BB3100
ฮัลล์ ซิตี้ - มิดเดิ้ลสโบรช์

โบโร่ถล่มครึ่งแรก! มิดเดิลสโบรช์บุกถล่มฮัลล์ ซิตี้ 4-1 ขึ้นรองจ่าฝูงแชมเปี้ยนชิพ

เลือกหัวข้ออ่านทันที

ผลบอล ฮัลล์ ซิตี้ 1-4 มิดเดิลสโบรช์ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ 6 ธ.ค. 2025

มิดเดิลสโบรช์ของคิม เฮลล์เบิร์กโชว์ฟอร์มดุ บุกมายิงฮัลล์ ซิตี้ถึง MKM สเตเดี้ยม 4-1 โดยกดรวดเดียวสี่ประตูในครึ่งแรกจาก ดาวิด สเตรเลช, อเล็กซ์ กิลเบิร์ต, มอร์แกน วิตเทเกอร์ และไรลีย์ แมคกรี ก่อนที่โจ เกลฮาร์ดต์จะยิงจุดโทษปลอบใจเจ้าถิ่นต้นครึ่งหลัง เกมนี้ต้องเลื่อนคิกออฟ 15 นาทีเพราะสภาพอากาศเลวร้าย แต่สุดท้ายกลายเป็นค่ำคืนที่โบโร่ยิ่งตอกย้ำฟอร์มแรง ขยับขึ้นไปรองจ่าฝูง ขณะเดียวกันจุดอ่อนแนวรับของฮัลล์ถูกฉีกให้เห็นชัดเจนอีกครั้ง

ข้อมูลการแข่งขัน

  • รายการแข่งขัน: แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 (นัดในฤดูกาลปกติ)
  • วัน–เวลาแข่งขัน (ตามเวลาท้องถิ่นอังกฤษ): ศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2025 เวลา 20:15 น. ที่จริงเลื่อนคิกออฟจากเดิม 20:00 น. เพราะลมแรง–ฝนจัด ทำให้ต้องตรวจสอบสภาพสนามเพิ่มเติมก่อนแข่ง
  • วัน–เวลาแข่งขัน (ตามเวลาประเทศไทย): เช้ามืดวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2025 เวลา 03:15 น.
  • สนาม: MKM สเตเดี้ยม (เดิม KC สเตเดี้ยม), เมืองฮัลล์
  • ผู้ตัดสิน: ดีน ไวต์สโตน (ผู้ตัดสินที่ 4: เบน โทเนอร์)
  • ผู้ชมในสนาม: ประมาณ 21,105 คนฃ

ผลการแข่งขัน:
ฮัลล์ ซิตี้ 1-4 มิดเดิลสโบรช์

ผู้ทำประตู

  • ฮัลล์ ซิตี้

    • 1-4 โจ เกลฮาร์ดต์ นาทีที่ 62 (จุดโทษ)

  • มิดเดิลสโบรช์

  • 0-1 ดาวิด สเตรเลช นาทีที่ 9
  • 0-2 อเล็กซ์ กิลเบิร์ต นาทีที่ 32
  • 0-3 มอร์แกน วิตเทเกอร์ นาทีที่ 35
  • 0-4 ไรลีย์ แมคกรี นาทีที่ 44

สถานการณ์ในตารางหลังจบเกม

  • ฮัลล์ ซิตี้: แข่ง 19 นัด ชนะ 8 เสมอ 4 แพ้ 7 มี 28 คะแนน อยู่ช่วงกลางตาราง ใกล้กลุ่มเพลย์ออฟแต่เสียโอกาสในการขยับเข้าใกล้อันดับบนๆ จากความพ่ายแพ้เกมนี้ESPN.com+1
  • มิดเดิลสโบรช์: แข่ง 19 นัด ชนะ 10 เสมอ 6 แพ้ 3 มี 36 คะแนน ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 2 ของตาราง ทิ้งอันดับ 3 อย่างมิลล์วอลล์ 5 คะแนน ไล่กดดันจ่าฝูงโคเวนทรีต่อเนื่อง

รายชื่อผู้เล่นตัวจริง

ฮัลล์ ซิตี้ – ผู้จัดการทีม: เซอร์เกย์ ยาคิโรวิช

ระบบโดยรวม 4-2-3-1 ปรับเป็น 4-4-2 ตอนตามหลัง

ผู้รักษาประตู

  • 1 อีวอน ปานดูร์

กองหลัง

  • 2 ลูวี คอยล์ (กัปตันทีม, แบ็กขวา)
  • 6 เซมี อาจายี่ (เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ)
  • 15 จอห์น อีแกน (เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ)
  • 3 ไรอัน ไจลส์ (แบ็กซ้าย)

กองกลาง

  • 20 อาเดมิร์ ฮัดซิยาห์เมโตวิช – ถูกเปลี่ยนออก น.45
  • 27 เรกกี สเลเทอร์ – ถูกเปลี่ยนออก น.75 (โดนใบเหลืองช่วงครึ่งหลัง)
  • 25 แมตต์ ครูคส์ – เล่นบทบาทกึ่งเลข 10
  • 21 โจ เกลฮาร์ดต์ – ยืนหน้าต่ำ/กึ่งกองหน้าที่สอง ยิงจุดโทษให้ทีมตีไข่แตก น.62
  • 22 ไคล์ โจเซฟ – ถูกเปลี่ยนออก น.45

กองหน้า

  • 39 เอเนส เดสตาน – ถูกเปลี่ยนออก น.65

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • 4 ชาร์ลี ฮิวจ์ส (แทน ฮัดซิยาห์เมโตวิช น.45)
  • 10 โมฮาเหม็ด เบลลูมี (แทน โจเซฟ น.45)
  • 7 ลูอิส มิลลาร์ (แทน เดสตาน น.65)
  • 11 ดาริกา บาบาจิเด (แทน สเลเทอร์ น.75)
  • 24 ดาวิด กยาบี (แทน เกลฮาร์ดต์ น.74)

(ตัวสำรองไม่ได้ลง: 12 ดิลลอน ฟิลลิปส์, 19 โจเอล เอ็นดาลา, 23 อาโฟลาบี เฟมโว, 9 โอลลี แม็คเบอร์นี่)


มิดเดิลสโบรช์ – ผู้จัดการทีม: คิม เฮลล์เบิร์ก

ระบบหลัก 4-2-3-1 แต่ยืดหยุ่นเป็น 4-3-3 เวลาเพรสสูง

ผู้รักษาประตู

  • 31 เซ็น บรินน์

กองหลัง

  • 2 เคลไล์ม บริตเทน (แบ็กขวา)
  • 5 อดีล มาร์คัส โจนส์ (เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ)
  • 3 แม็ตต์ ทาร์เก็ตต์ (แบ็กซ้าย)
  • 24 อเล็กซ์ บังกูรา (ฟูลแบ็ก/วิงแบ็กซ้าย – โดนใบเหลือง น.44 และถูกเปลี่ยนออก น.68)

กองกลาง

  • 7 เฮย์เดน แฮ็กนีย์ (กัปตันทีม, กลางเชื่อมเกม)
  • 14 อเล็กซ์ กิลเบิร์ต – ทำ 1 ประตู (น.32)
  • 8 ไรลีย์ แมคกรี – ทำ 1 ประตู (น.44)

แนวรุก

  • 11 มอร์แกน วิตเทเกอร์ – ทำ 1 ประตู (น.35) และมีส่วนเกี่ยวข้องกับเกมรุกตลอด
  • 13 ดาวิด สเตรเลช – ศูนย์หน้าตัวเป้า ทำประตูขึ้นนำตั้งแต่นาที 9
  • 9 ทอมมี คอนเวย์ – ยืนคู่กับสเตรเลชในหลายจังหวะเกมบุก ถูกเปลี่ยนออก น.68

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • 22 แซม ซิลเวร่า (แทน คอนเวย์ น.68)
  • 25 จอร์จ เอ็ดมุนด์สัน (แทน บังกูรา น.68)
  • 19 สแวร์เร นือปัน (แทน สเตรเลช น.79)
  • 20 คาลี เซเน (แทน วิตเทเกอร์ น.79)
  • 10 เดลาโน เบิร์กซอร์ก (แทน แมคกรี น.86)

(ตัวสำรองไม่ได้ลง: 33 เจค แม็คลอคลิน, 17 มาร์ติน แฮมิลตัน, 27 เซบาสเตียน แฮนเซน, 40 เกลน แม็คคอร์มิค)


สถิติสำคัญของเกม

จากสถิติอย่างเป็นทางการของเกมนี้

  • การครองบอล:
    • ฮัลล์ ซิตี้ 45.4%
    • มิดเดิลสโบรช์ 54.6%
  • ยิงทั้งหมด:
    • ฮัลล์ ซิตี้ 5 ครั้ง
    • มิดเดิลสโบรช์ 10 ครั้ง
  • ยิงเข้ากรอบ:
    • ฮัลล์ ซิตี้ 2 ครั้ง
    • มิดเดิลสโบรช์ 5 ครั้ง
  • เตะมุม:
    • ฮัลล์ ซิตี้ 2 ครั้ง
    • มิดเดิลสโบรช์ 5 ครั้ง
  • ใบเหลือง:
    • ฮัลล์ ซิตี้ 1 ใบ
    • มิดเดิลสโบรช์ 0 ใบ (มีเพียงบังกูราที่โดนจดชื่อ)
  • เซฟ:
    • ปานดูร์ 1 เซฟ
    • บรินน์ 1 เซฟ

ตัวเลขสะท้อนชัดว่า แม้ภาพรวมการครองบอลกับจำนวนโอกาสยิงอาจไม่ได้ทิ้งกันมาก แต่ประสิทธิภาพการเข้าทำและการลงโทษความผิดพลาดของแนวรับคู่แข่งคือสิ่งที่มิดเดิลสโบรช์เหนือกว่าฮัลล์อย่างเด่นชัดในเกมนี้


ลำดับเหตุการณ์สำคัญในเกม

ครึ่งแรก: โบโร่กดสี่เม็ด ปิดเกมแทบจะตั้งแต่ 45 นาทีแรก

นาที 9 – 0-1 ดาวิด สเตรเลชยิงขึ้นนำเร็ว

  • มิดเดิลสโบรช์เริ่มต้นได้สมบูรณ์แบบ เมื่อสเตรเลชหาจังหวะในกรอบเขตโทษก่อนยิงให้ทีมเยือนออกนำตั้งแต่ต้นเกม สร้างแรงกดดันให้ฮัลล์ต้องเปลี่ยนแผนจากเดิมที่อยากเล่นเน้นรัดกุมไปเป็นต้องเปิดเกมรุกมากขึ้นตั้งแต่นาทีต้นๆ

นาที 32 – 0-2 อเล็กซ์ กิลเบิร์ตบวกเพิ่ม

  • หลังต้องวิ่งไล่บอลมากขึ้น แนวรับของฮัลล์เริ่มเสียช่อง และเป็นกิลเบิร์ตที่ใช้ประโยชน์จากช่องว่างตรงกลาง ทำประตูที่สองให้โบโร่ขยับหนี 2-0 กลางครึ่งแรก ทำให้เกมยิ่งเทไปทางทีมเยือนอย่างชัดเจน

นาที 35 – 0-3 มอร์แกน วิตเทเกอร์กดเพิ่ม

  • เพียงสามนาทีต่อมา มอร์แกน วิตเทเกอร์มายิงประตูที่สามของเกมให้มิดเดิลสโบรช์ จากจังหวะเข้าทำต่อเนื่องของแนวรุกทีมเยือนจนแนวรับฮัลล์ปั่นป่วน กลายเป็นช่วงเวลาที่เจ้าถิ่น “ตั้งหลักไม่ทัน” โดนลงโทษทันทีที่เสียสมาธิ

นาที 44 – 0-4 ไรลีย์ แมคกรียิงปิดครึ่งแรก

  • ก่อนหมดครึ่งแรกไม่นาน ความช็อกของแฟนเจ้าถิ่นก็ทวีขึ้นไปอีก เมื่อไรลีย์ แมคกรีบวกสกอร์ 4-0 ให้ทีมเยือนในนาทีที่ 44 ปิดท้ายครึ่งแรกแบบที่ฮัลล์แทบไม่มีโอกาสตอบโต้ รูปเกมใน 45 นาทีแรกจึงเป็นภาพของมิดเดิลสโบรช์ที่เข้าทำอย่างโหดเหี้ยม และใช้คุณภาพแนวรุกลงโทษทุกความผิดพลาดของเจ้าถิ่น

จบครึ่งแรก: ฮัลล์ ซิตี้ 0-4 มิดเดิลสโบรช์ – เสียงโห่เบาๆ เริ่มดังในฝั่งแฟนเจ้าบ้าน ขณะที่ทีมเยือนเล่นด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม


ครึ่งหลัง: ฮัลล์เปลี่ยนเกม–ฮึดตีไข่แตก แต่ไม่ทันกลับมา

เข้าสู่ครึ่งหลัง ฮัลล์ปรับเปลี่ยนหลายตำแหน่งตั้งแต่พักครึ่ง ทั้งส่งชาร์ลี ฮิวจ์สและโมฮาเหม็ด เบลลูมีลงมาเพิ่มพลังแดนกลางและเกมรุก แล้วค่อยเติมลูอิส มิลลาร์และกยาบีในช่วงกลาง–ท้ายครึ่งหลัง

การเปลี่ยนตัวช่วยให้เจ้าถิ่นตั้งเกมในแดนของมิดเดิลสโบรช์ได้มากขึ้น แม้ตามหลังถึงสี่ประตู แต่รูปเกมครึ่งหลังฮัลล์ไม่ได้โดนกดข้างเดียวเหมือนช่วงท้ายครึ่งแรก

นาที 62 – 1-4 เกลฮาร์ดต์ยิงจุดโทษตีไข่แตก

  • ฮัลล์มาได้จุดโทษในช่วงต้นครึ่งหลัง จากจังหวะที่แนวรับมิดเดิลสโบรช์เล่นพลาดในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษ และเป็นโจ เกลฮาร์ดต์ที่รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ไล่มาเป็น 1-4 เรียกเสียงเฮจากแฟนเจ้าถิ่นได้บ้าง และอย่างน้อยก็ทำให้เกมมีสีสันขึ้นในมุมของฮัลล์เอง

หลังจากตีไข่แตก ฮัลล์พยายามเดินหน้าต่อ มีจังหวะบุกแบบขึ้นเป็นชุดมากขึ้น และกดดันให้แนวรับโบโร่ต้องถอยลึกในบางช่วง แต่หากดูจากสถิติจะเห็นว่ายังแทบไม่มีโอกาสยิงจะแจ้งมากนัก เพราะสุดท้ายทั้งเกมยิงเข้ากรอบได้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น

ฝั่งมิดเดิลสโบรช์ หลังจากนำห่างตั้งแต่ครึ่งแรก ก็ปรับโหมดมาเล่นเน้นควบคุมจังหวะเกมมากกว่าจะบุกเต็มกำลัง โดยคิม เฮลล์เบิร์กทยอยส่งตัวสำรองอย่างซิลเวร่า, เอ็ดมุนด์สัน, นือปัน, เซเน และเบิร์กซอร์กลงมาช่วงครึ่งหลัง เพื่อรักษาความสดและเก็บแรงผู้เล่นตัวหลักสำหรับโปรแกรมถัดไป

ช่วงท้ายเกม ฮัลล์พยายามเร่งบุกแต่ติดปัญหาเรื่องความแม่นยำในจังหวะจ่ายบอลสุดท้าย ขณะที่มิดเดิลสโบรช์ควบคุมเกมเน้นเซฟสกอร์ ไม่เร่งเปิดหน้าแลก และอาศัยการตั้งไลน์รับอย่างเป็นระบบ ทำให้ไม่มีประตูเพิ่มเติม

จบเกม: ฮัลล์ ซิตี้ 1-4 มิดเดิลสโบรช์


บทวิเคราะห์บอลหลังเกม

ฮัลล์ ซิตี้: เกมรับพังครึ่งแรก แพ้เพราะความผิดพลาดตัวเองเป็นหลัก

  1. ครึ่งแรกเสีย 4 ประตู – เกมแทบจบตั้งแต่ยังไม่พัก
    การโดนยิง 4 ลูกใน 45 นาทีแรก ทำให้แท็กติกหรือการแก้เกมในครึ่งหลังแทบไม่มีความหมายในแง่ผลการแข่งขัน จุดอ่อนหลักคือการยืนโซนเกมรับและการปิดพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษที่หลวม เปิดโอกาสให้แนวรุกโบโร่ได้ลองยิงในตำแหน่งอันตรายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
  2. ปานดูร์–แนวรับหน้าโกล์ถูกโจมตีหนัก
    แม้ตัวเลข “เซฟ” ของปานดูร์จะไม่ได้สูงมาก แต่ส่วนหนึ่งเพราะหลายลูกที่โบโร่ยิงเปลี่ยนเป็นประตูไปแล้ว และฮัลล์เองก็โดนลงโทษตั้งแต่จังหวะแรกๆ แสดงให้เห็นว่าการบล็อกลูกแรก (first contact) และการสกรีนยิงหน้ากรอบยังมีปัญหา
  3. เปลี่ยนตัวแล้วดีขึ้น แต่เหมือนตกขบวนไปแล้ว
    การส่งฮิวจ์ส, เบลลูมี, มิลลาร์ และกยาบีลงมาช่วย ทำให้เกมแดนกลางและเกมรุกดูมีพลังมากขึ้นในครึ่งหลัง แต่ช่องว่าง 4 ประตูทำให้แรงกระตุ้นของเกมลดลง ยิ่งเมื่อโบโร่เลือกเล่นแบบคุมจังหวะไปเรื่อยๆ ฮัลล์จึงแทบไม่มีโอกาสสร้าง “โมเมนตัมกลับมา” จริงๆ จังๆ
  4. เกมรับเป็นปัญหาต่อเนื่องในภาพรวมซีซัน
    ก่อนหน้านี้ฮัลล์เพิ่งชนะสโต๊คแบบดราม่า 2-1 แต่ก็จบด้วยเหตุการณ์ตึงเครียดท้ายเกมและมีคำถามถึงวินัยเกมรับเช่นกัน เกมนี้การเสียสี่ประตูในบ้านยิ่งตอกย้ำว่า ถ้าหวังจบฤดูกาลในโซนเพลย์ออฟ การอุดรูรั่วแนวรับคือการบ้านสำคัญอย่างเลี่ยงไม่ได้

มิดเดิลสโบรช์: เครื่องติดภายใต้คิม เฮลล์เบิร์ก – เกมรุกลงโทษทุกความผิดพลาด

  1. 4 ประตูตั้งแต่ครึ่งแรก – บทเรียนเรื่อง “ความโหด” ในการจบสกอร์
    โบโร่แสดงให้เห็นถึงจิตใจของทีมลุ้นเลื่อนชั้นอย่างแท้จริง เมื่อมีโอกาสก็ไม่ปล่อยผ่าน 4 ประตูจาก 5 ลูกยิงเข้ากรอบคือสถิติที่ชี้ชัดถึงความคมของแนวรุกในค่ำคืนนี้
  2. จิ๊กซอว์แนวรุกลงตัว: สเตรเลช–กิลเบิร์ต–วิตเทเกอร์–แมคกรี
    ทั้งสี่คนมีชื่อบนสกอร์บอร์ดครบทุกคน และไม่ได้มีดีแค่จำนวนประตู แต่ยังช่วยกันสร้างโอกาส, เล่นระหว่างไลน์ และคอยฉกฉวยพื้นที่ว่างระหว่างแนวรับ–กองกลางของฮัลล์ตลอดครึ่งแรก เมื่อรวมเข้ากับการคุมเทมโปของแฮ็กนีย์ในแดนกลาง ทำให้โบโร่ดูเป็นทีมที่มี “โครงสร้างเกมรุก” ชัดมาก
  3. สไตล์เฮลล์เบิร์กเริ่มชัด – เพรสเป็นช่วง ๆ แล้ววางหมัดหนัก
    เฮลล์เบิร์กพาโบโร่ชนะสองนัดติดด้วยสกอร์ขาดลอย (รวมถึงเกมนี้ที่สื่ออังกฤษบรรยายว่าเป็นชัยชนะ “ขาดลอย 4-1 แม้สภาพอากาศย่ำแย่”) และขยับขึ้นรองจ่าฝูงได้สำเร็จ รูปแบบที่เห็นคือการเพรสเป็นช่วง (ไม่บ้าพลังตลอด 90 นาที) แต่เมื่อแย่งบอลได้แล้วจะเคลื่อนที่เข้าทำเร็วและจบสกอร์แบบไม่ลังเล
  4. เกมรับไม่ต้องเหนื่อยมาก แต่ยังดูนิ่ง
    แม้จะโดนจุดโทษในครึ่งหลัง แต่โดยรวมแนวรับของมิดเดิลสโบรช์แทบไม่ถูกทดสอบหนัก ตัวเลข “ยิงเข้ากรอบ” ของฮัลล์เพียง 2 ครั้ง บอกได้ว่าทั้งไลน์หลังและแดนกลางช่วยกันตัดเกมก่อนถึงพื้นที่อันตรายได้ดี

ผู้เล่นเด่นของเกม

  • ดาวิด สเตรเลช (มิดเดิลสโบรช์)
    เปิดสกอร์ให้ทีมตั้งแต่นาที 9 ทำให้เกมไหลไปตามที่โค้ชวางแผนไว้ เล่นบทบาทหน้าเป้าที่คอยพักบอลและวิ่งสลัดตัวประกบได้ดี ก่อนจะถูกถอดพักช่วงท้ายเกม
  • อเล็กซ์ กิลเบิร์ต (มิดเดิลสโบรช์)
    ทำหนึ่งประตู และมีส่วนร่วมอย่างมากในเกมรุกระหว่างไลน์แดนกลาง–แนวรุก การเคลื่อนที่ฉลาดเปิดพื้นที่ให้เพื่อนหลายครั้ง เป็นหนึ่งในตัวอันตรายที่สุดของโบโร่ในเกมนี้
  • มอร์แกน วิตเทเกอร์ (มิดเดิลสโบรช์)
    ยิงหนึ่งประตู และสร้างปัญหาให้แบ็กขวาฮัลล์แทบตลอดครึ่งแรก ทั้งการลากจี้และการหาพื้นที่ยิง สอดคล้องกับไฮไลต์ที่สื่ออังกฤษพูดถึง “ลูกยิงสุดสวย” ของโบโร่ในเกมนี้
  • ไรลีย์ แมคกรี (มิดเดิลสโบรช์)
    ปิดกล่องครึ่งแรกด้วยประตู 4-0 และคุมจังหวะในพื้นที่สุดท้ายได้ดี ก่อนจะถูกถอดออกช่วงท้ายเพื่อเก็บความสด ฟอร์มเกมนี้ยืนยันว่าเขาคือคีย์แมนสำคัญในโครงสร้างแท็กติกของเฮลล์เบิร์ก
  • โจ เกลฮาร์ดต์ (ฮัลล์ ซิตี้)
    แม้ทีมจะแพ้เละ แต่เกลฮาร์ดต์ยังรับหน้าที่สังหารจุดโทษอย่างเยือกเย็น และเป็นหนึ่งในไม่กี่คนของฮัลล์ที่สร้างความหวังในเกมรุกได้บ้าง ทั้งการขยับหาพื้นที่และการพยายามเชื่อมเกมกับเพื่อนร่วมทีม

สรุปภาพรวมหลังเกม

  • ฮัลล์ ซิตี้
    • พลาดโอกาสทองที่จะขยับเข้าใกล้โซนเพลย์ออฟอย่างมีนัยสำคัญ
    • ปัญหาเกมรับ โดยเฉพาะช่วงต้น–กลางครึ่งแรก เป็นสิ่งที่ต้องเร่งแก้ ถ้าเป้าหมายคือจบในกลุ่มเพลย์ออฟ
    • เกมรุกยังพอมีแสงสว่างจากชื่ออย่างเกลฮาร์ดต์และเพื่อนร่วมทีม แต่ต้องการความแน่นอนมากกว่านี้
  • มิดเดิลสโบรช์
    • ชัยชนะ 4-1 นัดนี้ ต่อเนื่องจากผลงานดีภายใต้คิม เฮลล์เบิร์ก ทำให้ทีมขึ้นรองจ่าฝูงและเปิดภาพชัดว่าพวกเขาพร้อมลุ้นเลื่อนชั้นแบบจริงจัง
    • โครงสร้างเกมรุกที่มีสเตรเลช, กิลเบิร์ต, วิตเทเกอร์, แมคกรี และแฮ็กนีย์ในแดนกลาง ดูลงตัวและมีมิติ
    • หากรักษาฟอร์มแบบนี้ไว้ได้ต่อเนื่อง โบโร่มีโอกาสลุ้นเลื่อนชั้นอัตโนมัติไปพรีเมียร์ลีกสูงมากในช่วงโค้งสำคัญของฤดูกาล

สมัครสมาชิก BB3100 เพื่อติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ เว็บพนันออนไลน์ คาสิโน พนันฟุตบอล หวย สล็อต พร้อมให้บริการเกี่ยวกับ ข่าวสารกีฬา สรุปผลฟุตบอล และความบันเทิงอีกมากมาย

Share the Post: