ผลบอล เลสเตอร์ 2-1 เวสต์บรอม | สรุปผลบอลแชมเปี้ยนชิพ 6 ม.ค. 2026 ฟาตาวู 90+4 ซัดชัย
เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 2-1 ศึกแชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ (แข่งคืนวันที่ 6 ม.ค. เวลาไทย) โดย จอร์แดน อายิว ยิงให้เจ้าถิ่นนำก่อนนาที 18 ก่อน คาร์แลน อาฮาน-แกรนท์ ตีเสมอนาที 34 และเกมทำท่าจะจบเสมอจนถึงช่วงท้าย แต่ อับดุล ฟาตาวู อิสซาฮากู ซัดประตูชัยนาที 90+4 จากการเปิดของ สเตฟี มาวิดิดี ช่วย “จิ้งจอกสยาม” เก็บ 3 แต้มแบบสุดดราม่า
แม้เกมนี้เลสเตอร์จะไม่ได้ครองความได้เปรียบเชิงสถิติทุกด้าน และโดนเวสต์บรอมเร่งกดดันหนักในครึ่งหลัง แต่สุดท้าย “จังหวะเดียวที่เฉียบคม” ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บก็กลายเป็นตัวตัดสินเกม—ลูกวอลเลย์สุดสวยของ อับดุล ฟาตาวู อิสซาฮากู นาที 90+4 ส่งให้เจ้าถิ่นชนะ 2-1 พร้อมบรรยากาศในสนามที่ถูกพูดถึงไม่น้อยจาก “พื้นที่ว่างจำนวนมาก” หลังมีการรณรงค์งดเข้าชมของแฟนบอลบางส่วน
ข้อมูลการแข่งขัน
รายการ / นัดที่ / วันเวลาแข่งขัน
- รายการ: อีเอฟแอล แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26
- นัดที่: รอบที่ 26
- วันเวลาแข่งขัน: อังคาร 6 มกราคม 2026 | 03:00 น. (เวลาไทย)
- เทียบเวลาอังกฤษ: จันทร์ 5 มกราคม 2026 | 20:00 น.
สนาม / ผู้ชม / ผู้ตัดสิน
- สนาม: คิง เพาเวอร์ สเตเดียม
- ผู้ชม: 27,130 คน
- ผู้ตัดสิน: สตีเฟน มาร์ติน
สกอร์และผู้ทำประตู
รายชื่อผู้ทำประตู
-
เลสเตอร์ ซิตี้
-
จอร์แดน อายิว 18’ (แอสซิสต์: จอร์แดน เจมส์)
-
อับดุล ฟาตาวู อิสซาฮากู 90+4’ (แอสซิสต์: สเตฟี มาวิดิดี)
-
-
เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน
-
คาร์แลน อาฮาน-แกรนท์ 34’ (แอสซิสต์: อเล็กซ์ โมวัตต์)
-
ใบเหลือง
-
เลสเตอร์: ฮัมซา เชาด์ห์รี 77’
รายละเอียดการแข่งขัน (เล่าเกมแบบเต็ม)
ครึ่งแรก: เลสเตอร์คมก่อน—เวสต์บรอมไม่ถอย ตีเสมอไว
ภาพรวม 15 นาทีแรกเป็นเกมที่ทั้งสองทีมยังเชิงกัน เลสเตอร์พยายามขึ้นเกมด้วยโครงสร้าง 4-2-3-1 และใช้ความเร็ว/การเลี้ยงกินตัวของ ฟาตาวู กับการวิ่งสอดของแนวรุกเพื่อเจาะด้านข้าง ส่วนเวสต์บรอมตั้งบล็อกกลางค่อนข้างแน่น และรอจังหวะสวนกลับโดยใช้บอลไปพื้นที่ปีกให้ ไมกี จอห์นสตัน ช่วยพาเกมขึ้นหน้า
18’ (1-0): อายิวปลดล็อกให้เจ้าถิ่น
เลสเตอร์มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ จอร์แดน เจมส์ ทำแอสซิสต์ให้ จอร์แดน อายิว จบสกอร์เป็น 1-0 ซึ่งทำให้เกม “เปิด” มากขึ้นทันที เพราะเวสต์บรอมต้องขยับสูงเพื่อทวงประตูคืน 34’ (1-1): แกรนท์ตีเสมอ—โมวัตต์จ่ายให้จบ
เวสต์บรอมตอบโต้ได้ดีและตีเสมอในนาที 34 เมื่อ อเล็กซ์ โมวัตต์ จ่ายให้ คาร์แลน อาฮาน-แกรนท์ ยิงเป็น 1-1 ทำให้ช่วงท้ายครึ่งแรกกลายเป็นเกมที่ทีมเยือนเริ่มมีความมั่นใจและกล้าเล่นมากขึ้น
ครึ่งหลัง: เวสต์บรอมกดดันหนัก—สโตลาร์ชิกเซฟช่วยชีวิต ก่อนฟาตาวูปิดบัญชีท้ายเกม
ครึ่งหลังเวสต์บรอมเป็นฝ่าย “เร่งเครื่อง” ชัดเจน จำนวนโอกาสยิงเข้ากรอบของทีมเยือนสูงกว่า และมีช่วงเวลาที่เลสเตอร์ต้องถอยต่ำเพื่อประคองเกม โดยรายงานการแข่งขันระบุว่าเลสเตอร์รอดพ้นจากแรงกดดันในครึ่งหลังได้เพราะ ยาคุบ สโตลาร์ชิก เซฟหลายครั้ง รวมถึงมีจังหวะที่คาน/เสาช่วยไว้ด้วย
ช่วงเปลี่ยนเกม: การเปลี่ยนตัวนาที 70 ของเลสเตอร์
เลสเตอร์ปรับหมากสำคัญพร้อมกัน 2 ตำแหน่งในนาที 70
- ส่ง หลุยส์ เพจ ลงแทน บ็อบบี เด คอร์โดวา-รีด
- ส่ง สเตฟี มาวิดิดี ลงแทน เจเรมี มองกา
การเปลี่ยนตัวนี้เพิ่ม “ความสด” และความเร็วในการโจมตีด้านข้าง โดยเฉพาะมาวิดิดีที่กลายเป็นคนแอสซิสต์ประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
72’ เวสต์บรอมเปลี่ยนหน้าเป้าเพิ่มพลังบุก
เวสต์บรอมส่ง จอช มายา ลงแทน อันเดรียส เฮ็กเกอเบอ ในนาที 72 เพื่อเพิ่มความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้าย
80’ เลสเตอร์ส่งดากาลง—หวังสปีดสวนกลับ
เลสเตอร์ส่ง แพ็ตสัน ดากา ลงแทน จอร์แดน อายิว ในนาที 80 เพื่อเน้นจังหวะสวนกลับและการวิ่งฉีกแนวรับช่วงท้ายเกม
90+4’ (2-1): ฟาตาวูวอลเลย์ประตูชัย—มาวิดิดีเปิดให้ “ช็อตเดียวจบ”
ขณะที่เกมกำลังจะจบด้วยผลเสมอ เลสเตอร์มาได้จังหวะสำคัญที่สุดของเกม: สเตฟี มาวิดิดี เปิดบอลให้ อับดุล ฟาตาวู อิสซาฮากู เข้าทำและยิงเป็นประตูชัยนาที 90+4 ปิดเกม 2-1 แบบสุดเจ็บสำหรับเวสต์บรอม และสุดสะใจสำหรับฝั่งเจ้าถิ่น
รายชื่อผู้เล่นตัวจริงและการเปลี่ยนตัว (ครบตามเกม)
เลสเตอร์ ซิตี้
11 ตัวจริง
ยาคุบ สโตลาร์ชิก; ริคาร์โด เปเรรา (กัปตัน), คาเล็บ โอโคลี, เบน เนลสัน, ฮัมซา เชาด์ห์รี; จอร์แดน เจมส์, โอลิเวอร์ สคิปป์; อับดุล ฟาตาวู อิสซาฮากู, บ็อบบี เด คอร์โดวา-รีด, เจเรมี มองกา; จอร์แดน อายิว
ตัวสำรองที่ลงสนาม
-
70’ หลุยส์ เพจ แทน บ็อบบี เด คอร์โดวา-รีด
-
70’ สเตฟี มาวิดิดี แทน เจเรมี มองกา
-
80’ แพ็ตสัน ดากา แทน จอร์แดน อายิว
เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน
11 ตัวจริง
จอช กริฟฟิธส์; จี แคมป์เบลล์, นาธาเนียล ฟิลลิปส์, คริส เมแฟม, คัลลัม สไตล์ส; เจสัน โมลัมบี, อเล็กซ์ โมวัตต์ (กัปตัน); ไอแซก ไพรซ์, ไมกี จอห์นสตัน, คาร์แลน อาฮาน-แกรนท์; อันเดรียส เฮ็กเกอเบอ
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- 72’ จอช มายา แทน อันเดรียส เฮ็กเกอเบอ
- 79’ อุสมาน ดิอากีเต แทน อเล็กซ์ โมวัตต์
- 79’ ซามูเอล อิลิง-จูเนียร์ แทน ไอแซก ไพรซ์
สถิติสำคัญของเกม
ภาพรวมสถิติหลัก
- ครองบอล: เลสเตอร์ 46.8% | เวสต์บรอม 53.2%
- ยิงทั้งหมด: เลสเตอร์ 11 | เวสต์บรอม 16
- ยิงเข้ากรอบ: เลสเตอร์ 3 | เวสต์บรอม 8
- เตะมุม: เลสเตอร์ 4 | เวสต์บรอม 4
- เซฟ: เลสเตอร์ 6 | เวสต์บรอม 1
- ใบเหลือง: เลสเตอร์ 1 | เวสต์บรอม 0
อ่านเกมจากสถิติ (ทำไมเลสเตอร์ชนะทั้งที่โดนยิงเข้ากรอบเยอะกว่า)
- เวสต์บรอม “สร้างโอกาสได้มากกว่า” แบบชัดเจน โดยเฉพาะจำนวนยิงเข้ากรอบ (8 ต่อ 3)
- แต่เลสเตอร์มี ผู้รักษาประตูเซฟเยอะ (6 ครั้ง) และ “คมในจังหวะชี้ขาด” ช่วงท้ายเกม—ซึ่งเป็นความต่างระหว่าง 1 แต้มกับ 3 แต้มในคืนแบบนี้
บทวิเคราะห์หลังเกม
เลสเตอร์: ชนะด้วยความเด็ดขาด + เปลี่ยนตัวถูกจังหวะ
- การปรับเกมรุกนาที 70 ด้วยการส่งมาวิดิดีลงมา ทำให้เลสเตอร์กลับมามี “ความเร็วและไอเดีย” ทางริมเส้น และสุดท้ายมาวิดิดีเป็นคนเปิดให้ฟาตาวูยิงประตูชัย
- แนวรับอาจถูกกดดันหนัก แต่การยืนตำแหน่งและการเซฟของสโตลาร์ชิกช่วยให้ทีมอยู่ในเกมได้จนถึงนาทีสำคัญ
เวสต์บรอม: เล่นดีช่วงครึ่งหลัง แต่จบไม่คม—โดนลงโทษท้ายเกม
- ทีมเยือนมีโอกาสเข้ากรอบหลายครั้งและกดดันต่อเนื่อง แต่เปลี่ยนเป็นประตูเพิ่มไม่ได้
- เมื่อเกมเดินเข้าสู่ช่วงทดเจ็บ ความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาที (ปล่อยให้มีพื้นที่เปิด/จบ) ก็พอให้เลสเตอร์ปิดบัญชีได้ทันที
ดาวเด่นของเกม (Standout Players)
อับดุล ฟาตาวู อิสซาฮากู (เลสเตอร์)
- ยิงประตูชัยนาที 90+4
- เป็นคนตัดสินผลการแข่งขันด้วยคุณภาพการจบสกอร์ “ช็อตเดียว”
สเตฟี มาวิดิดี (เลสเตอร์)
- ลงมาเป็นสำรองนาที 70 แล้วทำแอสซิสต์ให้ประตูชัย
- ช่วยเปลี่ยนมิติริมเส้นช่วงท้ายเกมอย่างชัดเจน
ยาคุบ สโตลาร์ชิก (เลสเตอร์)
-
จำนวนเซฟของเลสเตอร์สูง (6) สะท้อนว่าเจ้าถิ่นต้องรับงานหนัก และผู้รักษาประตูมีส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมไม่เสียประตูเพิ่ม
สรุปสถานการณ์บนตารางคะแนนหลังเกม
อันดับและแต้ม (หลังเตะ 26 นัด)
- เลสเตอร์ ซิตี้: แข่ง 26 | ชนะ 10 เสมอ 7 แพ้ 9 | 37 คะแนน
- เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน: แข่ง 26 | ชนะ 9 เสมอ 4 แพ้ 13 | 31 คะแนน






