ผลบอล เรอัล เบติส 0-5 แอตเลติโก มาดริด | ลุคแมนยิง+แอสซิสต์ พาทีมเข้ารอบรองโกปา เดล เรย์ 6 ก.พ. 2569
เรอัล เบติสโดนแอตเลตติโก มาดริดบุกอัดยับ 0-5 ในศึกโกปา เดล เรย์ รอบก่อนรองชนะเลิศ เช้ามืดวันที่ 6 ก.พ. 2569 (เวลาไทย 03:00) ที่สนามเอสตาดิโอ โอลิมปิโก เด ลา การ์ตูฆา โดยทีมเยือนนำตั้งแต่นาที 12 จากลูกโหม่งของดาวิด ฮันช์โก ก่อนรัวเพิ่มจากจูเลียโน ซิเมโอเน นาที 30, อเดโมลา ลุคแมน นาที 37, อ็องตวน กรีซมันน์ นาที 62 และติอาโก อัลมาดา นาที 83 เกมนี้ลุคแมนประเดิมสนามได้ทั้งยิงและจ่าย ขณะที่เบติสเปลี่ยนตัวรวดเดียวถึง 3 รายตั้งแต่พักครึ่งแต่เอาไม่อยู่ จบเกมตราหมีผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศอย่างสวยงาม
ข้อมูลการแข่งขัน
- รายการแข่งขัน: โกปา เดล เรย์ (บอลถ้วยสเปน) รอบก่อนรองชนะเลิศ
- วันเวลาแข่งขัน: เช้ามืดวันศุกร์ที่ 6 ก.พ. 2569 เวลา 03:00 น. (ตามเวลาไทย)
- สนาม: เอสตาดิโอ โอลิมปิโก เด ลา การ์ตูฆา, เมืองเซบียา
- ผู้ชมในสนาม: 66,810 คน
- ผู้ตัดสิน: เซซาร์ โซโต กราโด
- รูปแบบการแข่งขัน: แพ้คัดออกนัดเดียว (ชนะเข้ารอบทันที)
สกอร์ผู้ทำประตู (เรียงตามเวลา)
-
นาที 12 | 0-1 แอตเลติโก มาดริด: ดาวิด ฮันช์โก (ลูกโหม่งจากลูกเตะมุม)
-
จุดเริ่ม: โกเก้ เปิดเตะมุมอย่างแม่นยำ ฮันช์โกขึ้นโหม่งเต็มแรง ผู้รักษาประตู อาเดรียน รับไม่อยู่
-
นาที 30 | 0-2 แอตเลติโก มาดริด: จูเลียโน ซิเมโอเน
-
จุดเริ่ม: เกมต่อบอลวันทัชทางฝั่งซ้าย มัตเตโอ รุจเจรี ต่อให้ อเล็กซ์ บาเอนา แล้วมีการชิ่งกับ ลุคแมน ก่อนเปิดเรียดเข้ากลางให้ซิเมโอเนซัดผ่านอาเดรียน
-
นาที 37 | 0-3 แอตเลติโก มาดริด: อเดโมลา ลุคแมน
-
จุดเริ่ม: ลุคแมนใช้ความแข็งแกร่งบังบอลในเขตโทษ เลี้ยงหลบตัวประกบอีกคนก่อนยิงเรียดเสียบมุมซ้าย เป็นประตูเปิดตัวในสีเสื้อใหม่
-
นาที 62 | 0-4 แอตเลติโก มาดริด: อ็องตวน กรีซมันน์
-
จุดเริ่ม: สวนกลับเร็ว ลุคแมนลากตัดกลางดึงกองหลัง ก่อนจ่ายให้กรีซมันน์ปั่นโค้งเสียบมุมขวาบนแบบคมกริบ
-
นาที 83 | 0-5 แอตเลติโก มาดริด: ติอาโก อัลมาดา
-
จุดเริ่ม: อัลมาดาลงสำรองแล้วเติมต่อเนื่อง จังหวะหนึ่งบอลถูกยิงมุมแคบให้ผู้รักษาประตูปัดออกมา อัลมาดาตามซ้ำเข้าประตูโล่ง ๆ ปิดกล่อง
ใบเหลือง / ใบแดง
- เรอัล เบติส: ใบเหลือง 2 ใบ
- นาที 53: นาตัน แบร์นาร์โด เด ซูซา
- นาที 81: ดีเอโก ยอเรนเต้
- แอตเลติโก มาดริด: ไม่มีใบเหลือง
- ใบแดง: ไม่มี
รายชื่อผู้เล่นตัวจริง (พร้อมระบบ)
เรอัล เบติส (ระบบ 4-2-3-1)
- ผู้รักษาประตู: อาเดรียน
- กองหลัง: ไอตอร์ รูอีบาล, มาร์ก บาร์ตรา (กัปตัน), ดีเอโก ยอเรนเต้, บาเลนติน โกเมซ
- กองกลางตัวรับ: มาร์ก โรกา, นิโกลัส เดโอซซา
- แนวรุก: อันโตนี, ปาโบล ฟอร์นาลส์, อับเด เอซซัลซูลี
- หน้าเป้า: เอเซเกล อาวีลา
ตัวสำรองที่ถูกส่งลงสนามเด่น ๆ
- เปลี่ยนตัวรวดเดียวช่วงพักครึ่ง (นาที 45) ถึง 3 คน: นาตัน แบร์นาร์โด เด ซูซา, อัลบาโร ฟีดัลโก เฟร์นานเดซ, อังเคล ออร์ติซ
- เปลี่ยนเพิ่มช่วงครึ่งหลัง: โรดรีโก รีเกลเม, เซร์กี อัลติมิรา เป็นต้น
แอตเลติโก มาดริด (ระบบ 4-4-2)
- ผู้รักษาประตู: ฮวน มุสโซ
- กองหลัง: มาร์กอส ยอเรนเต้, มาร์ก ปูบีลล์, ดาวิด ฮันช์โก, มัตเตโอ รุจเจรี
- กองกลาง: จูเลียโน ซิเมโอเน, ปาโบล บาร์รีออส, โกเก้ (กัปตัน), อเล็กซ์ บาเอนา
- กองหน้า: อ็องตวน กรีซมันน์, อเดโมลา ลุคแมน
ตัวสำรองที่ถูกส่งลงสนามเด่น ๆ
- โฮเซ่ ฆิเมเนซ (ลงมาแทนบาร์รีออสช่วงต้นครึ่งหลัง)
- นาอวล โมลินา
- ริคาร์โด เมนโดซา
- ติอาโก อัลมาดา (ลงมาแล้วยิงปิดกล่อง)
- โอสการ์ วาร์กัส
เล่าเกมแบบละเอียด (ภาพรวม + นาทีสำคัญ + จุดเปลี่ยน)
ครึ่งแรก: แอตเลติโก “บินออกจากบล็อก” เบติสตั้งเกมไม่ทัน
0–15 นาที
แอตเลติโกเริ่มเกมด้วยการวิ่งไล่และยืนตำแหน่งรัดกุม เล่นบอลเร็วไปด้านข้างเพื่อบังคับให้เบติสถอยและเสียระเบียบ ก่อนมาได้ประตูนำจากลูกเตะมุมนาที 12 ซึ่งเป็นสัญญาณชัดว่าเกมนี้ทีมเยือนเตรียม “แผนเล่นลูกตั้งเตะ” มาอย่างมีคุณภาพ
นาที 16 และ 24 (โอกาสทองที่เกือบเป็น 0-2 เร็วกว่านี้)
ลุคแมนมีโอกาสหลุดเดี่ยวและโอกาสยิงจังหวะเดียวอีกครั้งในครึ่งแรก แต่จบไม่ตรงกรอบ ทำให้เบติสยังพอมีลมหายใจช่วงหนึ่ง—ก่อนจะถูกยิงเพิ่มแบบต่อเนื่อง
นาที 30–37: 7 นาทีที่เกม “พัง” สำหรับเบติส
-
นาที 30 เสียประตูจากการต่อบอลวันทัชและการเจาะฝั่งซ้าย
-
นาที 37 เสียเพิ่มจากความสามารถเฉพาะตัวของลุคแมนในเขตโทษ
ช่วงเวลานี้ทำให้รูปเกมเปลี่ยนจาก “ยังพอไล่ได้” เป็น “ต้องหวังปาฏิหาริย์” ทันที เพราะตามหลัง 0-3 ตั้งแต่ยังไม่หมดครึ่งแรก
ครึ่งหลัง: เบติสแก้ด้วยการเปลี่ยน 3 คน แต่แอตเลติโกคุมเกมแล้วรอสวน
พักครึ่ง—เบติสเปลี่ยน 3 คนรวด
การแก้เกมสะท้อนว่ากุนซือเบติสยอมรับว่ารูปแบบเดิมเอาไม่อยู่ ต้องเพิ่มพลังและความสดเพื่อหยุดเลือดไหล แต่ปัญหาคือ “ช่องว่างคุณภาพ” และ “ความมั่นใจ” หลังโดนยิงสามเม็ดทำให้การแก้เกมยากมาก
นาที 50: แอตเลติโกเสียข่าวร้ายเล็ก ๆ
ปาโบล บาร์รีออสมีอาการบาดเจ็บช่วงต้นครึ่งหลัง ต้องถูกเปลี่ยนตัวออก เป็นจังหวะเดียวที่ทำให้แอตเลติโกต้องปรับแผนกลางเกม
นาที 62: ประตูที่ 4—ภาพแทนของความเฉียบคม
แม้ครึ่งหลังแอตเลติโกผ่อนจังหวะลง แต่ยังมีคุณภาพสวนกลับสูงมาก ลุคแมนลากดึงตัวประกบแล้วจ่ายให้กรีซมันน์ยิงแบบไม่ต้องคิดเยอะ เป็นประตูที่ตอกย้ำว่า “แอตเลติโกไม่ต้องบุกเยอะ แต่บุกแล้วคม”
นาที 83: อัลมาดาปิดกล่อง—สำรองก็ยังดุดัน
เมื่อเกมขาดแล้ว การส่งอัลมาดาลงมาไม่ได้เป็นแค่การรักษาสภาพผู้เล่นตัวจริง แต่ยังเป็นการ “เพิ่มความกระหาย” และสุดท้ายได้ประตูตอกฝาโลง ทำให้สกอร์ออกมาโหดถึง 0-5
บทวิเคราะห์บอลหลังเกม (เจาะลึกแท็กติก)
1) แอตเลติโกชนะด้วย “โครงสร้าง + ความเร็วในการเปลี่ยนจังหวะ”
เกมนี้ไม่ได้ชนะเพราะครองบอลอย่างเดียว แต่ชนะเพราะ
- ยืนตำแหน่งเป็นระบบ
- เล่นบอลวันทัชเพื่อหลุดเพรส
- เปลี่ยนจากรับเป็นรุกเร็วมาก โดยเฉพาะจังหวะสวนกลับที่นำไปสู่ประตูของกรีซมันน์
เมื่อเบติสเริ่มเสียระเบียบ แอตเลติโกยิ่งเล่นง่ายและยิงได้เรื่อย ๆ
2) เบติสพังตรง “รับมือด้านข้าง + รับมือเขตโทษ”
สองประตูสำคัญในครึ่งแรกมาจากการถูกเจาะฝั่งซ้ายของแอตเลติโก (การต่อบอลแล้วเปิดเรียด) และการปล่อยให้คู่แข่งมีพื้นที่ในกรอบเขตโทษ (จังหวะลุคแมน) ทำให้เกมรับแตกเป็นชิ้น ๆ
3) จุดเด่นที่สุด: ลุคแมน “ทั้งจบเองและปั้นให้เพื่อน”
ลุคแมนไม่ได้มีแค่ประตูเปิดตัว แต่ยังสร้างผลกระทบกับทั้งเกม
- ครึ่งแรก: กล้าเล่น กล้าดวล และสุดท้ายทำประตู
- ครึ่งหลัง: เปลี่ยนบทบาทเป็นตัวลากสวนกลับและจ่ายให้เพื่อนยิง (แอสซิสต์ให้กรีซมันน์)
นี่คือภาพของผู้เล่นที่ “เข้าระบบแล้วทำให้ทีมดุดันขึ้นทันที”
ดาวเด่นของเกม
- อเดโมลา ลุคแมน (แอตเลติโก มาดริด): ยิง 1 จ่าย 1 เกมแรกก็เป็นตัวตัดสินเกม
- โกเก้ (แอตเลติโก มาดริด): เปิดเตะมุมแอสซิสต์ให้ประตูแรก ทำให้เกมไหลเข้าทางตั้งแต่ต้น
- ดาวิด ฮันช์โก (แอตเลติโก มาดริด): โหม่งปลดล็อก ช่วยให้ทีมคุมเกมได้เร็ว
- อ็องตวน กรีซมันน์ (แอตเลติโก มาดริด): จบสกอร์ลูกที่ 4 แบบเฉียบคม และเป็นศูนย์กลางเกมรุกที่อ่านเกมขาด
สรุปสถานการณ์หลังเกม
แอตเลติโก มาดริดผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศโกปา เดล เรย์อย่างยิ่งใหญ่จากชัยชนะ 5-0 ขณะที่เรอัล เบติสต้องเจ็บปวดกับความพ่ายแพ้คาบ้านต่อหน้าแฟนบอลจำนวนมาก เกมนี้เป็นบทเรียนชัดเจนเรื่องความผิดพลาดเล็ก ๆ ในเกมรับที่โดนลงโทษแบบทวีคูณเมื่อเจอทีมที่คมและมีวินัยสูง
โปรแกรมถัดไป
- แอตเลติโก มาดริด: รอจับสลากประกบคู่รอบรองชนะเลิศ และเตรียมเล่นรอบตัดเชือกแบบเหย้า-เยือน
- เรอัล เบติส: กลับไปโฟกัสผลงานในลีกและรายการอื่น พร้อมเร่งแก้ปัญหาเกมรับและความมั่นใจ






