ฟีฟ่าจ่อเอาผิดหนัก! “เอ็นรีเก้” เสี่ยงหมดอนาคตคุมทีม เหตุบีบคอเปโดรกลางเกมชิงแชมป์โลก
บรรยากาศหลังเกมรอบชิงชนะเลิศของศึก ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2025 ระหว่าง เชลซี และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กลายเป็นดราม่าร้อนทันที หลังมีเหตุการณ์รุนแรงที่อาจเปลี่ยนเส้นทางอาชีพของ หลุยส์ เอ็นรีเก้ ไปตลอดกาลหลังจบเกมที่ เชลซี ไล่ถล่ม เปแอสเช ไป 3-0 กุนซือชาวสเปนรายนี้ได้ก่อเหตุไม่คาดฝันด้วยการพุ่งเข้าไป บีบคอและผลักใบหน้า ชูเอา เปโดร กองหน้าดาวรุ่งของเชลซี จนล้มลงต่อหน้าสายตาผู้ชมและกล้องถ่ายทอดสดทั่วโลก
ฟีฟ่าเตรียมลงดาบขั้นสูงสุด
ตามรายงานจากสื่ออังกฤษชื่อดัง The Sun เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 ระบุว่า สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เตรียมเปิดการสอบสวนเหตุการณ์นี้อย่างเป็นทางการ โดยพิจารณาโทษในระดับร้ายแรงถึงขั้น ห้ามเอ็นรีเก้คุมทีมในทุกรายการของฟีฟ่าไปตลอดชีวิต
โทษดังกล่าวจะรวมถึง:
- ห้ามคุมทีมในแชมเปี้ยนส์ ลีก ซูเปอร์คัพ (เปแอสเชมีกำหนดพบ สเปอร์ส วันที่ 14 ส.ค.)
- หมดสิทธิ์ในรายการอินเตอร์ คอนติเนนตัล คัพ ช่วงปลายปีนี้
- แบนจากฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ทุกรายการในอนาคต แม้จะย้ายไปคุมทีมอื่นก็ตาม
กรณีนี้ถือเป็นบทลงโทษที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับโค้ชระดับท็อปของยุโรป หากฟีฟ่ายืนยันบทลงโทษ
ด้านเนเวส อาจรอดตัว แม้กระชากผมคู่แข่ง
นอกจากเหตุการณ์ของเอ็นรีเก้ ยังมีอีกหนึ่งจังหวะร้อนช่วงท้ายเกม เมื่อ ชูเอา เนเวส มิดฟิลด์ดาวรุ่งของเปแอสเช กระชากผม มาร์ค กูกูเรย่า กองหลังเชลซี จนถูกใบแดงไล่ออกโดยตรง
อย่างไรก็ตาม สื่ออังกฤษรายงานว่า เนเวสจะไม่ถูกลงโทษเพิ่มเติม เนื่องจากตามข้อบังคับของฟีฟ่า โทษแบนที่เกิดขึ้นในรายการที่จบลงแล้ว จะไม่ผูกพันต่อรายการอื่น
บทวิเคราะห์จากบีบี บอลวงใน
เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าฟุตบอลระดับสูงในยุคนี้ ไม่ได้ตัดสินแค่เรื่องของแท็คติกหรือความสามารถในสนามเท่านั้น แต่ วินัยและความเป็นมืออาชีพของผู้จัดการทีม ก็ถูกจับตามองไม่แพ้กัน หากเอ็นรีเก้ถูกแบนตลอดชีวิตจริง จะไม่เพียงส่งผลต่ออาชีพของเขาเท่านั้น แต่ยังสะเทือนความมั่นคงของเปแอสเชในฐานะทีมระดับโลกที่ต้องการความเป็นผู้นำจากข้างสนาม






