ผลบอล แมนซิตี้ 3-2 ลีดส์ ยูไนเต็ด พรีเมียร์ลีก 29 พ.ย. 2025
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ออกนำลีดส์ ยูไนเต็ด 2-0 ตั้งแต่ครึ่งแรกจาก ฟิล โฟเด้น และโยสโก้ กวาร์ดิโอล ก่อนโดนลีดส์ฮึดสู้ตีเสมอ 2-2 จากโดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน และลูกัส เนเมชา แต่สุดท้ายโฟเด้นสวมบทฮีโร่ซัดประตูชัยนาที 90+1 พา “เรือใบสีฟ้า” เปิดเอติฮัดเฉือนชัย 3-2 ในพรีเมียร์ลีก คืนวันที่ 29 พฤศจิกายน 2025 รั้งรองจ่าฝูงห่างอาร์เซน่อล 4 แต้ม
ข้อมูลการแข่งขัน
- รายการแข่งขัน: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 นัดที่ 13
- วัน–เวลาแข่งขัน: เสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2025 | 22:00 น. ตามเวลาประเทศไทย (15:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นอังกฤษ)
- สนาม: เอติฮัด สเตเดียม, แมนเชสเตอร์
- ผลการแข่งขัน: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-2 ลีดส์ ยูไนเต็ด
ผู้ทำประตู
-
แมนฯ ซิตี้:
-
1-0 ฟิล โฟเด้น นาทีที่ 1
-
2-0 โยสโก้ กวาร์ดิโอล นาทีที่ 25
-
3-2 ฟิล โฟเด้น นาทีที่ 90+1
-
-
ลีดส์ ยูไนเต็ด:
-
2-1 โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน นาทีที่ 49
-
2-2 ลูกัส เนเมชา นาทีที่ 68 (ซ้ำจุดโทษ)
-
รายละเอียดการแข่งขัน
ครึ่งแรก: ซิตี้นำเร็ว 2-0 คุมเกมเบ็ดเสร็จ
เริ่มเกมได้ไม่ถึงนาที แมนฯ ซิตี้ก็ขึ้นนำทันทีจากการต่อบอลที่เป็นเอกลักษณ์ บอลไหลจากมาธิอุส นูเนส ทำชิ่งกับเพื่อน ก่อนเปิดเข้ากรอบเขตโทษให้ฟิล โฟเด้นหลุดเข้าไปดีดด้วยเท้าขวาแบบไม่ต้องจับ บอลลอยผ่านมือผู้รักษาประตูลีดส์ตุงตาข่าย กลายเป็นประตูนำ 1-0 และถือเป็นหนึ่งในประตูเปิดเกมที่เร็วที่สุดของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้Reuters+2ESPN.com+2
หลังขึ้นนำ ซิตี้ยังเดินหน้าบดอย่างต่อเนื่อง เกมรุกด้านข้างทำงานได้ดี ฟิล โฟเด้น กับ นิโก้ กอนซาเลซ และการเติมเกมของแบ็กสร้างปัญหาให้แนวรับทีมเยือนตลอด นาที 20 โฟเด้นเกือบทำประตูที่สองจากการโหม่งและยิงตามน้ำ แต่โดนบล็อกและเซฟเอาไว้ได้
นาทีที่ 25 เจ้าถิ่นมาบวกเพิ่มเป็น 2-0 จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา บอลเปิดมาเสาไกลและถูกโหม่งชงกลับเข้าใน ก่อนโยสโก้ กวาร์ดิโอลจะสอดเข้ามาแปจ่อ ๆ ระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือ เป็นลูกจากเซ็ตพีซที่ซ้อมมาดีและสะท้อนให้เห็นถึงการวางแท็กติกในลูกตั้งเตะของซิตี้
ตลอดครึ่งแรก ลีดส์แทบไม่มีโอกาสยิงตรงกรอบเลย เกมรุกถูกตัดจบตั้งแต่แดนกลาง ขณะที่ซิตี้ครองบอลและคุมพื้นที่ได้หมด ดูเหมือนเป็นเกมที่มุ่งหน้าไปสู่ชัยชนะสบาย ๆ ของเจ้าบ้านเมื่อจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 2-0
ครึ่งหลัง: ลีดส์ฮึดตีเสมอ ก่อนโฟเด้นปิดบัญชีทดเจ็บ
เริ่มครึ่งหลัง แดเนียล ฟาร์เคปรับหมากทันทีด้วยการส่งโดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน ลงมาเพิ่มมิติในแดนหน้า และการเปลี่ยนตัวนี้ก็เปลี่ยนรูปเกมอย่างเห็นได้ชัด ลีดส์เริ่มต่อบอลและกดดันแนวรับซิตี้ได้มากขึ้น
-
นาทีที่ 49 ลีดส์ตีไข่แตกเป็น 2-1 จากความผิดพลาดในแดนหลังของซิตี้ บอลถูกฉกกลางสนามและไหลเข้าช่องให้คัลเวิร์ต-เลวินหลุดเข้าเขตโทษ ก่อนยิงผ่านมือจานลุยจิ ดอนนารุมมาเข้าไปอย่างเฉียบคม จุดประกายความหวังให้ทีมเยือนกลับมาในเกม
-
นาทีที่ 68 ลีดส์ได้จุดโทษจากจังหวะที่คัลเวิร์ต-เลวินใช้ความแข็งแกร่งบังบอลในเขตโทษแล้วโดนทำฟาวล์ ผู้ตัดสินชี้ไปที่จุดโทษทันที ลูกัส เนเมชารับหน้าที่ยิง แม้ดอนนารุมมาจะพุ่งปัดลูกแรกได้ แต่บอลเด้งกลับมาเข้าทางเนเมชาให้ซ้ำดาบสองเข้าไปไม่เหลือ กลายเป็น 2-2 แบบช็อกฝั่งเจ้าบ้าน และโมเมนตัมเริ่มเทไปทางทีมเยือนอย่างชัดเจน
ช่วงระหว่างนาที 70–85 เกมเปิดแลกกันสนุก ซิตี้พยายามเร่งเกมกลับมาเป็นฝ่ายเก็บสามแต้มให้ได้ เป๊ป กวาร์ดิโอลาเลือกแก้เกมด้วยการส่งไรอัน แชร์กี และโอมัร มาร์มูชลงมาเติมความสดและความสร้างสรรค์ในเกมรุก ขณะที่ลีดส์ถอยมาตั้งรับแล้วรอโต้กลับเมื่อมีจังหวะ
สุดท้ายชัยชนะก็มาตัดสินกันในช่วงทดเวลาเจ็บ นาทีที่ 90+1 ซิตี้ต่อบอลกดดันหน้าเขตโทษ บอลถูกส่งออกไปทางกราบแล้วไหลย้อนเข้ามาหน้ากรอบเขตโทษให้ฟิล โฟเด้นจับแล้วกดเรียดด้วยซ้าย บอลพุ่งเสียบเสาอย่างเฉียบคม กลายเป็นประตู 3-2 ท่ามกลางเสียงเฮลั่นของแฟนเจ้าถิ่น และเป็นประตูที่สองของโฟเด้นในเกมนี้ด้วย
ช่วงทดเวลา 10 นาทีที่เหลือ ลีดส์พยายามยกบอลบอมบ์เข้าเขตโทษและใช้ลูกกลางอากาศกดดัน แต่แนวรับซิตี้รวมถึงสโตนส์และเพื่อนร่วมแผงหลังช่วยกันเคลียร์ทิ้งไว้ได้ จบเกมแมนฯ ซิตี้ชนะอย่างสุดระทึก 3-2
สถิติสำคัญของเกม
จากข้อมูลหลังจบการแข่งขัน
| รายการ | แมนฯ ซิตี้ | ลีดส์ ยูไนเต็ด |
|---|---|---|
| ครองบอล (%) | 61.6% | 38.4% |
| ยิงทั้งหมด (ครั้ง) | 18 | 9 |
| ยิงเข้ากรอบ (ครั้ง) | 9 | 4 |
| โอกาสจังหวะสำคัญ (Big chances) | 5 | 0 |
| เตะมุม (ครั้ง) | 8 | 1 |
| ผ่านบอลทั้งหมด | 558 | 349 |
| ความแม่นยำในการผ่านบอล | 88.2% | 77.1% |
| ฟาวล์ | 17 | 11 |
| ใบเหลือง | 4 | 0 |
| ใบแดง | 0 | 0 |
ตัวเลขสะท้อนชัดว่า ซิตี้ครองบอลและสร้างโอกาสมากกว่า แต่ลีดส์ใช้ความคมและความแข็งแกร่งของตัวสำรองอย่างคัลเวิร์ต-เลวิน กับเนเมชา ลงโทษความผิดพลาดในช่วงต้นครึ่งหลังได้เต็มที่
บทวิเคราะห์บอลหลังเกม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้: ชนะ แต่ยังมีสัญญาณน่าห่วง
-
ซิตี้เก็บสามแต้มสำคัญหลังแพ้ติดต่อกันมาก่อนหน้านี้ในลีก ผลงานเกมนี้ช่วยให้ทีมกลับมามั่นใจ และยังรักษาระยะห่างจากจ่าฝูงอาร์เซน่อลไว้ที่ 4 คะแนน ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์เต็มตัว
-
อย่างไรก็ตาม รูปเกมสะท้อนปัญหาเดิมคือ “การควบคุมเกมหลังนำห่าง” ครึ่งแรกคุมอยู่หมัด แต่มาเสียสมาธิและเปิดช่องให้โดนสวนกลับในครึ่งหลัง เป๊ปจึงยังมีการบ้านเรื่องความแน่นอนของเกมรับเมื่อทีมเล่นนำสบาย ๆ แล้วผ่อนเกมเร็วเกินไป
-
ฟิล โฟเด้น แสดงให้เห็นชัดว่าเป็นคนที่ทีมพึ่งได้ในเกมใหญ่และสถานการณ์กดดัน การยิงสองประตูแบบสำคัญทั้งเปิดหัวและปิดเกม ทำให้หลายสำนักยกให้เขาเป็นหนึ่งในเพลย์เมกเกอร์ตัวท็อปของลีกในเวลานี้
-
เออร์ลิง ฮาแลนด์ แม้ไม่มีชื่อทำประตูอีกนัด และหลังเกมยังมีภาพพูดคุยด้วยสีหน้าตึงเครียดกับเป๊ปข้างสนาม แต่ข้อมูลระบุว่าบทสนทนาจบลงด้วยท่าทีที่ยังอยู่ในโทนบวก ถือเป็นประเด็นน่าจับตาเรื่องสภาพจิตใจของกองหน้าตัวหลักที่ยิงไม่ได้หลายเกมติด
โดยรวมแล้ว ซิตี้ได้สิ่งที่ต้องการคือสามคะแนนและโมเมนตัมกลับมา แต่ฟอร์มเกมรับและการจัดการช่วงที่ถูกกดดันยังต้องปรับปรุง
ลีดส์ ยูไนเต็ด: แพ้แต่ได้ใจกองเชียร์
-
แม้ผลการแข่งขันจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ แต่ฟอร์มครึ่งหลังของลีดส์ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยม การเปลี่ยนตัวส่งคัลเวิร์ต-เลวินลงมาช่วยยกระดับทั้งการพักบอล การโหม่ง และการดึงจังหวะเกมรุก ทำให้แนวรับซิตี้ปั่นป่วนอย่างชัดเจน
-
การกลับมาจากตามหลัง 0-2 จนเสมอ 2-2 ที่เอติฮัด สะท้อนสปิริตทีมและความเชื่อของนักเตะว่าพวกเขาสามารถสู้กับทีมลุ้นแชมป์ได้ แม้สุดท้ายจะต้านไม่อยู่ในช่วงทดเวลาเจ็บก็ตาม
-
อย่างไรก็ตาม ในมุมของตารางคะแนน ลีดส์ยังอยู่ในโซนตกชั้น (อันดับ 18 มี 11 คะแนน) ทำให้ทุกคะแนนต่อจากนี้สำคัญมาก ฟอร์มแบบครึ่งหลังเกมนี้จะต้องถูกยกมาเป็นมาตรฐาน หากต้องการอยู่รอดบนลีกสูงสุดฤดูกาลนี้
ผู้เล่นเด่นของเกม
-
ฟิล โฟเด้น (แมนฯ ซิตี้)
ทำสองประตู (นาที 1 และ 90+1) เปิดและปิดเกมด้วยตัวเอง มีส่วนร่วมกับการขึ้นเกมรุกตลอด 90 นาที ทั้งการสร้างสรรค์โอกาสและการหาพื้นที่จบสกอร์ แบกภาระเกมรุกในวันที่กองหน้าตัวเป้าไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ดได้สมบูรณ์แบบ -
โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน (ลีดส์)
ลงมาในครึ่งหลังแล้วเปลี่ยนรูปเกมทันที ยิงประตูตีไข่แตก และเป็นคนเรียกจุดโทษให้ทีม ทำให้แนวรับซิตี้เสียสมดุลและต้องถอยลึกหลายครั้ง กลายเป็นหัวใจของการกลับมาสู้ในครึ่งหลังของลีดส์อย่างแท้จริง -
ลูกัส เนเมชา (ลีดส์)
ใจแข็งพอที่จะยิงซ้ำหลังจุดโทษลูกแรกโดนเซฟ ช่วยให้ทีมกลับมาเสมอ 2-2 ในช่วงที่โมเมนตัมเทไปทางทีมเยือนเต็มตัว แสดงให้เห็นถึงสภาพจิตใจและความนิ่งในจังหวะกดดัน -
โยสโก้ กวาร์ดิโอล (แมนฯ ซิตี้)
ทำประตูจากลูกเตะมุม และช่วยเติมเกมรุกทางซ้ายได้ดี แม้จะมีช่วงที่แนวรับทั้งทีมถูกกดดัน แต่โดยรวมยังเป็นหนึ่งในคนที่รักษามาตรฐานได้ดีตลอดทั้งเกม
สรุปสถานการณ์หลังเกม
-
แมนเชสเตอร์ ซิตี้:
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ซิตี้มี 25 คะแนนจาก 13 นัด ขยับอยู่รองจ่าฝูง ตามหลังอาร์เซน่อล 4 คะแนน รักษาเส้นทางลุ้นแชมป์ต่อไป และสำคัญมากในเชิงสภาพจิตใจหลังเพิ่งหลุดฟอร์มมาก่อนหน้านี้ -
ลีดส์ ยูไนเต็ด:
อยู่ในอันดับ 18 มี 11 คะแนนจาก 13 นัด ยังต้องดิ้นรนหนีตกชั้นเต็มตัว แต่ฟอร์มครึ่งหลังเกมนี้น่าจะทำให้แฟนบอลมองเห็นทิศทางเชิงบวก หากรักษาความดุดันและความเชื่อมั่นแบบนี้ได้ในเกมกับทีมระดับใกล้เคียงกัน โอกาสอยู่รอดยังเปิดอยู่แน่นอน






