ผลบอล แมนฯ ซิตี้ 10-1 เอ็กเซเตอร์ | สรุปเอฟเอ คัพ 10 ม.ค. 2026 เซเมนโยประเดิมยิง-ลูอิสเบิ้ล
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไล่ถล่มเอ็กเซเตอร์ ซิตี้ 10-1 ในเอฟเอ คัพ รอบ 3 (แข่ง 10 ม.ค. เวลา 22:00 น. ตามเวลาไทย) ที่เอติฮัด สเตเดียม เกมขาดตั้งแต่ครึ่งแรกก่อนนำ 4-0 จาก แม็กซ์ อัลลีย์น, โรดรี และสองประตูเข้าประตูตัวเองของทีมเยือน ครึ่งหลังซิตี้ยิงเพิ่มอีก 6 ลูก โดย ริโก ลูอิส เหมาสอง (49’, 90+1) และ อองตวน เซเมนโย กดประตูแรกกับทีมใหม่ (54’) ขณะที่เอ็กเซเตอร์ได้ปลอบใจท้ายเกมจาก จอร์จ เบิร์ช (90’)
ข้อมูลการแข่งขัน
- รายการ: เอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ อังกฤษ 2025/26 รอบ 3
- วัน-เวลาแข่งขัน: 10 ม.ค. 2026 | 22:00 น. (เวลาไทย)
- สนาม: เอติฮัด สเตเดียม (แมนเชสเตอร์)
- ผู้ตัดสิน: อดัม แฮร์ตเซ็ก | ผู้ตัดสินที่ 4: แซม มัลฮอลล์
- เกร็ดก่อนเตะ: เป๊ป กวาร์ดิโอลา ติดโทษแบน 1 นัด ทำให้ เป๊ป ไลน์เดอร์ส คุมทีมข้างสนามแทน และเกมนี้ซิตี้ทำสถิติ “ชนะขาดลอยในเอฟเอ คัพ” ระดับสโมสรอีกครั้ง (10-1)
สรุปสกอร์
-
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 10-1 เอ็กเซเตอร์ ซิตี้
ไทม์ไลน์ประตู
ครึ่งแรก: 4-0 ตั้งแต่ก่อนพัก—เกมแทบจบตั้งแต่ 45 นาทีแรก
- 12’ 1-0 แม็กซ์ อัลลีย์น — เอ็กเซเตอร์เคลียร์บอลไม่ขาด ซิตี้ปักหลักล้อมกรอบก่อนอัลลีย์นจิ้มเข้าไป (เป็นประตูชุดใหญ่ลูกแรกของเจ้าตัว)
- 24’ 2-0 โรดรี — ยิงไกลราว 25 หลาเสียบตาข่าย หลังจังหวะยิงของ อองตวน เซเมนโย โดนบล็อกเด้งกลับมาเข้าทาง
- 42’ 3-0 (เข้าประตูตัวเอง) เจค ดอยล์-เฮย์ส
- 45+2’ 4-0 (เข้าประตูตัวเอง) แจ็ก ฟิตซ์วอเตอร์ — เกมริมเส้น/ครอสของซิตี้ทำให้แนวรับเอ็กเซเตอร์สกัดผิดเหลี่ยม กลายเป็นออโตโกล์อีกลูกก่อนหมดครึ่งแรก
ครึ่งหลัง: ซิตี้เดินหน้าต่อ—ลูอิสเบิ้ล, เซเมนโยประเดิมสกอร์
- 49’ 5-0 ริโก ลูอิส — วอลเลย์เข้าไปจากบอลครอสของ เซเมนโย
- 54’ 6-0 อองตวน เซเมนโย — หลุดไปยิงผ่าน โจเซฟ วิตเวิร์ธ เข้าไป เป็นประตูแรกกับแมนฯ ซิตี้ และได้แอสซิสต์จาก ราย็อง แชร์กี
- 71’ 7-0 ทิยานี ไรย์นเดอร์ส — ปั่นโค้งจากหน้าเขตโทษ โดย เฌเรมี โดกู ทำแอสซิสต์
- 79’ 8-0 นีโก โอไรลีย์ — โหม่งเข้าไปจากครอสของ ริโก ลูอิส
- 86’ 9-0 ไรอัน แม็กไอดู — ซัดจากนอกกรอบ/ระยะทำการ โดยมี ดีไวน์ มูคาซา แอสซิสต์
- 90’ 9-1 จอร์จ เบิร์ช (เอ็กเซเตอร์) — ยิงปลอบใจสุดสวยช่วงท้ายเกม โดยมี เจค ดอยล์-เฮย์ส แอสซิสต์
- 90+1’ 10-1 ริโก ลูอิส — ซัดปิดกล่องช่วงทดเวลา และ เฌเรมี โดกู ทำแอสซิสต์อีกครั้ง
รายชื่อผู้เล่นตัวจริง และการเปลี่ยนตัว (ภาษาไทย)
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (ตัวจริง)
เจมส์ แทรฟฟอร์ด; ริโก ลูอิส, อับดุโกดีร์ ฮูซานอฟ, แม็กซ์ อัลลีย์น, เนธาน อาเก; โรดรี (กัปตัน); ไรอัน แม็กไอดู, ราย็อง แชร์กี, ทิยานี ไรย์นเดอร์ส, อองตวน เซเมนโย; เออร์ลิง ฮาลันด์
ตัวสำรองที่ลงเล่น
- 45’ นีโก โอไรลีย์ แทน เนธาน อาเก
- 45’ ดีไวน์ มูคาซา แทน โรดรี
- 45’ สตีเฟน มฟูนิ แทน เออร์ลิง ฮาลันด์
- 64’ เฌเรมี โดกู แทน อองตวน เซเมนโย
- 64’ แบร์นาร์โด ซิลวา แทน แม็กซ์ อัลลีย์น
หมายเหตุ: เกมนี้ซิตี้ “โรเตชันหนักแต่ยังจัดตัวจริงโหด” และเดินเกมกดดันต่อเนื่องจนยิงถึง 10 ลูก
เอ็กเซเตอร์ ซิตี้ (ตัวจริง)
โจเซฟ วิตเวิร์ธ; เอ็ด เทิร์นส์, แจ็ก ฟิตซ์วอเตอร์, ลูกา วูดเฮาส์; อิลมาริ นิสกาเนน, เจค ดอยล์-เฮย์ส (กัปตัน), อีธาน ไบรเออร์ลีย์, เลียม โอคส์; รีซ โคล, แจ็ก ไอทชิสัน; เจย์เดน แวร์แฮม
ตัวสำรองที่ลงเล่น
- 45’ จอช มาเกนนิส แทน เจย์เดน แวร์แฮม
- 59’ คาร์ลอส เมนเดส โกเมส แทน รีซ โคล
- 59’ อากีล ฮิกกินส์ แทน แจ็ก ไอทชิสัน
- 82’ เอ็ดเวิร์ด ฟรานซิส แทน อีธาน ไบรเออร์ลีย์
- 82’ จอร์จ เบิร์ช แทน เลียม โอคส์
ใบเหลือง
-
81’ ลูกา วูดเฮาส์ (เอ็กเซเตอร์)
สถิติสำคัญหลังเกม
| รายการ | แมนฯ ซิตี้ | เอ็กเซเตอร์ |
|---|---|---|
| ครองบอล | 72% | 28% |
| ยิงทั้งหมด | 21 | 7 |
| ยิงเข้ากรอบ | 10 | 2 |
| เตะมุม | 7 | 3 |
| ฟาวล์ | 8 | 10 |
| ใบเหลือง | 0 | 1 |
| เซฟ | 1 | 2 |
บทวิเคราะห์บอลหลังเกม (เจาะแท็กติก + จุดเปลี่ยน)
1) “โรดรีคุมจังหวะ” + เพรสสูงตั้งแต่นาทีแรก = เอ็กเซเตอร์ตั้งเกมไม่ได้
ซิตี้ออกสตาร์ตด้วยการเพรสสูง บีบให้เอ็กเซเตอร์ต้องเคลียร์ยาวบ่อยครั้ง พอบอลเด้งกลับมา ซิตี้ก็ปักหลักล้อมกรอบใหม่ทันที เกมจึงไหลไปทางเดียว จนประตูแรก (12’) เกิดจากจังหวะที่ทีมเยือนเคลียร์ไม่ขาดในพื้นที่อันตราย
2) ครึ่งแรกสองออโตโกล์ “ตอกฝาโลง” — ความกดดันทำให้แนวรับพังเอง
การโดนยิงต่อเนื่อง + ต้องรับลูกครอส/บอลสองตลอด ทำให้เอ็กเซเตอร์เสียสมาธิและสกัดผิดเหลี่ยมสองครั้งติด (42’, 45+2’) ส่งผลให้สกอร์ครึ่งแรกกลายเป็น 4-0 และเกมแทบปิดตั้งแต่นั้น
3) เซเมนโย “ตัวเร่งสปีดเกมริมเส้น” และลูอิส “อินเวิร์ตเข้ากลางแล้วเติมจบ”
ครึ่งหลังเริ่มมาแค่ 4 นาที ซิตี้ได้ 5-0 จากสูตร “ครอส-วอลเลย์” โดยเซเมนโยแอสซิสต์ให้ลูอิส จากนั้นเซเมนโยมายิงเอง (54’) พร้อมภาพรวมที่ชัดว่าซิตี้ใช้ความเร็วโจมตีพื้นที่ด้านหลังแนวรับเอ็กเซเตอร์อย่างต่อเนื่อง
4) ม้านั่งสำรองก็ยังโหด: โดกูลงมา 64’ แล้วปั้นเพิ่ม 2 แอสซิสต์
หลังเปลี่ยนตัวนาที 64 เกมรุกซิตี้ไม่ดรอป—โดกูทำแอสซิสต์ให้ไรย์นเดอร์ส (71’) และอีกครั้งในช่วงทดเวลาปิดท้ายให้ลูอิส (90+1’) สะท้อน “ความลึกของขุมกำลัง” ที่ทำให้เกมขาดแบบยาว ๆ
5) เอ็กเซเตอร์ได้ “โมเมนต์เดียว” แต่เป็นประตูที่น่าจดจำ
ถึงจะแพ้ยับ แต่เอ็กเซเตอร์ยังได้ชูใจท้ายเกมจากจอร์จ เบิร์ช (90’) ซึ่งเป็นจังหวะส่องคม ๆ ให้แฟนทีมเยือนได้เฮท่ามกลางวันที่โดนถล่ม
ดาวเด่นของเกม
ริโก ลูอิส (แมนฯ ซิตี้)
- 2 ประตู (49’, 90+1) + 1 แอสซิสต์ (79’ ให้โอไรลีย์)
- เติมเกมได้ทั้งในบทบาทแบ็กและการขยับเข้า “ครึ่งพื้นที่” ช่วยต่อบอล-จบสกอร์ครบสูตร
อองตวน เซเมนโย (แมนฯ ซิตี้)
-
ประเดิมยิง + 1 แอสซิสต์ (ช่วยสร้างความแตกต่างด้วยสปีด/การไล่เพรส)
ทิยานี ไรย์นเดอร์ส / ราย็อง แชร์กี (แมนฯ ซิตี้)
-
ไรย์นเดอร์สซัดไกลคม (71’) ขณะที่แชร์กีทำ 1 แอสซิสต์ให้เซเมนโยและเป็นจุดเชื่อมเกมรุกตรงกลาง
สรุปสถานการณ์หลังเกม
- แมนฯ ซิตี้ ผ่านเข้าสู่ เอฟเอ คัพ รอบ 4 แบบสบาย ๆ พร้อมสถิติยิง “สิบลูก” ที่ถูกพูดถึงในฐานะหนึ่งในเกมที่ชนะขาดที่สุดของสโมสรในรายการนี้
- เอ็กเซเตอร์ ตกรอบ แต่ยังมีแต้มปลอบใจจากประตูท้ายเกมของเบิร์ชให้แฟนบอลจดจำ
โปรแกรม/ขั้นตอนถัดไปในเอฟเอ คัพ
จับสลากรอบ 4
-
การจับสลากเอฟเอ คัพ รอบ 4 จะมีขึ้น วันจันทร์ที่ 12 ม.ค. 2026 (จัดที่แอนฟิลด์ ก่อนเกม ลิเวอร์พูล–บาร์นสลีย์)
รอบ 4 แข่งช่วงไหน?
-
คู่รอบ 4 มีกำหนดแข่งราว สุดสัปดาห์ 14–15 ก.พ. 2026






