BB3100
อาร์เซน่อล - คริสตัล พาเลซ

ดราม่า 95 นาที! อาร์เซน่อลโดนตีเจ๊าทดเจ็บ 1-1 ก่อนชนะจุดโทษพาเลซ 8-7 (คาราบาว คัพ)

เลือกหัวข้ออ่านทันที

อาร์เซน่อล 1-1 คริสตัล พาเลซ (อาร์เซน่อลชนะจุดโทษ 8-7) สรุปคาราบาว คัพ 24 ธ.ค. 2025

อาร์เซน่อลผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศคาราบาว คัพ แบบหืดจับ หลังเสมอคริสตัล พาเลซ 1-1 ในเวลา 90 นาที (รวมทดเจ็บยาว) ที่เอมิเรตส์ สเตเดียม คืนวันที่ 24 ธ.ค. เวลา 03:00 น. (ไทย) โดย “ปืนใหญ่” ขึ้นนำจาก มักซ็องซ์ ลาครัวซ์ ทำเข้าประตูตัวเอง นาที 80 แต่ มาร์ค เกอี โขกตีเสมอ นาที 90+5 ก่อนที่การดวลจุดโทษจะยืดเยื้อ 16 คน และเป็น เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ที่เซฟจุดโทษของลาครัวซ์เป็นช็อตตัดสิน ส่งอาร์เซน่อลชนะดวลเป้า 8-7

ข้อมูลการแข่งขัน

รายการ

  • รายการ: คาราบาว คัพ (EFL Cup) รอบก่อนรองชนะเลิศ
  • วันเวลาแข่งขัน: อังคาร 23 ธ.ค. 2025 20:00 น. (อังกฤษ) / พุธ 24 ธ.ค. 03:00 น. (ไทย)
  • สนาม: เอมิเรตส์ สเตเดียม
  • ผู้ตัดสิน: สจ๊วร์ต แอ็ตต์เวลล์

สกอร์และผู้ทำประตู

จบ 90 นาที: อาร์เซน่อล 1-1 คริสตัล พาเลซ

  • 1-0 (ทำเข้าประตูตัวเอง) มักซ็องซ์ ลาครัวซ์ 80’
  • 1-1 มาร์ค เกอี 90+5’

ดวลจุดโทษ: อาร์เซน่อลชนะ 8-7

อาร์เซน่อลยิงเข้าทั้ง 8 คน ขณะที่พาเลซพลาด 1 คน (ลาครัวซ์) โดย เกปาเซฟลูกตัดสิน


ไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญ (เล่าแบบเห็นภาพเกม)

ครึ่งแรก: “ปืนใหญ่” บุกหนัก แต่เจอเบนิเตซเหนียว

รูปเกมช่วง 45 นาทีแรกเป็นอาร์เซน่อลที่ครองบอลและสร้างโอกาสต่อเนื่อง แต่จบสกอร์ไม่เด็ดขาด แถมต้องชนฟอร์มสุดหนึบของ วอลเตอร์ เบนิเตซ ที่มีส่วนสำคัญในการพาพาเลซ “อยู่ในเกม” (สถิติระบุพาเลซมีเซฟถึง 7 ครั้ง)

ครึ่งหลัง: ประตูมาช้า—แต่ดราม่ามาเต็ม

  • 80’ | 1-0 อาร์เซน่อล (ลาครัวซ์ทำเข้าประตูตัวเอง)
    จังหวะจากลูกเตะมุม/บอลในกรอบเขตโทษ อาร์เซน่อลยัดเข้ามาหน้าประตู บอลไปโดนแนวรับพาเลซก่อนเด้งเข้าประตู โดยถูกบันทึกเป็น ลาครัวซ์ทำเข้าประตูตัวเอง จุดนี้ทำให้เอมิเรตส์เหมือนจะได้เฮยาว ๆ
  • 90+5’ | 1-1 พาเลซ (มาร์ค เกอี)
    พาเลซไม่ยอมตายง่าย ๆ และตีเสมอจากลูกตั้งเตะช่วงทดเจ็บ เมื่อมีการโหม่งชง/ชงต่อในกรอบ (ระบุว่า เจฟเฟอร์สัน เลร์มา มีแอสซิสต์ในประตูนี้) ก่อน เกอี ตามซ้ำเป็น 1-1 แบบช็อกเจ้าบ้าน

หมายเหตุ: เกมนี้ทดเวลายาวมากจนมีการเปลี่ยนตัว นาที 90+11 สะท้อนความเดือดและการหยุดเกมหลายครั้งช่วงท้าย


ดวลจุดโทษแบบ “มาราธอน 16 คน” (ยิงดีแทบหมด)

มี 15 คนยิงเข้าเรียบ ก่อนถึงช็อตตัดสินที่คนที่มีส่วนกับประตูแรกอย่าง มักซ็องซ์ ลาครัวซ์ เป็นคนเดียวที่พลาด และถูก เกปา อ่านทางเซฟได้

ลำดับการยิง (✅ = เข้า / ❌ = พลาด)

  1. มาร์ติน โอเดการ์ด ✅ | 1) ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า ✅
  2. เดแคลน ไรซ์ ✅ | 2) โจ เดเวนนี ✅
  3. บูคาโย ซาก้า ✅ | 3) วิลล์ ฮิวจ์ส ✅
  4. เลอันโดร ทรอสซาร์ ✅ | 4) บอร์นา โซซ่า ✅
  5. มิเกล เมริโน ✅ | 5) เจฟเฟอร์สัน เลร์มา ✅
  6. ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ ✅ | 6) อดัม วอร์ตัน ✅
  7. เยอร์เรียน ทิมเบอร์ ✅ | 7) ชิมา อูเช ✅
  8. วิลเลียม ซาลิบา ✅ | 8) มักซ็องซ์ ลาครัวซ์ ❌ (เกปาเซฟ)

11 ตัวจริง + การเปลี่ยนตัว (ตามบันทึกการแข่งขัน)

อาร์เซน่อล

ตัวจริง:
เกปา อาร์ริซาบาลาก้า; เยอร์เรียน ทิมเบอร์, วิลเลียม ซาลิบา, ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่, ไมล์ส ลูอิส-สเคลลี; มิเกล เมริโน (กัปตัน), คริสเตียน นอร์การ์ด; เอเบเรชี เอเซ, โนนี มาดูเอเก้, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่; กาเบรียล เชซุส

ตัวสำรองที่ลงสนาม:

  • 59’ เลอันโดร ทรอสซาร์ แทน กาเบรียล มาร์ติเนลลี่
  • 67’ บูคาโย ซาก้า แทน เอเบเรชี เอเซ
  • 67’ มาร์ติน โอเดการ์ด แทน โนนี มาดูเอเก้
  • 86’ เดแคลน ไรซ์ แทน กาเบรียล เชซุส

ใบเหลือง: เกปา 89’

คริสตัล พาเลซ

ตัวจริง:
วอลเตอร์ เบนิเตซ; คริส ริชาร์ดส์, มักซ็องซ์ ลาครัวซ์, มาร์ค เกอี (กัปตัน), เจ คานโวต์; อดัม วอร์ตัน, เจฟเฟอร์สัน เลร์มา; ไทริค มิตเชลล์, เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์, เยเรมี ปิโน; ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า

ตัวสำรองที่ลงสนาม:

  • 45’ นาธาเนียล ไคลน์ แทน เจ คานโวต์
  • 45’ โจ เดเวนนี แทน เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์
  • 75’ วิลล์ ฮิวจ์ส แทน คริส ริชาร์ดส์
  • 86’ ชิมา อูเช แทน เยเรมี ปิโน
  • 90+11’ บอร์นา โซซ่า แทน ไทริค มิตเชลล์

สถิติสำคัญ (ตัวเลขที่อธิบายรูปเกมได้ชัด)

Key Stats

  • ครองบอล: อาร์เซน่อล 68.7% – 31.3% พาเลซ
  • ยิงทั้งหมด: อาร์เซน่อล 25 – 8 พาเลซ
  • ยิงเข้ากรอบ: อาร์เซน่อล 7 – 1 พาเลซ
  • “โอกาสทองที่พลาด”: อาร์เซน่อล 4 – 0 พาเลซ
  • เตะมุม: อาร์เซน่อล 8 – 2 พาเลซ
  • เซฟผู้รักษาประตู: อาร์เซน่อล 0 – 7 พาเลซ
  • ฟาวล์: อาร์เซน่อล 9 – 12 พาเลซ

บทวิเคราะห์บอลหลังเกม (ทำไมเกมนี้ถึงลากไปถึงดวลเป้า)

อาร์เซน่อล: “คุมเกมได้หมด” แต่ขาดความเฉียบในจังหวะสุดท้าย

  • จากสถิติ อาร์เซน่อลเหนือกว่าชัดเจนทั้งครองบอล ยิง และสร้างโอกาส แต่ติด 2 จุดใหญ่

  1. จบสกอร์ไม่คมพอ (มี big chances missed ถึง 4)
  2. เจอผู้รักษาประตูพาเลซฟอร์มเด่น (พาเลซเซฟ 7)
  • จุดที่ช่วยทีมจริง ๆ คือ “ตัวเปลี่ยนเกม” อย่าง ซาก้า และโอเดการ์ด ที่ลงมาแล้วทำให้การยัดบอล/ความเร็วในการเข้าทำดีขึ้น จนเกมเริ่มกดพาเลซลึกต่อเนื่อง (สอดคล้องกับรายงานการแข่งขัน)

คริสตัล พาเลซ: ตั้งรับลึก-เอาอยู่เกือบจบ แต่สุดท้ายโดนเกมลูกนิ่ง + ดราม่าช่วงทดเจ็บ

  • พาเลซเล่นแบบ “รับให้แน่นและรอจังหวะ” ซึ่งเกือบได้ผลเต็ม ๆ เพราะถึงโดน 1-0 นาที 80 ก็ยังไม่เสียทรง และกลับมาตีเสมอได้จากลูกตั้งเตะช่วง 90+5
  • แต่พอเข้าดวลจุดโทษที่ยิงกันแทบไม่พลาด เกมมันไปอยู่ที่ “คนเดียว” และโชคร้ายที่ลาครัวซ์ต้องมาเจอบทหนักทั้ง OG และเป็นคนเดียวที่ยิงพลาด

ดาวเด่นของเกม

เกปา อาร์ริซาบาลาก้า (อาร์เซน่อล)

ไม่ต้องเซฟในจังหวะยิงเข้ากรอบตลอดเกม (คู่แข่งเข้ากรอบแค่ 1) แต่พอถึงเวลาตัดสิน เขาเป็นคน “ปิดบัญชี” ด้วยการเซฟจุดโทษลูกที่ 16

วอลเตอร์ เบนิเตซ (คริสตัล พาเลซ)

แม้ตกรอบ แต่คือเหตุผลหลักที่พาเลซลากเกมไปถึงดวลเป้าได้ ด้วยจำนวนเซฟสูงถึง 7 ครั้ง

มาร์ค เกอี (คริสตัล พาเลซ)

กัปตันทีมที่โผล่ยิงนาที 90+5 ทำให้พาเลซ “ไม่ตาย” และลากอาร์เซน่อลไปยิงเป้าได้สำเร็จ


สรุปสถานการณ์หลังเกม

อาร์เซน่อล

  • ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศคาราบาว คัพ
  • มีคิวเจอ เชลซี ในรอบตัดเชือกแบบเหย้า-เยือน (ตามโปรแกรมที่รายงานไว้: นัดแรก 14 ม.ค. ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ / นัดสอง 3 ก.พ. ที่เอมิเรตส์)

คริสตัล พาเลซ

  • ตกรอบแบบน่าเสียดาย ทั้งที่เกมรับทำงานหนักและตีเสมอได้ช่วงทดเจ็บ
  • ได้บทเรียนสำคัญ: เกมใหญ่ “ห้ามหลุดสมาธิ” โดยเฉพาะช่วงลูกนิ่งและช่วงท้ายเกม

สมัครสมาชิก BB3100 เพื่อติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ เว็บพนันออนไลน์ คาสิโน พนันฟุตบอล หวย สล็อต พร้อมให้บริการเกี่ยวกับ ข่าวสารกีฬา สรุปผลฟุตบอล และความบันเทิงอีกมากมาย

Share the Post: