BB3100
นิวคาสเซิ่ล - แมนซิตี้

บาร์นส์เบิ้ล 7 นาทีเขย่าเอติฮัด! นิวคาสเซิ่ลเชือดแมนฯ ซิตี้ 2-1 ดับฝันไล่จ่าฝูง

เลือกหัวข้ออ่านทันที

ผลบอล นิวคาสเซิ่ล 2-1 แมนฯ ซิตี้ พรีเมียร์ลีก 23 พ.ย. 2025

ฮาร์วีย์ บาร์นส์ สวมบทซูเปอร์ฮีโร่กดสองประตูรวดในครึ่งหลัง พานิวคาสเซิ่ลเปิดบ้านเฉือนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 ในพรีเมียร์ลีกคืนวันที่ 23 พฤศจิกายน 2025 (ตามเวลาไทย) แม้รูเบน ดิอาสจะยิงตีเสมอให้ทีมเยือน แต่ “สาลิกาดง” ยังยืนระยะปิดเกมได้สำเร็จ พร้อมคว้าชัยนัดสำคัญที่สุดนัดหนึ่งของฤดูกาล

ข้อมูลการแข่งขัน

  • รายการแข่งขัน: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 นัดที่ 12
  • วันเวลาแข่งขัน: 23 พฤศจิกายน 2025 | 00:30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
  • สนาม: เซนต์ เจมส์ พาร์ค, นิวคาสเซิล
  • ผู้ชมในสนาม: 52,181 คน
  • ผู้ตัดสิน: ซามูเอล บาร์รอตต์
  • ผลการแข่งขัน: นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

รายละเอียดการแข่งขัน

ภาพรวมก่อนเกม

นิวคาสเซิ่ลอยู่ในช่วงฤดูกาลที่เริ่มต้นแบบไม่ลื่นไหล อันดับยังแกว่งใกล้โซนล่างและต้องการชัยชนะเพื่อปลุกความมั่นใจ แถมสถิติช่วงหลังเจอแมนฯ ซิตี้ค่อนข้างเป็นรองชัดเจน

ฝั่งแมนฯ ซิตี้มาด้วยเป้าหมายเดียวคือ “ต้องชนะ” เพื่อไล่กดดันอาร์เซน่อลที่นำจ่าฝูงอยู่ เกมนี้เป๊ปจัดทีมเน้นเกมรุกเต็มสูบ หวังปิดเกมให้เร็ว ขณะที่เอ็ดดี้ ฮาว วางแผนรับแน่น-สวนไว และเน้นความดุดันในแดนกลาง


ครึ่งแรก: ซิตี้ครองบอล แต่ยังเจาะไม่เข้า

เกม 45 นาทีแรกเป็นฝ่ายแมนฯ ซิตี้ที่ครองบอลมากกว่าและพยายามเซ็ตเกมจากแดนหลังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

  • ซิตี้ได้ลุ้นหลายครั้งจากการต่อบอลทะลุช่องให้ เออร์ลิง ฮาแลนด์ กับ ฟิล โฟเด้น แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่คมพอ

  • นิวคาสเซิ่ลเองก็ไม่ได้ตั้งรับอย่างเดียว พวกเขามีจังหวะสวนกลับเร็วจากริมเส้น และได้ลุ้นจากลูกกลางอากาศ รวมถึงลูกยิงหน้ากรอบที่ทำให้แนวรับทีมเยือนต้องออกแรง

  • ไฮไลต์สำคัญคือเกมที่เปิดแลกกันมากขึ้นช่วงท้ายครึ่งแรก แต่ทั้งสองทีมยังเปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้ จบครึ่งแรก 0-0

ภาพรวมครึ่งแรกจึงเป็นเกมที่ “ซิตี้ดูเหนือกว่าในรูปเกม” แต่ยังติดปัญหาความเฉียบคม ขณะที่นิวคาสเซิ่ลเล่นอย่างมีวินัยและรอจังหวะพุ่งสวนกลับ


ครึ่งหลัง: 7 นาทีบ้าคลั่ง เปลี่ยนเกมทั้งสนาม

ครึ่งหลังกลับมานิวคาสเซิ่ลเล่นได้มีความดุดันมากขึ้น บีบสูงกว่าครึ่งแรกและทำให้ซิตี้เริ่มเสียบอลในพื้นที่อันตราย

  • นาทีที่ 63 | นิวคาสเซิ่ล 1-0
    บาร์นส์ได้บอลบริเวณหน้าเขตโทษ ก่อนหาช่องยิงด้วยขวา บอลพุ่งเสียบมุมแบบเฉียบคม แม้ก่อนหน้าเขาจะเพิ่งพลาดโอกาสโล่ง ๆ ไป แต่จังหวะนี้แก้ตัวแบบสมบูรณ์ ทำให้เซนต์ เจมส์ พาร์ค ระเบิดทันที

  • นาทีที่ 67 | ซิตี้ตีเสมอ 1-1
    ซิตี้ไม่ปล่อยให้เกมไหลไปไกล รูเบน ดิอาสขึ้นมาเล่นลูกตั้งเตะและโหม่ง/ชาร์จทำประตูตีเสมอได้อย่างรวดเร็ว เกมกลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง

  • นาทีที่ 70 | นิวคาสเซิ่ลนำอีกครั้ง 2-1
    เป็นช็อตที่ดราม่าที่สุดของเกม: จังหวะบอลในกรอบเขตโทษที่บรูโน่ กิมาไรส์โหม่งชนคาน บอลเด้งลงมา บาร์นส์ไวกว่าใคร จิ้ม/ยิงเข้าไปเป็นประตูที่สองของตัวเอง
    หลังจากนั้นมีการเช็ก VAR ยาวเพื่อดูจังหวะล้ำหน้าและความต่อเนื่องของเกม ก่อนยืนยันว่า “ประตูถูกต้อง” ทำให้ซิตี้เสียสมาธิไปพอสมควร

หลังจากช่วง 7 นาทีที่มีถึง 3 ประตู เกมเข้าสู่โหมดเดือดทันที ซิตี้โหมบุกหนัก หวังตีเสมออีกรอบ ขณะที่นิวคาสเซิ่ลถอยลงไปรับต่ำเป็นบล็อกแน่น


ช่วงท้ายเกม: นิวคาสเซิ่ลยืนระยะ ซิตี้ฉุน VAR

  • ซิตี้มีจังหวะโต้เถียงเรื่อง “ลูกโทษ” อย่างน้อยหนึ่งครั้ง เมื่อโฟเด้นโดนปะทะในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินและ VAR ไม่ให้

  • นิวคาสเซิ่ลตั้งรับอย่างเป็นระบบ ใช้การเข้าปะทะหนักในแดนกลาง ตัดเกมไม่ให้ซิตี้ต่อบอลถึงพื้นที่อันตรายง่าย ๆ

  • เกมทดเวลาบาดเจ็บยาวกว่า 8 นาที ซิตี้กดดันต่อเนื่อง แต่แนวรับเจ้าบ้านยังคุมพื้นที่และเคลียร์บอลได้หมด
    จบเกม นิวคาสเซิ่ลชนะ 2-1 แบบสุดมันส์


สถิติสำคัญของเกม (ภาพรวม)

รายการ นิวคาสเซิ่ล แมนฯ ซิตี้
ครองบอล ประมาณ 35-40% ประมาณ 60-65%
โอกาสยิงทั้งหมด ราว 10-12 ครั้ง ราว 15-18 ครั้ง
ยิงเข้ากรอบ ราว 4-5 ครั้ง ราว 5-6 ครั้ง
เตะมุม ใกล้เคียงกัน ใกล้เคียงกัน
ใบเหลือง 2-3 ใบ 1-2 ใบ

ตัวเลขสะท้อนชัดว่า ซิตี้ครองบอลมากกว่าและบุกมากกว่า แต่เปลี่ยนโอกาสเป็นประตูไม่ได้ ขณะที่นิวคาสเซิ่ล “คมกว่าและเด็ดขาดกว่า” ในช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตาย


บทวิเคราะห์บอลหลังเกม

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

นี่คือเกมที่นิวคาสเซิ่ล “ชนะด้วยหัวใจและวินัย”

  • โครงสร้างเกมรับทำงานตลอด 90 นาที
  • ยอมครองบอลน้อย แต่เลือกจังหวะสวนกลับและจบสกอร์ได้คม
  • ช่วงท้ายเกมการป้องกันพื้นที่ในกรอบเขตโทษทำได้ยอดเยี่ยม
  • ชัยชนะครั้งนี้ยังเป็น “ชัยชนะพรีเมียร์ลีกครั้งแรกของเอ็ดดี้ ฮาวเหนือเป๊ป กวาร์ดิโอลา” และเป็นเกมที่แฟนบอลมองว่าอาจเป็นจุดเปลี่ยนของฤดูกาล

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ซิตี้เล่นไม่ได้แย่ในรูปเกม แต่แพ้เพราะ “สามเรื่องใหญ่”

  1. ความไม่เฉียบคมในครึ่งแรก
  2. เสียสมาธิหลังโดนประตูเร็ว
  3. ความหงุดหงิดจากจังหวะ VAR และการที่ทีมเสียบอลในแดนกลางหลายครั้ง

แม้จะได้ประตูตีเสมอเร็ว แต่แนวรับยังเสียพื้นที่ในช่วงสำคัญ ทำให้โดนบาร์นส์ยิงซ้ำจนเกมหลุดมือ


ผู้เล่นเด่นของเกม

  • ฮาร์วีย์ บาร์นส์ (นิวคาสเซิ่ล):
    ฮีโร่ของแท้ ยิง 2 ประตูใน 7 นาที เปลี่ยนเกมทั้งหมดยกให้เขาคนเดียว ฟื้นความมั่นใจจากจังหวะพลาดก่อนหน้า แล้วตอบแทนด้วยความเด็ดขาดแบบไม่ปรานี

  • บรูโน่ กิมาไรส์ (นิวคาสเซิ่ล):
    คุมแดนกลาง สู้ได้ทุกจังหวะ และเป็นคนโหม่งชนคานในประตูชัยที่สอง ทำให้บาร์นส์มีโอกาสซ้ำ

  • รูเบน ดิอาส (แมนฯ ซิตี้):
    ยิงประตูตีเสมอให้ทีมในจังหวะที่กำลังเสียทรง และคุมแนวรับในช่วงบุกหนัก แต่ไม่พอจะพาทีมกลับมาได้

  • ฟิล โฟเด้น (แมนฯ ซิตี้):
    มีบทบาทในเกมรุกมากที่สุดของทีม สร้างโอกาสบ่อย แต่ขาด “จังหวะสุดท้าย” ที่จะเปลี่ยนเป็นประตู


สรุปสถานการณ์หลังเกม

  • นิวคาสเซิ่ล: เก็บชัยใหญ่ ขยับขึ้นมาอยู่ราวอันดับ 14 ของตาราง มี 15 คะแนนจาก 12 นัด และได้แรงกระตุ้นมหาศาลในการหนีโซนล่าง
  • แมนฯ ซิตี้: ยังอยู่อันดับ 3 มี 22 คะแนน พลาดโอกาสไล่จี้อาร์เซน่อล จนช่องว่างขยับเป็น 4 แต้ม (และซิตี้แข่งมากกว่า 1 นัด) ทำให้เส้นทางลุ้นแชมป์เริ่มตึงขึ้นทันที

สมัครสมาชิก BB3100 เพื่อติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ เว็บพนันออนไลน์ คาสิโน พนันฟุตบอล หวย สล็อต พร้อมให้บริการเกี่ยวกับ ข่าวสารกีฬา สรุปผลฟุตบอล และความบันเทิงอีกมากมาย

Share the Post: