ; โอมาริ ฮัตชินสัน, มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวต์ (กัปตัน), คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย; อิกอร์ ดา ครูซ
เปลี่ยนตัว
- 45’ ดีแลน บักวา ลงแทน โอมาริ ฮัตชินสัน
- 90’ โมราโต ลงแทน ดีแลน บักวา
รายละเอียดเกมแบบเจาะลึก
ครึ่งแรก: เวสต์แฮมขึ้นนำเร็วจาก OG แต่เกมยัง “ไม่นิ่ง”
13’ เวสต์แฮมได้เฮจากมูรีโยทำเข้าประตูตัวเอง
เกมเปิดมาเวสต์แฮมได้ลูกตั้งเตะและขึ้นนำจากจังหวะที่บอลไปโดน มูรีโย เปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง นาที 13 กลายเป็น 1-0 และเหมือนจะเป็นการปลดล็อกความกดดันของทีมเจ้าถิ่นในเกมสำคัญแบบนี้
โครงสร้างเกมครึ่งแรก
- เวสต์แฮมพยายามคุมจังหวะด้วยบอลจากแดนกลาง โดยมี โทมัส ซูเช็ค ช่วยชนะบอลกลางอากาศ/บอลสอง และให้ โบเวน กับ ซัมเมอร์วิลล์ ใช้ความเร็วโจมตีด้านข้าง
- ฟอเรสต์เน้นตั้งรับเป็นบล็อก แล้วรอจังหวะเล่นจากเตะมุม/ลูกนิ่ง (ซึ่งสุดท้ายเป็นอาวุธสำคัญของเขาในครึ่งหลัง)
ครึ่งหลัง: VAR ริบ 2-0 แล้วฟอเรสต์ค่อย ๆ เอาคืนจนแซงชนะ
52’ จุดเปลี่ยนแรก — เวสต์แฮมโดน VAR ริบประตู (ล้ำหน้า)
ช่วงต้นครึ่งหลัง เวสต์แฮมมีจังหวะที่ “เกือบ” หนีเป็น 2-0 แต่ถูกจับล้ำหน้า (มีการตรวจ VAR) ทำให้โมเมนตัมที่กำลังจะเทไปทางเจ้าถิ่นสะดุดทันที
55’ 1-1 — โดมิงเกซโหม่งจากเตะมุม (แอนเดอร์สันแอสซิสต์)
ฟอเรสต์ไม่ปล่อยให้เกมไหลตามแผนเวสต์แฮม น.55 ได้เตะมุมและทำได้จริง: เอลเลียต แอนเดอร์สัน เปิดจากลูกนิ่งให้ นิโกลัส โดมิงเกซ โหม่งตีเสมอ 1-1 เกมกลับมาเปิดใหม่เต็มรูปแบบ
63’ เวสต์แฮมแก้เกมสองตำแหน่งรวด
หลังเสียประตู เวสต์แฮมปรับเกมด้วยการเปลี่ยนตัวพร้อมกัน (ถอดปาเกต้าและสคาร์ลส์) เพื่อเพิ่มความสดและความดุดันในการขึ้นเกม แต่เกมโดยรวมเริ่มตึง—ยิ่งเล่นยิ่งกลายเป็น “ใครพลาดก่อน แพ้”
89’ จุดเปลี่ยนสุดท้าย — จุดโทษดราม่า VAR และกิ๊บบ์ส-ไวต์ปิดบัญชี
จังหวะตัดสินเกมเกิดช่วงท้าย เมื่อฟอเรสต์ได้บอลยาวเข้าเขตโทษและเกิดการปะทะกับผู้รักษาประตู อัลฟงส์ อาเรโอลา ก่อน VAR ตัดสินให้เป็นจุดโทษ และ มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวต์ ยิงเข้าไปนาที 89 เป็น 2-1 ท่ามกลางเสียง اعتراضของเจ้าถิ่น (ซูเช็คถึงกับออกมาวิจารณ์หลังเกมว่า “เป็นเรื่องตลก”)
สถิติสำคัญ
ตัวเลขภาพรวม (สะท้อนว่าเกมสูสี แต่ฟอเรสต์คมกว่าในจังหวะชี้ขาด)
| รายการ | เวสต์แฮม | ฟอเรสต์ |
|---|---|---|
| ครองบอล | 47.2% | 52.8% |
| ยิงทั้งหมด | 14 | 13 |
| ยิงเข้ากรอบ | 3 | 5 |
| เตะมุม | 6 | 5 |
| ใบเหลือง | 3 | 0 |
| เซฟ | 3 | 3 |
อ่านเกมจากสถิติ: เวสต์แฮมยิงมากกว่าเล็กน้อย แต่ฟอเรสต์ยิงเข้ากรอบมากกว่า และทั้งสองประตูของทีมเยือนมาจาก “ลูกนิ่ง + จังหวะ VAR จุดโทษ” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกมหนีตกชั้นมักตัดสินกันจริง ๆ
บทวิเคราะห์บอลหลังเกม
เวสต์แฮม: ขึ้นนำก่อน แต่ “โดนตัดโมเมนตัม” จาก 2 เหตุการณ์ใหญ่
1) ประตูที่โดนริบทำให้เกมที่ควรจะหนี…กลายเป็นเปิด
ถ้าเวสต์แฮมได้ 2-0 เกมจะเข้าทางทันที เพราะสามารถถอยคุมพื้นที่และเล่นสวนกลับ แต่พอประตูถูกริบ เกมยังค้างอยู่ที่ 1-0 และพอฟอเรสต์ตีเสมอเร็วในอีกไม่กี่นาทีถัดมา ทุกอย่างกลับมาเริ่มใหม่แบบยากกว่าเดิม
2) จุดโทษท้ายเกม: ผลลัพธ์ “หนัก” ต่อสภาพจิตใจและตารางคะแนน
นอกจากเสียประตูแพ้แล้ว เกมนี้ยังทำให้เวสต์แฮมยืดสถิติ ไม่ชนะในลีก 10 นัดติด และสถานการณ์หนีตกชั้นอึดอัดมากขึ้น ตามรายงานหลังเกมเวสต์แฮมมี 14 แต้มจาก 21 นัด
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์: เกมรับมีวินัย + ลูกนิ่งและความนิ่งของกัปตันพาทีมรอด
1) “เตะมุม” คืออาวุธที่พังแนวรับเวสต์แฮม
ประตูตีเสมอของโดมิงเกซมาจากลูกเตะมุมแบบตรงสูตร และช่วยให้ฟอเรสต์กลับมามีความมั่นใจทันทีหลังโดนกดช่วงแรกครึ่งหลัง
2) กิ๊บบ์ส-ไวต์: ความนิ่งจากจุดโทษในเกมกดดันสูง
เกมประเภทนี้ “โอกาสทอง” มักมีไม่เยอะ พอได้จุดโทษนาที 89 แล้วกดเข้าไปแบบไม่พลาด นั่นคือการปิดเกมระดับผู้นำทีม และเป็นสามแต้มที่ช่วยให้ฟอเรสต์ ขยับห่างโซนตกชั้น 7 แต้ม ตามรายงานหลังเกม
ดาวเด่นของเกม
มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวต์ (ฟอเรสต์)
-
ยิงจุดโทษชัยชนะนาที 89 ในเกมกดดันสุด ๆ และเป็นคนถูกปะทะในจังหวะจุดโทษ
นิโกลัส โดมิงเกซ (ฟอเรสต์)
-
โหม่งตีเสมอจากเตะมุม เปลี่ยนทิศทางเกมให้ทีมเยือนกลับมาอยู่ในทางที่ต้องการ
มูรีโย (ฟอเรสต์)
-
แม้ทำเข้าประตูตัวเองตั้งแต่ครึ่งแรก แต่ยังยืนเกมรับต่อจนจบ และทีมกลับมาชนะได้—สะท้อนความแข็งแกร่งด้านสภาพจิตใจของฟอเรสต์ในเกมหนีตกชั้น
สรุปสถานการณ์หลังเกม
ตารางคะแนน/แต้ม (โฟกัส “หนีตกชั้น”)
- รายงานหลังเกมระบุว่า ฟอเรสต์เก็บชัยชนะสำคัญเพื่อขยับหนีโซนตกชั้นเป็น 7 แต้ม และมี 21 แต้มจาก 21 นัด
- เวสต์แฮมยังอยู่ในโซนอันตรายด้วย 14 แต้มจาก 21 นัด และผลงานไม่ชนะในลีกต่อเนื่องทำให้แรงกดดันเพิ่มขึ้นอีก






