ผลบอล แมนยูไนเต็ด 3-2 ฟูแล่ม | เซสโก้ซัดชัย 90+4 หลังโดนไล่ตีเสมอ สรุปพรีเมียร์ลีก 1 ก.พ. 2026
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเฉือนชนะ ฟูแล่ม 3-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 (21:00 น. เวลาไทย) เกมนี้เจ้าถิ่นนำก่อนจากลูกโหม่งของ คาเซมิโร่ (19’) ต่อด้วยประตูสุดเฉียบของ มาเตอุส คุนญ่า (56’) แต่ช่วงท้ายฟูแล่มฮึดไล่จาก ราอูล ฮิเมเนซ จุดโทษ (85’) และ เควิน (90+1’) ก่อนที่ เบนจามิน เซสโก้ (90+4’) จะสวมบทฮีโร่ยิงปิดกล่องช่วงทดเจ็บ ช่วยให้ทีมเก็บ 3 แต้มสำคัญขึ้นอันดับ 4 พร้อมไทม์ไลน์สำคัญ, VAR ที่เปลี่ยนโมเมนตัม, สถิติครบ และบทวิเคราะห์แบบละเอียด
ข้อมูลการแข่งขัน
- รายการ: พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26
- นัดที่: แมตช์เดย์ 24
- วันเวลาแข่งขัน (เวลาไทย): 1 ก.พ. 2026 | 21:00 น.
- เวลาแข่งขัน (ท้องถิ่นอังกฤษ): 1 ก.พ. 2026 | 14:00 น.
- สนาม: Old Trafford
- ผู้ตัดสิน: John Brooks
- สกอร์ครึ่งแรก: แมนยู 1-0 ฟูแล่ม
- สกอร์เต็มเวลา: แมนยู 3-2 ฟูแล่ม
ผู้ทำประตู
- 1-0 (19′) Casemiro (โหม่ง)
- 2-0 (56′) Matheus Cunha
- 2-1 (85′) Raúl Jiménez (จุดโทษ)
- 2-2 (90+1′) Kevin (ยิงไกล/ปั่นเสียบมุมแบบสุดสวย)
- 3-2 (90+4′) Benjamin Šeško
ใบเหลือง / ใบแดง
-
แมนยูไนเต็ด:
-
Casemiro (ใบเหลือง)
-
Harry Maguire (ใบเหลือง)
-
-
ฟูแล่ม:
-
Joachim Andersen (ใบเหลือง)
-
-
ใบแดง: ไม่มี
รายชื่อผู้เล่นตัวจริง
แมนยูไนเต็ด
- GK: Senne Lammens
- DF: Diogo Dalot, Harry Maguire, Lisandro Martínez, Luke Shaw
- MF: Kobbie Mainoo, Casemiro
- AM/W: Amad Diallo, Bruno Fernandes (กัปตัน), Matheus Cunha
- FW: Bryan Mbeumo
ฟูแล่ม
- GK: Bernd Leno
- DF: Kenny Tete (หมายเหตุ: เกมนี้ตัวจริงฝั่งขวาคือ Timothy Castagne), Joachim Andersen (กัปตัน), Jorge Cuenca, Antonee Robinson
- MF: Alex Iwobi, Sander Berge
- AM/W: Harry Wilson, Emile Smith Rowe, Samuel Chukwueze
- FW: Raúl Jiménez
หมายเหตุ: รายชื่อยึดตามรายงานการแข่งขันอย่างเป็นทางการของสโมสรและข้อมูลแมตช์
การเปลี่ยนตัว (สำคัญต่อรูปเกม)
แมนยูไนเต็ด
- 74′ Benjamin Šeško แทน Matheus Cunha
- 75′ Manuel Ugarte แทน Casemiro
- 86′ Noussair Mazraoui แทน Diogo Dalot
- 90′ Leny Yoro แทน Bryan Mbeumo
ฟูแล่ม
- 71′ Ryan Sessegnon แทน Antonee Robinson
- 71′ Kevin แทน Emile Smith Rowe
- 79′ Tom Cairney แทน Samuel Chukwueze
- 86′ Calvin Bassey แทน Jorge Cuenca
รายละเอียดการแข่งขันแบบ “เล่าเกมยาว” (นาทีต่อนาที + จุดเปลี่ยน)
ครึ่งแรก: VAR เปลี่ยนบท ก่อนคาเซมิโร่โขกปลดล็อก
ช่วงต้นเกม (1’–15’)
แมนยูเริ่มเกมด้วยความกระตือรือร้น เกมริมเส้นขวาและการสอดของตัวรุกสร้างปัญหาให้แนวรับฟูแล่มหลายครั้ง โดยเฉพาะการเคลื่อนที่ของ Amad Diallo ที่ช่วยให้เจ้าถิ่นได้ลุ้นเร็วตั้งแต่ต้น แต่ฟูแล่มยังคุมระยะห่างและตัดบอลสุดท้ายได้อยู่
จังหวะชี้นำเกม (ก่อนนาที 19’): จุดโทษที่ “ถูกยกเลิก”
มีจังหวะที่กรรมการให้แมนยูได้จุดโทษจากการดึง/ปะทะใส่ Matheus Cunha แต่หลังเช็ก VAR ถูกแก้เป็น “ฟาวล์นอกเขตโทษ” แทน ผลลัพธ์สำคัญคือ—แมนยูไม่ได้จุดโทษ แต่ได้ฟรีคิกในตำแหน่งอันตรายพอดี
19’ (1-0) คาเซมิโร่โขกจากฟรีคิกบรูโน่
Bruno Fernandes เปิดฟรีคิกโค้งเข้ากลาง ก่อน Casemiro โฉบโหม่งเข้าประตูแบบเด็ดขาด เป็นประตูที่ “ปลดล็อก” เกมและทำให้เจ้าถิ่นเล่นง่ายขึ้นทันที
หลังนำ 1-0
แมนยูมีช่วงคุมเกมได้ดีขึ้น มีโอกาสบวกประตูเพิ่มจากลูกกลางอากาศและจังหวะเข้าทำหน้ากรอบเขตโทษ ขณะที่ฟูแล่มพยายามตอบโต้ด้วยการขึ้นเกมทางริมเส้นและการเปลี่ยนแกน แต่จังหวะจบยังไม่คมพอ สกอร์จบครึ่งแรกที่ 1-0
ครึ่งหลัง: คุนญ่าหนี 2-0 แต่ท้ายเกมกลายเป็นหนังคนละม้วน
56’ (2-0) คุนญ่าจบสกอร์สุดคม—คาเซมิโร่จ่ายแบบ “โนลุค”
ครึ่งหลังแมนยูมีจังหวะเข้าทำที่ไหลลื่นและมีคุณภาพมากขึ้น จุดไฮไลต์คือแอสซิสต์ของคาเซมิโร่ที่พลิกบอล/แตะจ่ายแบบไม่มอง เปิดช่องให้ Matheus Cunha ยิงเต็มข้อเข้าไป ทำให้เจ้าถิ่นนำห่าง 2-0 และดูเหมือนเกมกำลังจะ “ปิดจ๊อบ”
64’–75’: ฟูแล่มรอดตายจาก VAR + แมนยูเกือบฝัง
-
ฟูแล่มเคยมีจังหวะส่งบอลเข้าประตูได้จากความชุลมุน แต่ถูก VAR จับล้ำหน้าจากจังหวะก่อนหน้า ทำให้สกอร์ยังไม่ขยับ
-
ขณะเดียวกัน Benjamin Šeško ที่ลงมาช่วงท้ายเกือบยิงได้ทันที โดยมีจังหวะโหม่งชนคาน/ชนเสาแบบได้เสียว ซึ่งถ้าลูกนั้นเข้า เกมจะจบเร็วขึ้นมาก
85’ (2-1) ฟูแล่มได้จุดโทษ—ฮิเมเนซไม่พลาด
จังหวะสำคัญเกิดขึ้นเมื่อฟูแล่มได้จุดโทษในช่วงท้ายเกม Raúl Jiménez รับหน้าที่สังหารไล่มาเป็น 2-1 จุดนี้ทำให้โมเมนตัมเปลี่ยนทันที เพราะฟูแล่มเริ่มกล้าเปิดเกมแลกมากขึ้น
90+1’ (2-2) เควินยิงไกลเสียบสามเหลี่ยม—โอลด์ แทรฟฟอร์ดเงียบกริบ
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ฟูแล่มได้จังหวะยิงไกลสุดเฉียบของ Kevin บอลพุ่งเสียบมุมบนแบบหมดจด ตีเสมอ 2-2 และทำให้รูปเกมในช่วงทดเจ็บกลายเป็น “ใครมีสมาธิสุดชนะ”
90+4’ (3-2) เซสโก้ซัดชัย—บรูโน่สร้างสรรค์ช็อตตัดสินเกม
หลังโดนตีเสมอ แมนยูไม่เสียทรง กลับมาเร่งจังหวะทันที Bruno Fernandes พาบอลและจ่ายทะลุให้ Benjamin Šeško หลุดจบสกอร์แบบเฉียบคม ส่งบอลพุ่งเสียบตาข่ายเป็นประตูชัย 3-2 และปิดเกมด้วยชัยชนะสุดดราม่า
เกมนี้ทดเวลายาวไปถึงช่วง 90+12 ก่อนจบจริง สะท้อนความเข้มข้นและเหตุการณ์ช่วงท้ายที่ต่อเนื่อง
สถิติสำคัญหลังเกม
| รายการ | แมนยูไนเต็ด | ฟูแล่ม |
|---|---|---|
| ครองบอล | 42.1% | 57.9% |
| ยิงทั้งหมด | 13 | 14 |
| ยิงเข้ากรอบ | 6 | 6 |
| เตะมุม | 3 | 7 |
| เซฟ | 4 | 3 |
| ใบเหลือง | 2 | 1 |
อ่านเกมจากตัวเลข: ฟูแล่มครองบอลมากกว่าและได้เตะมุมเยอะกว่า แต่จำนวนยิงเข้ากรอบเท่ากัน แปลว่าคุณภาพโอกาส “สูสี” และเกมตัดสินกันที่ความคมในช่วงสำคัญ โดยเฉพาะช่วงทดเจ็บ
บทวิเคราะห์บอลหลังเกม (เจาะแท็กติก + จุดเปลี่ยนจริง)
1) ฟรีคิกแทนจุดโทษ: VAR เปลี่ยนคำตัดสิน แต่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์ (กลับยิ่งแย่กว่าเดิมสำหรับฟูแล่ม)
จุดโทษที่ถูกยกเลิกกลายเป็นฟรีคิกในระยะอันตราย และแมนยูใช้ลูกนิ่งเป็นอาวุธทันที ประตู 1-0 ทำให้รูปเกมเปลี่ยนจาก “ฟูแล่มตั้งรับแล้วรอสวน” ไปสู่ “ฟูแล่มต้องค่อย ๆ ดันเกมขึ้น” ซึ่งเปิดพื้นที่ให้แมนยูหาจังหวะเล่นงานมากขึ้น
2) คาเซมิโร่มีอิทธิพลกับเกมแบบครบวงจร
เกมนี้คาเซมิโร่ไม่ใช่แค่คนทำประตูแรก แต่ยังเป็นคนจ่ายให้ประตูที่สอง (แอสซิสต์แบบโนลุค) ก่อนถูกเปลี่ยนออก เขาคือ “ตัวแกน” ที่ทำให้แมนยูคุมจังหวะกลางสนามได้ดีในช่วงที่เกมยังเป็นของเจ้าถิ่น
3) ฟูแล่มแก้เกมได้จริง—ประตู 2-1 คือสวิตช์เปิดโหมดบุกเต็มพิกัด
หลังยิงจุดโทษไล่มา 2-1 ฟูแล่มเปลี่ยนจากการขึ้นเกมแบบระวังเป็นการเติมผู้เล่นเข้าพื้นที่สุดท้ายถี่ขึ้น ท้ายที่สุดได้รางวัลเป็นประตู 2-2 จากลูกยิงไกลที่คุณภาพสูงมาก
4) แมนยู “ไม่ลน” หลังโดนตีเสมอ—คุณภาพของบรูโน่คือความต่าง
หลายทีมโดนตีเสมอนาที 90+1 จะเสียอาการ แต่แมนยูยังมีสมองของทีมอย่างบรูโน่ที่พาเกมกลับไปสู่พื้นที่อันตราย แล้วจบด้วยความเฉียบคมของเซสโก้ จุดนี้คือความต่างระหว่าง “ได้ 1 แต้ม” กับ “ได้ 3 แต้ม”
ดาวเด่นของเกม (Standout Players)
- คาเซมิโร่: ยิง 1 + แอสซิสต์ 1 เป็นคนเปลี่ยนเกมตั้งแต่ลูกนิ่ง และทำให้แดนกลางเจ้าถิ่นมีสมดุล
- บรูโน่ แฟร์นันด์ส: แอสซิสต์จากลูกนิ่งให้ประตูแรก และสร้างจังหวะให้ประตูชัยช่วงทดเจ็บ เป็นหัวใจเกมรุกตัวจริง
- มาเตอุส คุนญ่า: จบสกอร์ลูกที่ 2 แบบเด็ดขาด เป็นประตูที่เกือบทำให้เกมปิด
- เบนจามิน เซสโก้: ตัวสำรองที่ตัดสินผลการแข่งขัน ยิงชัย 90+4 และมีจังหวะเกือบยิงได้ก่อนหน้านั้นด้วย
- ฟูแล่ม (ภาพรวม): ฮิเมเนซนิ่งในจุดโทษ และเควินยิงตีเสมอสุดสวย แสดงให้เห็นว่าทีมไม่ยอมแพ้แม้โดนนำ 0-2
สรุปสถานการณ์หลังเกม (ตารางคะแนน)
- แมนยูไนเต็ด: แข่ง 24 นัด มี 41 คะแนน ขึ้น อันดับ 4
- ฟูแล่ม: แข่ง 24 นัด มี 34 คะแนน อยู่ อันดับ 8
ชัยชนะนัดนี้ยังเป็นการชนะต่อเนื่องภายใต้กุนซือชั่วคราว Michael Carrick ซึ่งช่วยดันโมเมนตัมของทีมในช่วงโค้งสำคัญของฤดูกาล
โปรแกรมถัดไป
แมนยูไนเต็ด
- พรีเมียร์ลีก: พบ สเปอร์ส — 7 ก.พ. 2026
- พรีเมียร์ลีก: เยือน เวสต์แฮม — 10 ก.พ. 2026
- พรีเมียร์ลีก: เยือน เอฟเวอร์ตัน — 23 ก.พ. 2026
ฟูแล่ม
- พรีเมียร์ลีก: พบ เอฟเวอร์ตัน — 7 ก.พ. 2026
- พรีเมียร์ลีก: เยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ — 11 ก.พ. 2026






