เบอร์มิงแฮม 1-1 ดาร์บี้ | สรุปผลบอลแชมเปี้ยนชิพ 26 ธ.ค. 2025 (บ็อกซิ่งเดย์)
เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ตามตีเสมอ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 1-1 จากประตูของ “แจ็ค โรบินสัน” นาที 64 หลังโดน “แพทริก อาเกียมัง” โขกให้ทีมเยือนนำก่อนนาที 27 เกมนี้เดือดจัด—ดาร์บี้เหลือ 10 คนตั้งแต่นาที 39 (โจ วอร์ด โดนไล่ออก) ก่อนเบอร์มิงแฮมจะมาเหลือ 10 คนช่วงทดเจ็บ (คริสตอฟ คลารเรอร์ โดนแดงนาที 90+2)
ข้อมูลการแข่งขัน
รายการ/วันเวลา/สนาม
- รายการ: แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ (ฤดูกาล 2025/26)
- วันแข่งขัน: 26 ธันวาคม 2025
- เวลาแข่งขัน: 12:30 น. (สหราชอาณาจักร) | 19:30 น. (เวลาไทย)
- สนาม: เซนต์ แอนดรูว์ส (เบอร์มิงแฮม)
- ผู้ชม: 28,082 คน
- ผู้ตัดสิน: เบน โทเนอร์
สกอร์
-
เบอร์มิงแฮม ซิตี้ 1-1 ดาร์บี้ เคาน์ตี้
ไฮไลต์และเหตุการณ์สำคัญในเกม
ประตู (Goals)
-
นาที 27 | ดาร์บี้นำ 0-1: แพทริก อาเกียมัง
จุดเริ่มมาจากบอลยาว/การสวนกลับเร็ว—บอลถูกวางขึ้นหน้าให้ ริอัน บรูว์สเตอร์ ใช้ความเร็วฉีกหนีแนวรับ ก่อนยกเข้าเขตโทษให้ อาเกียมัง โขกผ่าน เจมส์ บีเดิล เข้าไป -
นาที 64 | เบอร์มิงแฮมตีเสมอ 1-1: แจ็ค โรบินสัน
เจ้าถิ่นได้ฟรีคิกจาก มาร์ค เลโอนาร์ด บอลไปถูกสกัด/ชุลมุนที่เสาสองจนแนวรับกับผู้เล่นดาร์บี้บังกันเอง ก่อนที่ โรบินสัน จะ “ดัน/จิ้ม” บอลผ่านมือ ยาค็อบ วีเดลล์ เซตเทอร์สตรอม ตุงตาข่าย
ใบแดง (Red Cards) – เกมเดือดตั้งแต่ครึ่งแรกจนทดเจ็บ
-
นาที 39 | ดาร์บี้เหลือ 10 คน: โจ วอร์ด (เหลืองที่สองเป็นแดง)
รายงานเกมระบุว่า วอร์ดได้ 2 ใบเหลืองในช่วงเวลาห่างกันไม่นาน ก่อนถูกไล่ออกจากสนาม ทำให้ดาร์บี้ต้องถอยมาตั้งรับยาวๆ ตลอดครึ่งหลัง -
นาที 90+2 | เบอร์มิงแฮมเหลือ 10 คน: คริสตอฟ คลารเรอร์ (ใบแดง)
กัปตันเจ้าถิ่นโดนไล่ออกช่วงทดเวลาบาดเจ็บจากจังหวะเข้าปะทะที่ถูกมองว่า “เสี่ยง/อันตราย” ใส่ตัวสำรองของดาร์บี้อย่าง เอโบู อดัมส์
โอกาสสำคัญ (Key Chances) ที่เปลี่ยนอารมณ์เกม
- นาที 5: เบอร์มิงแฮมเกือบขึ้นนำเร็ว—เดมาไร เกรย์ ได้จบสกอร์แต่บอลชนเสาแบบน่าเสียดาย
- หลังตีเสมอ 1-1 เบอร์มิงแฮมเดินหน้ากดต่อ:
- เซตเทอร์สตรอม โชว์เซฟสำคัญจากลูกยิงของ แพ็ก ซึง-โฮ
- ช่วงท้ายเกม โรบินสัน เกือบกลายเป็นฮีโร่สองประตูจากลูกโหม่งชนคาน—คานช่วยดาร์บี้รอดพ้นความพ่ายแพ้
สถิติสำคัญ (Match Stats)
ภาพรวมคือ “เกมข้างเดียวด้านการครองบอลและปริมาณโอกาส” แต่ดาร์บี้เอาตัวรอดด้วยวินัยเกมรับ + ฟอร์มผู้รักษาประตู
| รายการ | เบอร์มิงแฮม | ดาร์บี้ |
|---|---|---|
| ครองบอล | 73.7% | 26.3% |
| ยิงทั้งหมด | 25 | 5 |
| ยิงเข้ากรอบ | 9 | 1 |
| เตะมุม | 12 | 1 |
| ใบเหลือง | 3 | 1 |
| เซฟ | 0 | 8 |
แผนการเล่นและรายชื่อผู้เล่น
แผนการเล่น (Formations)
- เบอร์มิงแฮม: 4-2-3-1
- ดาร์บี้: 3-4-1-2
ตัวจริงเบอร์มิงแฮม ซิตี้ (พร้อมเหตุการณ์เด่น)
- เจมส์ บีเดิล (ผู้รักษาประตู)
- โทโมกิ อิวาตะ
- คริสตอฟ คลารเรอร์ (กัปตัน) (เหลือง 49, แดง 90+2)
- แจ็ค โรบินสัน (ยิง 64)
- เอียรัน แคชิน (ออก 58)
- มาร์ค เลโอนาร์ด (ออก 78)
- แพ็ก ซึง-โฮ (เหลือง 74)
- แพทริก โรเบิร์ตส์
- เจย์ สแตนส์ฟิลด์ (เหลือง 71)
- เดมาไร เกรย์ (ออก 15)
- มาร์วิน ดุ๊คช์ (ออก 58)
ตัวสำรองเบอร์มิงแฮมที่ถูกส่งลง
- ลูอิส คูมาส (ลง 15, ออก 78)
- อัลฟอนส์ ซัมป์สเต็ด (ลง 58)
- เคียวโกะ ฟุรุฮาชิ (ลง 58)
- วิลลุม ธอร์ วิลลุมส์สัน (ลง 78)
- ลินดอน ไดค์ส (ลง 78)
ตัวจริงดาร์บี้ เคาน์ตี้ (พร้อมเหตุการณ์เด่น)
- ยาค็อบ วีเดลล์ เซตเทอร์สตรอม (ผู้รักษาประตู)
- ซอนเดร ลังกอส (กัปตัน) (เหลือง 71, ออก 90+6)
- แดนนี แบธ
- แมตต์ คลาร์ก
- โจ วอร์ด (เหลือง 29, แดง 39)
- เลียม ทอมป์สัน
- บ็อบบี คลาร์ก
- คัลลัม เอลเดอร์
- เบน เบรเรตัน (ออก 45)
- ริอัน บรูว์สเตอร์ (แอสซิสต์ 27, ออก 45)
- แพทริก อาเกียมัง (ยิง 27, ออก 85)
ตัวสำรองดาร์บี้ที่ถูกส่งลง
- เอโบู อดัมส์ (ลง 45)
- เคอร์ติส เนลสัน (ลง 45)
- เคย์เดน แจ็คสัน (ลง 85)
- เครก ฟอร์ไซธ์ (ลง 90+6)
บทวิเคราะห์บอลหลังเกม (เจาะลึกแท็กติกและโมเมนตัม)
ทำไมเบอร์มิงแฮม “ครองทุกอย่าง” แต่ชนะไม่ได้
-
จังหวะเปลี่ยนจากครองบอลเป็น “จบสกอร์” ยังไม่คมพอ
แม้ยิงถึง 25 ครั้งและเข้ากรอบ 9 หน แต่ต้องใช้ “จังหวะชุลมุนจากฟรีคิก” ถึงจะได้ประตูตีเสมอ (สะท้อนว่าการเจาะบล็อกลึกยังติดขัด) -
ดาร์บี้ตั้งรับต่ำ + ผู้รักษาประตูเหนียว
ตัวเลขเซฟ 8 ครั้งบอกชัดว่า เซตเทอร์สตรอมช่วยชีวิตทีมเยือนหลายจังหวะ -
ใบแดงของดาร์บี้ไม่ได้ทำให้รูปเกม “เปิด” แบบที่คาด
หลังดาร์บี้เหลือ 10 คน เกมกลายเป็น “กำแพงมนุษย์” เต็มรูปแบบ—ยิ่งบังคับให้เบอร์มิงแฮมต้องเปิดบอล/ยิงไกลมากขึ้น และเสี่ยงโดนสวนกลับจากบอลยาว
มุมของดาร์บี้: แต้มนี้ได้มาแบบ “เสียหายแต่คุ้ม”
- ขึ้นนำจากเกมสวนกลับที่ตรงไปตรงมา
- จากนั้นเจอใบแดงเร็ว ทำให้ต้องยอมถอยทั้งระบบ
- สุดท้ายยังรักษาแต้มออกมาได้ แม้สถิติเป็นรองหนัก—นี่คือ “แต้มความอึด” ที่มักสำคัญกับการลุ้นอันดับในลีกยาวๆ
ดาวเด่น/คนที่เป็นตัวแปรของเกม
1) แจ็ค โรบินสัน (เบอร์มิงแฮม)
-
ยิงประตูตีเสมอ และเกือบยิงชัยชนะจากลูกโหม่งชนคานช่วงท้าย
-
มีบทบาททั้งเกมรุกและลูกนิ่ง (ซึ่งเป็นทางรอดของเจ้าถิ่นในนัดนี้)
2) ยาค็อบ วีเดลล์ เซตเทอร์สตรอม (ดาร์บี้)
-
เซฟรวม 8 ครั้ง ช่วยประคองทีมที่เล่น 10 คนตั้งแต่นาที 39 ให้ไม่แพ้
3) แพทริก อาเกียมัง (ดาร์บี้)
-
โขกประตูขึ้นนำจากจังหวะสวนกลับเร็ว—เป็น “จังหวะคุณภาพ” ที่แทบสวนทางกับรูปเกมโดยรวม
สถานการณ์บนตารางคะแนนหลังจบเกม
- ดาร์บี้ เคาน์ตี้: แข่ง 23 นัด มี 32 คะแนน (อยู่โซนกลางตาราง)
- เบอร์มิงแฮม ซิตี้: แข่ง 23 นัด มี 30 คะแนน
ภาพรวม: ทั้งสองทีมยังเกาะกลุ่มกลางตารางแบบแต้มไม่ห่างกันมาก เกมแบบนี้เลยมีน้ำหนักในแง่ “ไม่ให้หลุดโซนลุ้น” มากกว่าความสวยงามของรูปเกม
โปรแกรมถัดไป (อัปเดตจากตารางแข่ง)
เบอร์มิงแฮม ซิตี้
-
พบ เซาแธมป์ตัน วันที่ 29 ธ.ค. 2025 เวลา 20:15 น. (สหราชอาณาจักร)
= 03:15 น. วันที่ 30 ธ.ค. (เวลาไทย)
ดาร์บี้ เคาน์ตี้
-
เยือน เลสเตอร์ ซิตี้ วันที่ 29 ธ.ค. 2025 เวลา 19:45 น. (สหราชอาณาจักร)
= 02:45 น. วันที่ 30 ธ.ค. (เวลาไทย)
สรุปสั้นแบบได้ใจความ
เบอร์มิงแฮมเป็นฝ่าย “คุมเกมและสร้างโอกาส” ชัดเจน แต่ดาร์บี้ฉวยความเฉียบคมจากเกมสวนกลับขึ้นนำก่อน จากนั้นเกมพลิกเป็นการตั้งรับสุดชีวิตหลังใบแดงของวอร์ด ก่อนที่เจ้าถิ่นจะไล่ตีเสมอได้สำเร็จ ทว่าช่วงท้ายที่เบอร์มิงแฮมเกือบได้ชัยชนะกลับถูกคานปฏิเสธ—จบ 1-1 แบบเดือดครบเครื่องตามสไตล์บ็อกซิ่งเดย์






