ผลบอล ลาซิโอ 1-0 เอซี มิลาน ในการแข่งขัน โคปปา อิตาเลีย 2025/26
ลาซิโอเอาคืนได้สำเร็จในถ้วยโคปปา อิตาเลีย เมื่อเปิดสตาดิโอ โอลิมปิโก้เฉือนเอซี มิลาน 1-0 จากลูกโหม่งสุดคมของมัตเตีย ซัคคาญี่ นาทีที่ 80 หลังเกมอึดอัดแทบไม่มีจังหวะหวือหวา ตลอด 90 นาทีทั้งสองทีมเล่นรัดกุม เน้นแท็กติกมากกว่าบุกแลก แม้ครึ่งหลังมิลานของมัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรีจะบุกหนักและมีโอกาสตีเสมอจากราฟาเอล เลเอา กับคริสเตียน พูลิซิช แต่ติดเซฟคริสตอส มันดาส กับความไม่คมของตัวเอง ทำให้สุดท้ายเป็นลาซิโอของเมาริซิโอ ซาร์รี่ที่ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ขณะที่มิลานพบความพ่ายแพ้นัดที่สองของฤดูกาลนี้
ข้อมูลการแข่งขัน
- รายการแข่งขัน: โคปปา อิตาเลีย เฟรชชารอสซ่า ฤดูกาล 2025/26 รอบ 16 ทีมสุดท้าย
- วัน–เวลาแข่งขัน: คืนวันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม 2025 เวลา 21:00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นอิตาลี)
- ตรงกับเช้ามืดวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2025 เวลา 03:00 น. ตามเวลาประเทศไทย
- สนาม: สตาดิโอ โอลิมปิโก้, กรุงโรม
- ผู้ตัดสิน: มาร์โก กุยด้า (Guida di Torre Annunziata)
ผลการแข่งขัน:
ลาซิโอ 1-0 เอซี มิลาน
ผู้ทำประตู
-
1-0 ลาซิโอ: มัตเตีย ซัคคาญี่ นาทีที่ 80 (โหม่งจากลูกเตะมุมของนูโน่ ตาวาเรส)
ลาซิโอผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศไปพบกับบโลญญ่า ส่วนมิลานตกรอบ 16 ทีม เหลือโปรแกรมให้ลุ้นแค่เซเรีย อา และซูเปอร์โคปปา อิตาเลียน่าเท่านั้นในซีซันนี้
รายชื่อผู้เล่นตัวจริง
ลาซิโอ (4-3-3) – ผู้จัดการทีม: เมาริซิโอ ซาร์รี่
ผู้รักษาประตู
-
คริสตอส มันดาส
กองหลัง
- อดัม มารูซิช (แบ็กขวา)
- มาริโอ กีล่า (เซ็นเตอร์ฮาล์ฟขวา)
- อเลสซิโอ โรมันโญลี่ (เซ็นเตอร์ฮาล์ฟซ้าย, อดีตมิลาน)
- ลูก้า เปลเลกรินี่ (แบ็กซ้าย) – เปลี่ยนออก น.71 ให้ นูโน่ ตาวาเรส
กองกลาง
- มัตเตโอ เกนดูซี่
- มาเตโอ เวซิโน่ – เปลี่ยนออก น.58 ให้ ฟิซาโย เดเล-บาชิรู
- โทมา บาชิช
แนวรุก
- กุสตาฟ อีซัคเซ่น – เปลี่ยนออก น.83 ให้ มัตเตโอ คันเชลลีเอรี่
- วาลентิน คาสตายานอส – เปลี่ยนออก น.58 ให้ ติจจานี่ นอสลิน
- มัตเตีย ซัคคาญี่ (กัปตันทีมแนวรุกฝั่งซ้าย) – เปลี่ยนออก น.83 ให้ เปโดร
ตัวสำรองที่ลงสนาม (ลาซิโอ)
- ฟิซาโย เดเล-บาชิรู (น.58)
- ติจจานี่ นอสลิน (น.58)
- นูโน่ ตาวาเรส (น.71) – แอสซิสต์ลูกชี้ขาด
- มัตเตโอ คันเชลลีเอรี่ (น.83)
- เปโดร (น.83)
เอซี มิลาน (3-5-2) – ผู้จัดการทีม: มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี
ผู้รักษาประตู
-
ไมค์ เมญ็อง
กองหลัง 3 คน
- ฟิคาโย่ โทโมริ
- โคนี่ เดอ วินเตอร์ (ใบเหลือง น.84)
- สตราฮินย่า ปาฟโลวิช (ใบเหลือง น.2)
แผงมิดฟิลด์ 5 คน (จากขวาไปซ้าย)
- อเล็กซิส ซาเลอมาเกอร์ส – เปลี่ยนออก น.64 ให้ คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู
- ซามูเอเล ริคชี
- อาร์ดอน ยาชารี – เปลี่ยนออก น.81 ให้ ลูก้า โมดริช
- อาเดรียง ราบิโอต์
- แอร์วิส เอสตูปิญญัน – เปลี่ยนออก น.87 ให้ ดาวิเด บาร์เตซซากี
กองหน้า
- รูเบน ลอฟตัส-ชีค – เปลี่ยนออก น.81 ให้ คริสเตียน พูลิซิช
- ราฟาเอล เลเอา
ตัวสำรองที่ลงสนาม (มิลาน)
- คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู (น.64)
- ลูก้า โมดริช (น.81)
- คริสเตียน พูลิซิช (น.81)
- ดาวิเด บาร์เตซซากี (น.87)
สถิติสำคัญของเกม
(อ้างอิงจากข้อมูลการแข่งขันแบบทางการ)
-
การครองบอล:
- ลาซิโอ 42%
- เอซี มิลาน 58%
-
จำนวนยิงทั้งหมด:
- ลาซิโอ 10 ครั้ง
- เอซี มิลาน 7 ครั้ง
-
ยิงเข้ากรอบ:
- ลาซิโอ 3 ครั้ง
- เอซี มิลาน 1 ครั้ง
-
เตะมุม:
- ลาซิโอ 5 ครั้ง
- เอซี มิลาน 1 ครั้ง
-
ใบเหลือง:
- ลาซิโอ 0 ใบ
- เอซี มิลาน 2 ใบ (ปาฟโลวิช, เดอ วินเตอร์)
-
เซฟ:
- คริสตอส มันดาส 2 เซฟ
- ไมค์ เมญ็อง 1–2 เซฟ (รวมเซฟสำคัญจากลูกยิงของนอสลินช่วงท้ายเกม)
สถิติบอกชัดว่า มิลานครองบอลมากกว่า เล่นบอลกับพื้นได้เหนือกว่า แต่ลาซิโอมีประสิทธิภาพในพื้นที่สุดท้ายมากกว่า และใช้ลูกตั้งเตะเป็นอาวุธเด็ดจนตัดสินเกมได้
ลำดับเหตุการณ์สำคัญในเกม
ครึ่งแรก: เกมอึดอัด เน้นแท็กติกมากกว่าความหวือหวา
-
นาที 2: สตราฮินย่า ปาฟโลวิชโดนใบเหลืองเร็ว จากจังหวะเข้าบอลแรงใส่แนวรุกลาซิโอ สะท้อนให้เห็นว่ามิลานพยายามเล่นหนักพอสมควรตั้งแต่ต้นเกมเพื่อหยุดการต่อบอลของเจ้าถิ่น
หลังจากนั้นเกมส่วนใหญ่เป็นการชิงจังหวะในแดนกลาง
- ลาซิโอพยายามต่อบอลจากหลัง ผ่านเกนดูซี่–เวซิโน–บาชิช แล้วออกปีกให้ซัคคาญี่กับอีซัคเซ่น
- มิลานใช้การถอยลอฟตัส-ชีคลงมาช่วยเชื่อมบอลกับริคชีและราบิโอต์ จากนั้นค่อยหาจังหวะวิ่งทำทางให้เลเอาในพื้นที่ด้านซ้าย
โอกาสจะแจ้งในครึ่งแรกมีไม่มาก ส่วนใหญ่เป็น
- ลูกยิงไกลของเกนดูซี่/บาชิช ที่ไปติดบล็อกแนวรับมิลาน
- จังหวะครอสของซาเลอมาเกอร์ส และเอสตูปิญญันที่ยังไม่แม่นพอจะหาหัวลอฟตัส-ชีคหรือเลเอา
คริสตอส มันดาส และไมค์ เมญ็องต่างแทบไม่ต้องออกแรงเซฟยากในครึ่งแรก ทำให้รูปเกมดูเหมือน “แมตช์แท็กติก” มากกว่าจะเป็นเกมเปิดหน้าแลกแบบดุเดือด จบครึ่งแรก: ลาซิโอ 0-0 เอซี มิลาน – สมดุล แทบไม่มีจังหวะหวือหวา แต่ทั้งสองทีมวางหมากชัดเจน
ครึ่งหลัง: มิลานยกระดับบุก แต่ลาซิโอใช้เซ็ตพีซปิดบัญชี
เข้าสู่ครึ่งหลัง มิลานเป็นฝ่ายเร่งสปีดเกมก่อน
- อัลเลกรีให้วิงแบ็กเติมสูงมากขึ้น โดยเฉพาะซาเลอมาเกอร์สทางขวาและเอสตูปิญญันทางซ้าย
- ราบิโอต์มีบทบาทเพิ่มขึ้นในเกมรุก เติมขึ้นสูงไปช่วยลอฟตัส-ชีคเล่นลูกกลางอากาศในกรอบเขตโทษ
จังหวะเด่นฝั่งมิลานช่วงกลางครึ่งหลัง (จากการรายงานของสื่ออิตาลี) ได้แก่:
- ซาเลอมาเกอร์สยิงโค้งด้วยซ้ายจากนอกกรอบ แต่มันดาสอ่านทางได้ดีรับเข้าซอง
- ลอฟตัส-ชีคได้โหม่งจากลูกครอสของราบิโอต์ที่เสาไกล แต่บอลเหินข้ามคานไปนิดเดียว
- จังหวะหลุดโทนของเลเอา เมื่อยาชารีวางบอลยาวไปถึงเอสตูปิญญันที่ไลน์ลึก เขาตบกลับมาให้เลเอายิงฮาล์ฟวอลเลย์ระยะราว 8 หลา แต่กลับยิงข้ามคาน ทั้งที่เป็นโอกาสทองที่สุดของมิลานในเกมนี้
ฝั่งลาซิโอเองก็ไม่ได้นั่งรับอย่างเดียว
- การเปลี่ยนส่งนอสลินลงมาแทนคาสตายานอสทำให้เกมสวนกลับมีความเร็วและความดุดันมากขึ้น
- ซัคคาญี่ย้ายตำแหน่งมาเล่นกึ่งฟรีโรลทางซ้าย มีอิสระเลี้ยงกินตัวและวิ่งหาพื้นที่ในเขตโทษ
นาที 80 – ประตูชี้ขาดจากลูกเตะมุม: ซัคคาญี่โขก 1-0
จังหวะนี้คือจุดเปลี่ยนของเกมอย่างแท้จริง
- ลาซิโอได้ลูกเตะมุมทางซ้าย หลังจากจังหวะบุกที่มีนอสลินกับซัคคาญี่ประสานงานกัน
- นูโน่ ตาวาเรสที่เพิ่งลงมาช่วงครึ่งหลัง รับหน้าที่เปิดมุม บอลโค้งมาที่เสาแรก
- มัตเตีย ซัคคาญี่ “หลุดตัวประกบ” แอบหนีจากแนวรับมิลาน โหม่งกดบอลย้อนทางไปเสาไกล ไม่ได้ใส่แรงมาก แต่ทั้งทิศทางและจังหวะทำให้เมญ็องหมดสิทธิ์เซฟ
บอลพุ่งเสียบมุมเป็นสกอร์ 1-0 ท่ามกลางเสียงเฮกระหึ่มโอลิมปิโก้ ส่งให้ลาซิโอขยับเข้าใกล้รอบ 8 ทีมเต็มที
ช่วงท้ายเกม – มันดาส, เมญ็อง สลับกันเซฟ
หลังโดนนำ มิลานไม่มีทางเลือกนอกจากดันทีมขึ้นสูง
- อัลเลกรีส่งโมดริชและพูลิซิชลงมาเติมความเก๋าและความสร้างสรรค์ในพื้นที่สุดท้าย
- เกมรุกเปลี่ยนเป็นการโยนบอมบ์+ต่อบอลเร็วหน้ากรอบเขตโทษลาซิโอ
แต่ลาซิโอเองก็เกือบปิดเกม 2-0
-
มีจังหวะที่บอลเซ็ตเพลย์เด้งไปเข้าทางนอสลินในเขตโทษ เขาวางเท้ายิงเต็มข้อ แต่เมญ็องโชว์เซฟปฏิกิริยาสุดยอดปัดรอดพ้นการเสียประตูที่สองไปหวุดหวิด
ฝั่งมิลานได้โอกาสสุดท้ายช่วงทดเวลา
-
พูลิซิชได้สับไกในเขตโทษ บอลกระดอนพื้นสร้างความลำบากให้ผู้รักษาประตู แต่คริสตอส มันดาสพุ่งปัดออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นเซฟที่เซ็นตราประทับชัยชนะให้ลาซิโอและตอกย้ำฟอร์มเหนียวแน่นของเขาในค่ำคืนนี้
จบเกม: ลาซิโอ 1-0 เอซี มิลาน – เจ้าถิ่นเฉียบคมกว่าในจังหวะสำคัญ ส่วนมิลานแม้ครองบอลเหนือกว่าแต่จบสกอร์ไม่ลง
บทวิเคราะห์บอลหลังเกม
ลาซิโอ: วินัยเกมรับ + คุณภาพเซ็ตพีซ = ตั๋วรอบก่อนรองฯ
-
เกมรับเป็นระบบ และโกล์ยืนระยะทั้งเกม
ลาซิโอเลือกเล่นด้วยวินัยเกมรับสูงกว่าปกติ ปล่อยให้มิลานครองบอล แต่เน้นปิดช่องตรงกลางและบีบให้คู่แข่งต้องขึ้นเกมทางวิงแบ็กแทน การยืนตำแหน่งของคู่เซ็นเตอร์ กีล่า–โรมันโญลี่ ทำได้ดีมากในการรับมือกับลอฟตัส-ชีคและเลเอา ขณะที่มันดาสก็ช่วยเซฟจังหวะสำคัญทั้งลูกปั่นของซาเลอมาเกอร์สและลูกยิงของพูลิซิชในช่วงทดเวลา -
เปลี่ยนตัวแล้วเห็นผลทันที
การส่งนอสลินและเดเล-บาชิรูลงมา ทำให้แดนกลางและแดนหน้ามีพละกำลังมากขึ้นในช่วงที่เกมเริ่มเปิด แลกหมัดมากขึ้น โดยเฉพาะนอสลินที่ทั้งไล่เพรสและหาจังหวะหลุดเข้าเขตโทษ สร้างความวุ่นวายให้แนวรับมิลานหลายครั้ง -
นูโน่ ตาวาเรส เปลี่ยนเกมจากม้านั่ง
แม้จะลงมาแค่ช่วงท้าย แต่ตาวาเรสคือคนที่เปิดเตะมุมให้ซัคคาญี่โหม่งประตูชัยอย่างแม่นยำ จังหวะเปิดเข้าพื้นที่อันตรายพอดี ทำให้เพื่อนมีช่องหนีตัวประกบ แสดงให้เห็นว่าลูกเซ็ตพีซของลาซิโอในยุคซาร์รี่มีรูปแบบที่ซ้อมกันมาอย่างดี ไม่ใช่แค่เปิด “ลุ้นไปเรื่อย” -
ซัคคาญี่ – กัปตันแนวรุกที่ใช้ความนิ่งตัดสินเกม
แม้ทั้งเกมจะไม่ได้เลี้ยงหลบหวือหวาตลอดเวลา แต่ซัคคาญี่คือคนที่รักษามาตรฐานการตัดสินใจได้ดีที่สุดในพื้นที่สุดท้าย ทั้งการพักบอล, เรียกฟาวล์, และวิ่งหาพื้นที่ว่าง ประตูโหม่งลูกนั้นคือผลของการอ่านเกมและการทำทาง “ลวงตัวประกบ” ได้อย่างฉลาดพอ ๆ กับคุณภาพลูกโหม่งเอง
เอซี มิลาน: ครองบอลเหนือกว่า แต่แพ้เพราะ “ไม่คม + เสียสมาธิลูกเซ็ตพีซ”
-
ครองบอลได้ แต่จังหวะสุดท้ายไม่ดีพอ
ตัวเลขครองบอลเกือบ 60% กับจำนวนยิง 7 ครั้ง แต่เข้ากรอบแค่ 1 ลูก บอกทุกอย่างได้ชัด มิลานของอัลเลกรีคุมเกมแดนกลางได้ดีในภาพรวม ผ่านบอลจากริคชี–ราบิโอต์–ยาชารีออกปีกไปให้วิงแบ็กและลอฟตัส-ชีคได้หลายครั้ง แต่การตัดสินใจจังหวะสุดท้ายของเลเอาและเพื่อนร่วมทีมยังไม่เฉียบคม โดยเฉพาะโอกาสทองที่เลเอายิงข้ามคานจากระยะเผาขน -
แผงหลังโดยรวมแน่น แต่พลาดแค่ครั้งเดียวแลกด้วยประตู
ตลอดเกือบทั้งเกม ปาฟโลวิช–เดอ วินเตอร์–โทโมริจัดการบอลยาวและลูกสวนกลับของลาซิโอได้ดี แต่จังหวะเตะมุมลูกเดียวที่ปล่อยให้ซัคคาญี่หลุดตัวประกบ ก็เพียงพอจะทำให้ทีมตกรอบ ความผิดพลาดเล็ก ๆ ในบอลถ้วยที่เป็นน็อกเอาต์แบบนี้มักลงโทษโหดเสมอ -
ตัวสำรองมีอิมแพกต์ แต่ไม่พอ
เอ็นคุนคู, โมดริช, พูลิซิช และบาร์เตซซากีที่ลงมาช่วงท้าย ช่วยยกระดับเกมรุกให้มิลานมีมิติหลากหลายขึ้น โดยเฉพาะพูลิซิชที่ได้โอกาสยิงในช่วงทดเวลา และโมดริชที่ช่วยจ่ายบอลแทงช่องให้เพื่อน แต่ต้องชมมันดาสที่เล่นได้เหนียวแน่นจนทำลายความพยายามทั้งหมดของรอสโซเนรี -
ผลกระทบต่อภาพรวมฤดูกาล
นี่คือความพ่ายแพ้นัดที่สองของมิลานในซีซัน 2025/26 (อีกนัดคือแพ้เครโมเนเซ่ในเซเรีย อานัดเปิดฤดูกาล) ทำให้เป้าหมายในถ้วยโคปปา อิตาเลียจบลงเร็วเกินคาด อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่ง การตกรอบอาจทำให้ทีมโฟกัสกับการลุ้นแชมป์ลีกและซูเปอร์โคปปาได้เต็มที่มากขึ้น ซึ่งสื่ออิตาลีก็สะท้อนมุมนี้อยู่ไม่น้อย
ผู้เล่นเด่นของเกม
-
มัตเตีย ซัคคาญี่ (ลาซิโอ)
ฮีโร่ของเกม ยิงประตูโทนด้วยลูกโหม่งเฉียบคม นาทีที่ 80 นอกจากนั้นยังเป็นจุดเชื่อมเกมรุกฝั่งซ้ายของลาซิโอ ทั้งการพาบอลขึ้นหน้า, การเรียกฟาวล์ และการอ่านจังหวะในพื้นที่สุดท้าย -
คริสตอส มันดาส (ลาซิโอ)
แม้มิลานจะไม่ได้ยิงเข้ากรอบเยอะ แต่ทุกครั้งที่ถูกทดสอบ เขาตอบสนองได้ดี โดยเฉพาะจังหวะรับลูกปั่นของซาเลอมาเกอร์ส และเซฟลูกยิงของพูลิซิชช่วงทดเจ็บที่ช่วยการันตีชัยชนะให้ทีม -
นูโน่ ตาวาเรส (ลาซิโอ)
ลงมาเป็นตัวสำรองแต่สร้างความต่างอย่างชัดเจน ลูกเตะมุมที่เปิดให้ซัคคาญี่โหม่งคือแอสซิสต์ชี้ชะตาเกม แถมยังช่วยเติมเกมรุกทางซ้ายและกดดันแนวรับมิลานช่วงท้ายได้ดี -
ราฟาเอล เลเอา (เอซี มิลาน)
แม้วันนี้จะถูกพูดถึงในแง่ “พลาดโอกาสทอง” แต่ทั้งเกมเขาคือคนที่สร้างปัญหาให้แนวรับลาซิโอได้มากที่สุดของฝั่งมิลาน การลากจี้กินตัว, ดึงกองหลัง เปิดพื้นที่ให้เพื่อน คือสิ่งที่ยังเห็นได้ชัด เพียงแต่จังหวะจบสกอร์ต้องเด็ดขาดกว่านี้ -
รูเบน ลอฟตัส-ชีค (เอซี มิลาน)
ใช้ร่างกายได้ดีในบทบาทกองหน้าตัวที่สอง ลงมาล้วงบอลเชื่อมกับมิดฟิลด์และพยายามสอดไปเล่นลูกกลางอากาศ หลายครั้งสร้างปัญหาให้โรมันโญลี่และกีล่า เพียงแต่ลูกโหม่งในครึ่งหลังที่หลุดคานไปนิดเดียวกลายเป็นช่วงสำคัญที่เปลี่ยนเกมไม่ได้
สรุปสถานการณ์หลังเกม
-
ลาซิโอ
- ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ โคปปา อิตาเลีย 2025/26 ไปเจอกับบโลญญ่า
- ได้ “ล้างแค้น” มิลานสำเร็จ หลังจากเพิ่งแพ้ในเกมเซเรีย อาที่ซาน ซิโร่เมื่อไม่กี่วันก่อน
- ผลงานวันนี้ตอกย้ำว่าทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี่ ยังมีวินัยเกมรับและประสิทธิภาพลูกเซ็ตพีซเป็นอาวุธสำคัญ
-
เอซี มิลาน
- ตกรอบ 16 ทีมโคปปา อิตาเลีย อย่างน่าผิดหวัง ทั้งที่ถูกจับตามองว่ามีลุ้นถึงแชมป์ถ้วยนี้
- นี่คือความพ่ายแพ้นัดที่สองของฤดูกาล ทำให้เหลือเป้าหมายใหญ่คือการลุ้นแชมป์เซเรีย อา (ที่กำลังนำฝูง) และซูเปอร์โคปปา อิตาเลียน่า
- แต่มุมมองด้านแท็กติกและฟอร์มรวมยังถือว่าแข็งแกร่ง เพียงแต่ต้องรีบแก้ปัญหาความคมในพื้นที่สุดท้าย และสมาธิยามรับลูกเซ็ตพีซให้ได้เร็วที่สุด






