ผลบอล แอตเลติโก มาดริด 1-0 เรอัล มาดริด จุดโทษ 2-4 (13 มีนาคม 2025)
ข้อมูลการแข่งขัน
- รายการแข่งขัน: ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2024/2025
- วันและเวลาแข่งขัน: 13 มีนาคม 2025 เวลา 03:00 น.
- สนามแข่งขัน: เอสตาดิโอ เมโตรโปลิตาโน่, มาดริด, สเปน
- สภาพอากาศ: ท้องฟ้าโปร่ง อุณหภูมิประมาณ 12°C
ครึ่งแรกของการแข่งขัน
-
นาทีที่ 1: แอตเลติโก มาดริด ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วจาก คอเนอร์ กัลลาเกอร์ ที่ยิงประตูจากการเปิดบอลของ โรดริโก้ เด ปอล ทำให้สกอร์รวมเสมอกัน 2-2
-
นาทีที่ 28: เรอัล มาดริด พยายามตอบโต้ โดย วินิซิอุส จูเนียร์ มีโอกาสยิง แต่บอลหลุดกรอบออกไป
-
นาทีที่ 45: แอตเลติโก มาดริด มีโอกาสจากลูกเตะมุม แต่ไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้
ครึ่งหลังของการแข่งขัน
-
นาทีที่ 70: เรอัล มาดริด ได้ลูกจุดโทษจากการที่ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ถูกทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ แต่ วินิซิอุส จูเนียร์ ยิงข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย
-
นาทีที่ 83: แอตเลติโก มาดริด มีโอกาสจากการยิงของ อังเคล คอร์เรอา แต่บอลหลุดกรอบไป
-
นาทีที่ 90: ทั้งสองทีมไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษ
ช่วงต่อเวลาพิเศษ:
- นาทีที่ 105: เรอัล มาดริด มีโอกาสจากการยิงของ จู๊ด เบลลิงแฮม แต่ ยาน โอบลัค เซฟไว้ได้
- นาทีที่ 120: ไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มได้ ทำให้ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ
การดวลจุดโทษ:
- เรอัล มาดริด: คีเลียน เอ็มบัปเป้, จู๊ด เบลลิงแฮม, เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ และ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ยิงเข้าทั้งหมด
- แอตเลติโก มาดริด: อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ ยิงเข้า, แต่ ฮูเลียน อัลวาเรซ ยิงพลาดเนื่องจากลื่นและสัมผัสบอลสองครั้ง ทำให้ประตูนั้นถูกยกเลิก
สถิติสำคัญของเกม
- การครองบอล: แอตเลติโก มาดริด 40% – 60% เรอัล มาดริด
- โอกาสยิง: แอตเลติโก มาดริด 12 (เข้ากรอบ 5) – เรอัล มาดริด 15 (เข้ากรอบ 6)
- ลูกเตะมุม: แอตเลติโก มาดริด 5 – 7 เรอัล มาดริด
- การทำฟาวล์: แอตเลติโก มาดริด 18 – 14 เรอัล มาดริด
- ใบเหลือง: แอตเลติโก มาดริด 3 – 2 เรอัล มาดริด
- ใบแดง:
บทวิเคราะห์บอลหลังเกม
เรอัล มาดริด ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังจากเอาชนะคู่ปรับร่วมเมือง แอตเลติโก มาดริด ในการดวลจุดโทษ 4-2 หลังจากเสมอกัน 2-2 รวมผลสองนัด เกมนี้เป็นการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ทั้งสองทีมต่างพยายามคุมจังหวะเกม และหาโอกาสทำประตู โดยเฉพาะในครึ่งหลังที่ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสทองหลายครั้ง
เรอัล มาดริด
จุดแข็ง:
- ✅ เกมรุกที่มีความยืดหยุ่นสูง – เรอัล มาดริด ใช้ผู้เล่นที่มีความสามารถเฉพาะตัวสูงในการทำเกม โดยเฉพาะ วินิซิอุส จูเนียร์, จู๊ด เบลลิงแฮม และ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่สร้างความอันตรายในพื้นที่สุดท้ายได้ตลอดเวลา
✅ ความนิ่งในการดวลจุดโทษ – เรอัล มาดริด แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจเมื่อเข้าสู่การดวลจุดโทษ โดยผู้เล่นหลักทุกคนยิงเข้าได้อย่างเฉียบคม
✅ เกมรับที่แข็งแกร่ง – แนวรับนำโดย อันโตนิโอ รือดิเกอร์ และ ดาวิด อลาบา ทำหน้าที่ได้ดีในการป้องกันลูกกลางอากาศและตัดบอลในจังหวะสำคัญ
✅ ความสามารถในการคุมจังหวะเกม – เรอัล มาดริด ครองบอลได้มากกว่าคู่แข่ง และสร้างเกมจากแดนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดอ่อน:
- ❌ การจบสกอร์ที่ยังขาดความเฉียบคม – เรอัล มาดริด มีโอกาสหลายครั้งในการปิดเกมในช่วง 90 นาที แต่ขาดความแม่นยำในการยิงประตู
❌ ความกดดันในช่วงต่อเวลาพิเศษ – ช่วงต่อเวลาพิเศษ เรอัล มาดริด ต้องพบกับการบีบพื้นที่ของแอตเลติโก มาดริด ทำให้เกมรุกทำงานลำบากขึ้น
แอตเลติโก มาดริด
จุดแข็ง:
- ✅ เกมรับที่เหนียวแน่น – แนวรับของแอตเลติโก มาดริด ยังคงเป็นหนึ่งในทีมที่เล่นเกมรับได้ดีภายใต้การคุมทีมของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่
✅ พลังงานและความดุดัน – นักเตะแอตเลติโก มีพลังงานในการไล่บอล และเพรสซิ่งสูง ทำให้ เรอัล มาดริด ต้องเจอความยากลำบากในการขึ้นเกม
✅ สร้างโอกาสได้ดี – แอตเลติโก มาดริด มีโอกาสยิงประตูหลายครั้ง โดยเฉพาะในครึ่งแรกที่สามารถขึ้นนำได้เร็ว
จุดอ่อน:
- ❌ ขาดความเด็ดขาดในการจบสกอร์ – แม้ว่าจะสร้างโอกาสได้ แต่การจบสกอร์ของพวกเขายังไม่แม่นยำพอ
❌ เสียเปรียบในช่วงท้ายเกม – แอตเลติโก มาดริด เริ่มเสียพลังงานในช่วงต่อเวลาพิเศษ และต้องเล่นเกมรับมากขึ้น
❌ ความกดดันในช่วงดวลจุดโทษ – นักเตะบางคนของแอตเลติโก ดูกดดันมากเกินไป ทำให้เกิดความผิดพลาดในการยิงจุดโทษ






